คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2

เธอผู้เปรียบดั่งพลุ
เจิดจ้าสง่างามประดับฟากฟ้าประกันชีวิตไทย
เช้าวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลาประมาณ 8.00 น. ขณะที่ผมกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนั้น จู่ๆก็มีโทรศัพท์ถึงภรรยาผม เมื่อเธอคุยสายสักครู่ เธอก็ร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง จนผมต้องเดินไปปลอบ เธอได้แต่ละล่ำละลักว่า “เจ้พัชเสียแล้ว เจ้พัชเสียแล้ว” ผมรู้สึกเหมือนอะไรจุกที่คอหอย เราทุกคนรู้ว่า วันหนึ่งเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิดขึ้นรวดเร็วเช่นนี้
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผมทำงานในธุรกิจประกันชีวิต ผมไม่คิดว่าจะมีใครที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่นในฐานะนักขายเทียบเท่าคุณพัชรา หวังว่องวิทย์ ผู้อำนวยการภาคระดับสูง ภาคนำทอง ของบริษัท เอไอเอ จำกัด ได้อีกแล้ว ท่านโดดเด่นทั้งด้านงานขายส่วนตัวและการบริหารทีมขาย สามารถสร้างทีมงานภายใต้ชื่อ”นำทอง”ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนหน่วยงานภายใต้การดูแลถึง 430 หน่วย มีตัวแทนรวมกันกว่า 5,000 คน มีผลผลิตเบี้ยประกันภัยปีแรก(FYP) รวมกันสูงถึง 1,000 ล้านบาทติดต่อกันหลายปี ส่วนยอดขายภายในหน่วยงานตรงของท่านเอง ก็อยู่ที่ระดับ 40-50 ล้านบาททุกปี แน่นอนว่าตัวเลขดังกล่าวนี้ ท่านขายมาด้วยตัวเองกว่าครึ่งหนึ่ง
มีการพูดกันว่า ยอดขายระดับ 1,000 ล้านบาทของเครือนำทองที่คุณพัชราเป็นผู้ก่อตั้งนั้น มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทประกันชีวิตหลายๆบริษัท แต่ท่านก็ไม่เคยคิดจะแยกไปตั้งบริษัทหรือแม้แต่ย้ายไปอยู่บริษัทไหน ท่านย้ำเสมอว่า บริษัท เอไอเอ มีบุญคุณ ให้ข้าวให้น้ำ จะทิ้งบริษัทไปได้อย่างไร
แม้ในปั้นปลายของชีวิต เมื่อท่านอายุขึ้นเลขหก เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนจะทยอยพักผ่อน หยุดทำงาน หรือส่งต่อให้ลูกหลาน แต่ท่านยังคงทำงานต่อเนื่องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านบอกว่า เราเป็นผู้นำ ต้องเป็นแบบอย่าง เราอาจสบายแล้ว แต่อย่าเอาตัวรอด น้องๆยังลำบากอยู่ เราต้องทำงานเป็นเยี่ยงอย่างให้เขา ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ท่านจึงทำงาน แบบไม่มีคำว่าท้อ ไม่มีการหยุดพัก และแม้จะอายุ 69 ปีแล้ว ท่านยังสร้างผลงานขายส่วนตัวได้ในระดับสูงสุด ในเครือที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุด ของธุรกิจประกันชีวิตไทย
ผมจึงมองว่า ท่านเลือกที่จะมีชีวิตดั่งพลุ พลุไฟที่แสดงให้เห็นว่า หากคนเราถ้ามีแรงบันดาลใจที่มากพอ เราสามารถพุ่งทะยานจากจุดที่ต่ำที่สุด ไปสู่จุดที่สูงที่สุดได้ ท่านเป็นพลุที่เจิดจ้าตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา พลุที่ได้สร้างมาตรฐานความสูงใหม่ที่ระดับพันล้านบาท พลุที่สวยงามที่สุดที่สามารถทำให้ผู้คนได้เห็นถึงความงดงามของฟากฟ้าประกันชีวิตไทย พลุที่ได้ให้แสงสว่างกับผู้คนมากมายที่เดินตามมา และในท้ายที่สุด ในบั้นปลายของชีวิต แทนที่ท่านจะเลือกพักผ่อน แต่ท่านกลับเลือกที่จะเป็นพลุที่ยอมอุทิศตน เผาร่างตนเองเพื่อเปลี่ยนเป็นแสงเจิดจ้าให้กับนักขายรุ่นหลัง ให้ได้เห็นและมั่นใจในเส้นทางที่จะออกไปพบปะประชาชน เพื่อนำมาซึ่งหลักประกันให้กับสังคมส่วนรวมในที่สุด
