จขกท กำลังจะเรียนจบในเดือนมีนาคมนี้ค่ะ
กำลังเรียนปีสุดท้ายของคณะที่เรารู้สึกไม่กลมกลืน และไม่ชอบมาตั้งแต่ทีแรก
แต่เลือกเรียนเพราะครอบครัวส่วนหนึ่ง
และอีกครึ่งหนึ่งคือเพราะมันมีสาขาวิชาเอกที่เราชอบ เลยคิดว่าคงเรียนได้
เรียนได้จริงค่ะ เราแฮปปี้กับสาขาวิชาเอกมากกว่าตัววิชาคณะสิบเท่า
คุณแม่ จขกท อยู่บ้านคนเดียวค่ะ
คุรพ่อพึ่งเสียไปเมื่อเดือนก่อน
ทั้งสองท่านเคยพูด และให้สัญญากับเราไว้ว่า
ถ้าเรียนจบลูกอยากทำอะไรก็จะให้ทำ
ตอนมัธยมต้น จะขึ้นมัธยมปลาย
ท่านให้เลือกเรียนวิทย์หรือศิลป์ก็ได้ แต่เป็นเชิงบังคับ
และไม่พอใจมากค่ะ ถ้าเราตัดสินใจเรียนสายศิลป์
จขกท เป็นคนไม่ดื้อ แล้วก็ความจริงคงไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะไปได้ดีหล่ะมั้งคะ
เป็นคนที่ต้องการแรงสนับสนุนมากอยู่ทีเดียว
เราเลยเลือกสายวิทย์ เพราะพ่อกับแม่
อีกครั้งนึง
ครั้งนั้นเราก็ยังจำได้ดีว่าท่านเคยพูดว่า
ถ้าเรียนสายวิทย์แล้ว พอเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกเรียนคณะอะไรก็ไม่ว่า
อีกสี่เดือน คือเส้นทางชะตาชีวิตของเรา
และเป็นอีกครั้งที่เราตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย
คำสัญญาที่ท่านเคยพูดมันวนอยู่ในหัว
เรารักแม่มาก เป็นห่วงเค้า ไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียว
ห่วงมากกก (มีเพื่อนบ้านหลังเดียวค่ะ ไม่ได้อยู่ในเขตชุมชนมาก)
แต่แม่เรารับราชการ ก็มีเพื่อนมีอะไรทำคลายเหงา แต่มันก็ไม่เหมือนมีเราอยู่ด้วย
จขกท เฟสไทม์หาแม่เกือบทุกวัน
หลังจากวางสายก็ร้องไห้เกือบทุกวันค่ะ
ตอนนี้คือ เครียดกับชีวิตมาก ทั้งวิจัยจบที่ต้องทำ ทั้งเรื่องที่ฝึกงานกับปัญหาที่เราไม่ได้ก่อ
พอจะคุยกับท่านเรื่องของชีวิตการทำงานข้างหน้าของ จขกท
มันก็พูดไม่ออก แค่ได้ยินเสียงแม่ ได้เห็นหน้า แล้วคิดถึงเรื่องนี้น้ำตาเราจะไหลละค่ะ
เราไม่อยากทำตรงสายงาน(คณะ)ที่เราจบมา
ซึ่งวิชาเอกที่เราเรียนมันพอจะต่อยอดได้
แต่งานที่จะก้าวหน้า จขกท คิดว่าต้องอยู่ไกลบ้านค่ะ
ที่ทำงานจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เงินสะพัดมากๆ
หรืออะไรทำนองนั้น
เรารู้สึกเราไม่ได้พัฒนาขึ้นจากสภาพแวดล้อมตอนฝึกงาน
เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่ควรเป็นทางที่เราจะเลือกอยู่กับมันตลอดชีวิต
ตลอดเวลาที่เรียน เราก็คิดแบบนี้ตลอด
แต่ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้
เราไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปยังไงดี
เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราเลือกอะไรไม่ได้เลย
ชาวพันทิป ช่วยให้คำแนะนำกับเราทีค่ะ
ขอบพระคุณ
คุณจะเลือกแม่หรืองานที่อยากทำ?
