ปัญหามันก็อยู่ที่ว่า เพราะมีตัวจึงเกิดปัญหา ว่าเราเป็นอย่างนั้นเราเป็นอย่างนี้, เราได้เราเสีย, เราแพ้เราชนะ, เรากำไรเราขาดทุน นั่นเพราะความรู้สึกว่ามีตัว. ถ้ามันรู้สึกลงไปจริง ๆ ว่าไม่มีตัวอย่างนี้แล้ว ความรู้สึกทั้งหลายเหล่านั้นก็ไม่มี
.
มันจะไม่เกิดเรามีอยู่, เราตายไป, เราได้เราเสีย, เราแพ้เราชนะ, เรากำไรเราขาดทุน, เราได้เปรียบเราเสียเปรียบ, มันจะไม่มี; เพราะความรู้สึกว่ามีตัว มันจึงมีความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นจนเต็มไปหมด. เราได้เราเสีย, เราอยากจะดี เราก็ทำความดี, เราก็แสวงหาความดี เอาความดีเป็นของเรา; นั่นยังไม่ใช่หลุดพ้นนะ, มันยังไม่ใช่หลุดพ้น.
.
แม้จะมีความดีเป็นของเรานั้นน่ะ ถ้ายังไม่หลุดพ้นมันก็ยังไม่ดีดอก. ถ้ามันหลุดพ้นจากความทุกข์จึงจะควรเรียกว่าดี. แต่เดี๋ยวนี้มาบัญญัติกันเสียต่ำ ต่ำว่าอย่างนี้ดี, ทำบุญทำกุศลดี อะไรดีก็ดีกันอยู่เพียงเท่านี้ แล้วก็ไม่หลุดพ้น. ฉะนั้นความดีกลายเป็นเครื่องผูกมัดไปเสีย, ความดีกลายเป็นคอกขังบุคคลเหล่านี้ไว้ ให้อยู่ในคอกของความดี; แล้วก็ชอบความดี, อยู่กับความดี, สนใจอยู่กับความดี, จิตใจผูกพันอยู่กับความดี. นี่โดยทั่วไปจะเป็นอย่างนี้, จนกว่าจะรู้สึกว่านี้ผูกพัน นี้ทำอันตราย, จึงอยากจะหลุดพ้นไปเสียจากสิ่งเหล่านี้.
.
ตรงนี้อยากจะชี้เน้นเฉพาะก่อนว่า พุทธศาสนานั้นไม่มีตัว, ไม่สอนเรื่องมีตัว, เราจะรู้เรื่องมีตัวไว้ ในฐานะเป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธศาสนา. ศาสนาอื่นเขาสอนว่ามีตัวก็ตามใจ. ถ้าเขาสอนว่ามีตัว, เขาต้องมีวิธีอย่างอื่น ที่จะทำลายความเห็นแก่ตัว; เขาต้องมีวิธีอย่างอื่นซึ่งไม่เหมือนเรา, เขาก็ทำไปตามแบบของเขา เพื่อจะไม่เห็นแก่ตัว. เดี๋ยวนี้เรามีวิธีของเรา คือความรู้ การศึกษาของเรา รู้ตามที่เป็นจริงว่า มันไม่มีตัว, มันก็ไม่เห็นแก่ตัวขึ้นมาเอง เพราะมันไม่มีตัว. นี่ยุติกันเสียทีหนึ่งก่อนว่าพุทธศาสนาสอนวิธีทำลายความเห็นแก่ตัว โดยสอนให้รู้ว่ามันไม่มีตัว, มันไม่มีตัว. นั่นแหละจำไว้ให้ดี.
.
#จดหมายเหตุพุทธทาส
ปกิณณกธรรมบรรยาย ครั้งที่ ๑ เรื่อง หลุดพ้นเสียจากความหลุดพ้น ๓ เมษายน ๒๕๒๕
ปัญหามันอยู่ที่ มันมีตัวเรา มันมีของเรา
.
มันจะไม่เกิดเรามีอยู่, เราตายไป, เราได้เราเสีย, เราแพ้เราชนะ, เรากำไรเราขาดทุน, เราได้เปรียบเราเสียเปรียบ, มันจะไม่มี; เพราะความรู้สึกว่ามีตัว มันจึงมีความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นจนเต็มไปหมด. เราได้เราเสีย, เราอยากจะดี เราก็ทำความดี, เราก็แสวงหาความดี เอาความดีเป็นของเรา; นั่นยังไม่ใช่หลุดพ้นนะ, มันยังไม่ใช่หลุดพ้น.
.
แม้จะมีความดีเป็นของเรานั้นน่ะ ถ้ายังไม่หลุดพ้นมันก็ยังไม่ดีดอก. ถ้ามันหลุดพ้นจากความทุกข์จึงจะควรเรียกว่าดี. แต่เดี๋ยวนี้มาบัญญัติกันเสียต่ำ ต่ำว่าอย่างนี้ดี, ทำบุญทำกุศลดี อะไรดีก็ดีกันอยู่เพียงเท่านี้ แล้วก็ไม่หลุดพ้น. ฉะนั้นความดีกลายเป็นเครื่องผูกมัดไปเสีย, ความดีกลายเป็นคอกขังบุคคลเหล่านี้ไว้ ให้อยู่ในคอกของความดี; แล้วก็ชอบความดี, อยู่กับความดี, สนใจอยู่กับความดี, จิตใจผูกพันอยู่กับความดี. นี่โดยทั่วไปจะเป็นอย่างนี้, จนกว่าจะรู้สึกว่านี้ผูกพัน นี้ทำอันตราย, จึงอยากจะหลุดพ้นไปเสียจากสิ่งเหล่านี้.
.
ตรงนี้อยากจะชี้เน้นเฉพาะก่อนว่า พุทธศาสนานั้นไม่มีตัว, ไม่สอนเรื่องมีตัว, เราจะรู้เรื่องมีตัวไว้ ในฐานะเป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธศาสนา. ศาสนาอื่นเขาสอนว่ามีตัวก็ตามใจ. ถ้าเขาสอนว่ามีตัว, เขาต้องมีวิธีอย่างอื่น ที่จะทำลายความเห็นแก่ตัว; เขาต้องมีวิธีอย่างอื่นซึ่งไม่เหมือนเรา, เขาก็ทำไปตามแบบของเขา เพื่อจะไม่เห็นแก่ตัว. เดี๋ยวนี้เรามีวิธีของเรา คือความรู้ การศึกษาของเรา รู้ตามที่เป็นจริงว่า มันไม่มีตัว, มันก็ไม่เห็นแก่ตัวขึ้นมาเอง เพราะมันไม่มีตัว. นี่ยุติกันเสียทีหนึ่งก่อนว่าพุทธศาสนาสอนวิธีทำลายความเห็นแก่ตัว โดยสอนให้รู้ว่ามันไม่มีตัว, มันไม่มีตัว. นั่นแหละจำไว้ให้ดี.
.
#จดหมายเหตุพุทธทาส
ปกิณณกธรรมบรรยาย ครั้งที่ ๑ เรื่อง หลุดพ้นเสียจากความหลุดพ้น ๓ เมษายน ๒๕๒๕