ถึงแม้วันนี้ ท่านจะไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว แต่ความสว่างไสวของพลุยังคงเจิดจ้าอยู่ในห้วงคำนึงของพวกเรา แนวทางที่ท่านได้แผ้วถางทางไว้ มีคนนำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จมากมาย และจะกลายเป็นเส้นทางหลักที่รุ่นหลังจะดำเนินรอยตามในวันที่ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว
ท่าน ว. วชิรเมธี นักปราชญ์ชื่อดังของไทยเคยกล่าวไว้ว่า “คนที่ทำเพื่อตนเอง จะมีชีวิตอยู่เพียงชั่วลมหายใจของตน แต่คนที่ทำเพื่อผู้คน จะอยู่ในใจประชาชนตลอดไป” คุณพัชรา หวังว่องวิทย์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่ทำงานโดยมุ่งหวังให้เป็นแบบอย่างกับน้องๆ มีความรักในธุรกิจประกันชีวิต มีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อหลักการของการทำประกันชีวิตแบบไม่เสื่อมคลาย ท่านทำงานมามากแล้ว ถึงเวลาที่ท่านจะได้พักผ่อน โดยพวกเราจักสืบทอดเจตนารมณ์ของท่าน และท่านจะเป็นตำนานในหัวใจของพวกเราตลอดไป
บันทึกความทรงจำโดย บรรยง วิทยวีรศักดิ์
18 พฤศจิกายน 2560

เธอผู้เปรียบดั่งพลุ
เจิดจ้าสง่างามประดับฟากฟ้าประกันชีวิตไทย
เช้าวันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 เวลาประมาณ 8.00 น. ขณะที่ผมกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันนั้น จู่ๆก็มีโทรศัพท์ถึงภรรยาผม เมื่อเธอคุยสายสักครู่ เธอก็ร้องไห้โฮออกมาเสียงดัง จนผมต้องเดินไปปลอบ เธอได้แต่ละล่ำละลักว่า “เจ้พัชเสียแล้ว เจ้พัชเสียแล้ว” ผมรู้สึกเหมือนอะไรจุกที่คอหอย เราทุกคนรู้ว่า วันหนึ่งเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น แต่ไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิดขึ้นรวดเร็วเช่นนี้
ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผมทำงานในธุรกิจประกันชีวิต ผมไม่คิดว่าจะมีใครที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่นในฐานะนักขายเทียบเท่าคุณพัชรา หวังว่องวิทย์ ผู้อำนวยการภาคระดับสูง ภาคนำทอง ของบริษัท เอไอเอ จำกัด ได้อีกแล้ว ท่านโดดเด่นทั้งด้านงานขายส่วนตัวและการบริหารทีมขาย สามารถสร้างทีมงานภายใต้ชื่อ”นำทอง”ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยจำนวนหน่วยงานภายใต้การดูแลถึง 430 หน่วย มีตัวแทนรวมกันกว่า 5,000 คน มีผลผลิตเบี้ยประกันภัยปีแรก(FYP) รวมกันสูงถึง 1,000 ล้านบาทติดต่อกันหลายปี ส่วนยอดขายภายในหน่วยงานตรงของท่านเอง ก็อยู่ที่ระดับ 40-50 ล้านบาททุกปี แน่นอนว่าตัวเลขดังกล่าวนี้ ท่านขายมาด้วยตัวเองกว่าครึ่งหนึ่ง