กำลังเรียนปีสุดท้ายของคณะที่เรารู้สึกไม่กลมกลืน และไม่ชอบมาตั้งแต่ทีแรก
แต่เลือกเรียนเพราะครอบครัวส่วนหนึ่ง
และอีกครึ่งหนึ่งคือเพราะมันมีสาขาวิชาเอกที่เราชอบ เลยคิดว่าคงเรียนได้
เรียนได้จริงค่ะ เราแฮปปี้กับสาขาวิชาเอกมากกว่าตัววิชาคณะสิบเท่า
คุณแม่ จขกท อยู่บ้านคนเดียวค่ะ
คุรพ่อพึ่งเสียไปเมื่อเดือนก่อน
ทั้งสองท่านเคยพูด และให้สัญญากับเราไว้ว่า
ถ้าเรียนจบลูกอยากทำอะไรก็จะให้ทำ
ตอนมัธยมต้น จะขึ้นมัธยมปลาย
ท่านให้เลือกเรียนวิทย์หรือศิลป์ก็ได้ แต่เป็นเชิงบังคับ
และไม่พอใจมากค่ะ ถ้าเราตัดสินใจเรียนสายศิลป์
จขกท เป็นคนไม่ดื้อ แล้วก็ความจริงคงไม่ค่อยมั่นใจว่าตัวเองจะไปได้ดีหล่ะมั้งคะ
เป็นคนที่ต้องการแรงสนับสนุนมากอยู่ทีเดียว
เราเลยเลือกสายวิทย์ เพราะพ่อกับแม่
อีกครั้งนึง
ครั้งนั้นเราก็ยังจำได้ดีว่าท่านเคยพูดว่า
ถ้าเรียนสายวิทย์แล้ว พอเข้ามหาวิทยาลัยจะเลือกเรียนคณะอะไรก็ไม่ว่า
อีกสี่เดือน คือเส้นทางชะตาชีวิตของเรา
และเป็นอีกครั้งที่เราตัดสินใจอะไรไม่ได้เลย
คำสัญญาที่ท่านเคยพูดมันวนอยู่ในหัว
เรารักแม่มาก เป็นห่วงเค้า ไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียว
ห่วงมากกก (มีเพื่อนบ้านหลังเดียวค่ะ ไม่ได้อยู่ในเขตชุมชนมาก)
แต่แม่เรารับราชการ ก็มีเพื่อนมีอะไรทำคลายเหงา แต่มันก็ไม่เหมือนมีเราอยู่ด้วย
จขกท เฟสไทม์หาแม่เกือบทุกวัน
หลังจากวางสายก็ร้องไห้เกือบทุกวันค่ะ
ตอนนี้คือ เครียดกับชีวิตมาก ทั้งวิจัยจบที่ต้องทำ ทั้งเรื่องที่ฝึกงานกับปัญหาที่เราไม่ได้ก่อ
พอจะคุยกับท่านเรื่องของชีวิตการทำงานข้างหน้าของ จขกท
มันก็พูดไม่ออก แค่ได้ยินเสียงแม่ ได้เห็นหน้า แล้วคิดถึงเรื่องนี้น้ำตาเราจะไหลละค่ะ
เราไม่อยากทำตรงสายงาน(คณะ)ที่เราจบมา
ซึ่งวิชาเอกที่เราเรียนมันพอจะต่อยอดได้
แต่งานที่จะก้าวหน้า จขกท คิดว่าต้องอยู่ไกลบ้านค่ะ
ที่ทำงานจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เงินสะพัดมากๆ
หรืออะไรทำนองนั้น
เรารู้สึกเราไม่ได้พัฒนาขึ้นจากสภาพแวดล้อมตอนฝึกงาน
เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ไม่ควรเป็นทางที่เราจะเลือกอยู่กับมันตลอดชีวิต
ตลอดเวลาที่เรียน เราก็คิดแบบนี้ตลอด
แต่ทุกอย่างกลายเป็นแบบนี้
เราไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปยังไงดี
เป็นอีกครั้งหนึ่ง ที่เราเลือกอะไรไม่ได้เลย
ชาวพันทิป ช่วยให้คำแนะนำกับเราทีค่ะ
ขอบพระคุณ