มีการพูดกันว่า ยอดขายระดับ 1,000 ล้านบาทของเครือนำทองที่คุณพัชราเป็นผู้ก่อตั้งนั้น มีขนาดใหญ่กว่าบริษัทประกันชีวิตหลายๆบริษัท แต่ท่านก็ไม่เคยคิดจะแยกไปตั้งบริษัทหรือแม้แต่ย้ายไปอยู่บริษัทไหน ท่านย้ำเสมอว่า บริษัท เอไอเอ มีบุญคุณ ให้ข้าวให้น้ำ จะทิ้งบริษัทไปได้อย่างไร
แม้ในปั้นปลายของชีวิต เมื่อท่านอายุขึ้นเลขหก เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนจะทยอยพักผ่อน หยุดทำงาน หรือส่งต่อให้ลูกหลาน แต่ท่านยังคงทำงานต่อเนื่องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่านบอกว่า เราเป็นผู้นำ ต้องเป็นแบบอย่าง เราอาจสบายแล้ว แต่อย่าเอาตัวรอด น้องๆยังลำบากอยู่ เราต้องทำงานเป็นเยี่ยงอย่างให้เขา ดังนั้น ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ท่านจึงทำงาน แบบไม่มีคำว่าท้อ ไม่มีการหยุดพัก และแม้จะอายุ 69 ปีแล้ว ท่านยังสร้างผลงานขายส่วนตัวได้ในระดับสูงสุด ในเครือที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุด ของธุรกิจประกันชีวิตไทย
ผมจึงมองว่า ท่านเลือกที่จะมีชีวิตดั่งพลุ พลุไฟที่แสดงให้เห็นว่า หากคนเราถ้ามีแรงบันดาลใจที่มากพอ เราสามารถพุ่งทะยานจากจุดที่ต่ำที่สุด ไปสู่จุดที่สูงที่สุดได้ ท่านเป็นพลุที่เจิดจ้าตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา พลุที่ได้สร้างมาตรฐานความสูงใหม่ที่ระดับพันล้านบาท พลุที่สวยงามที่สุดที่สามารถทำให้ผู้คนได้เห็นถึงความงดงามของฟากฟ้าประกันชีวิตไทย พลุที่ได้ให้แสงสว่างกับผู้คนมากมายที่เดินตามมา และในท้ายที่สุด ในบั้นปลายของชีวิต แทนที่ท่านจะเลือกพักผ่อน แต่ท่านกลับเลือกที่จะเป็นพลุที่ยอมอุทิศตน เผาร่างตนเองเพื่อเปลี่ยนเป็นแสงเจิดจ้าให้กับนักขายรุ่นหลัง ให้ได้เห็นและมั่นใจในเส้นทางที่จะออกไปพบปะประชาชน เพื่อนำมาซึ่งหลักประกันให้กับสังคมส่วนรวมในที่สุด
ถึงแม้วันนี้ ท่านจะไม่ได้อยู่กับพวกเราแล้ว แต่ความสว่างไสวของพลุยังคงเจิดจ้าอยู่ในห้วงคำนึงของพวกเรา แนวทางที่ท่านได้แผ้วถางทางไว้ มีคนนำไปปฏิบัติจนประสบความสำเร็จมากมาย และจะกลายเป็นเส้นทางหลักที่รุ่นหลังจะดำเนินรอยตามในวันที่ท่านไม่อยู่กับเราแล้ว
ท่าน ว. วชิรเมธี นักปราชญ์ชื่อดังของไทยเคยกล่าวไว้ว่า “คนที่ทำเพื่อตนเอง จะมีชีวิตอยู่เพียงชั่วลมหายใจของตน แต่คนที่ทำเพื่อผู้คน จะอยู่ในใจประชาชนตลอดไป” คุณพัชรา หวังว่องวิทย์ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่ทำงานโดยมุ่งหวังให้เป็นแบบอย่างกับน้องๆ มีความรักในธุรกิจประกันชีวิต มีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อหลักการของการทำประกันชีวิตแบบไม่เสื่อมคลาย ท่านทำงานมามากแล้ว ถึงเวลาที่ท่านจะได้พักผ่อน โดยพวกเราจักสืบทอดเจตนารมณ์ของท่าน และท่านจะเป็นตำนานในหัวใจของพวกเราตลอดไป
บันทึกความทรงจำโดย บรรยง วิทยวีรศักดิ์
18 พฤศจิกายน 2560
แสดงความคิดเห็น
อำลา...อาลัย...แม่ครูแห่งวงการประกันชีวิต AIA
ได้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการจากไปแบบกระทันหัน ของ ดร.พัชรา หวังว่องวิทย์
ประธานเครือนำทอง การสูญเสียครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลที่ทรงคุณค่า
ของธุรกิจประกันชีวิตและบริษัท AIA ท่านเป็นต้นแบบ
ของนักต่อสู้ ผู้สร้าง ความกตัญญู ผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่
รวมถึงท่านคือบรมครูของพวกเราคน AIA
Max Academy ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
กับครอบครัวคุณพัชรา หวังว่องวิทย์และ เครือนำทอง สำหรับการจากไปครั้งนี้
ขอให้ดวงวิญญาณคุณพัชราไปสู่สุขคติครับ
ด้วยความเคารพและอาลัยอย่างสูง
จากผู้ที่รักท่าน
🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏
เช้าวันที่ 15 พฤศจิกายน ได้ทราบข่าวจากเพื่อนๆ
ตกใจและช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ท่านด่วนจากไม่ได้ร่ำลา
ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ท่านเป็นหญิงที่แข็งแกร่ง
ทางด้านจิตใจ และร่างกาย ท่านออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช็คสุขภาพตัวเองตลอด
ท่านเป็นหญิงที่มีจิตเป็นผู้นำสูงถึงสูงมาก พลังการทำงานเหลือเฟือ
คนในวงการประกันชีวิตไม่มีใครไม่รู้จักท่าน “หญิงเหล็ก พัชรา หวังว่องวิทย์”
ข่าวการจากไปของท่าน แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว ผู้คนทั้งลูกศิษย์ เพื่อนๆ ผู้ใหญ่ทั้งหลาย
พร้อมใจกันมาอย่างเนืองแน่น ที่ศาลาใหญ่ วัดสระเกศ ทุกคนอยู่ในการโศกเศร้า
🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏
ความรู้สึกจากผู้ใกล้ชิด
เคยไหมถ่ายภาพไป ใจเราก็หายไป
เราเคยพบ เคยเห็น เคยใกล้ชิด เคยถ่ายภาพให้ในวันที่ท่านมีลมหายใจ
ท่านมีพลังยกนิ้วชี้ สู้มาทั้งชีวิต มีจิตวิญญาณของการถ่ายทอดมีใจที่มั่นคง
มีความเชื่อและมีพลังให้เเก่ให้คนทุกคนไม่ขาดสาย
วันจากไปแบบไม่ได้ตั้งตัว ไม่บอกกล่าวใครๆรู้ก็ใจหาย
คำพูด จิตสำนึกของเราในฐานะลูกหลานนั้นยังคงได้ยินแว่วมายังหู
“
คือคำพูดที่สวยงาม มันตรงใจ คนรู้ใจถึงเข้าใจนะครับ
เวลาผมถือกล้องมา ผมอดไม่ได้ที่จะเดินไปหาท่าน ไปเที่ยวไปไหนเราตามไปถ่ายภาพให้
เพราะผมรู้ว่า ภาพแต่ละภาพต้องออกมาดี เราเห็นท่านชอบเราก็ดีใจ
เเต่ในวันนี้สิ••
ต่างกันเรากลับมองผ่านเลนส์ ถ่ายภาพงานอภิธรรมใจมันหวิวๆ
เห็นผู้คนหน้าตาที่เศร้าหมอง แม้หลายคนจะยิ้มแต่ไม่ใช่ยิ้มที่สุขใจ
เราเกิดมามีพรากมีจาก ไปเร็วหรือช้าก็ต้องไป ใครห้ามได้บ้าง
ถ้าได้ไปก่อนบางคนบอกมีบุญ ไปช้านั้นมีกรรมต้องใช้
แต่ท้ายที่สุดถ้ายังอยู่ ยังมีชีวิตต่อที่โลกนี้อยู่ช่วยมนุษย์
ช่วยผู้คนได้อีกเยอะ....ถ้าเราๆท่านๆเราเลือกได้คงขออยู่ต่อ
แต่ใครบ้างเลือกจะตายวันไหนได้ แบบวันเกิดแถมเลือกเวลาเกิดได้
เลือกวันจากนั้นไม่มี
สรุปสุดท้าย เราเกิดมาเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆ สังคมดีเพราะเราทำดี
มาทำดีตามคำสอนของท่าน อย่าคิดเอาเเต่ได้และไม่ทำอะไรเลยก่อนตาย
ด้วยรักและอาลัยบรมครู พัชรา หวังว่องวิทย์
Shutter We PhotoGrapher
17/11/2560
22.43น
ด้วยรักและอาลัย
ขอน้อมจิตคารวะส่งดวงวิญญาณ “ดร.พัชรา หวังว่องวิทย์”
ขอให้ท่านไปสู่สุขคติภูมิที่ดี
ขอไว้อาลัยด้วยใจรัก