ระบาย - แชร์ประสบการณ์ เลิกคุยกับแฟนเก่า เพราะเขามีแฟนใหม่

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา อึดอัดจนต้องมาหาที่ระบายและเพื่อนคุยในนี้ ก่อนอื่นเลยเราขอออกตัวก่อน ว่าเราเป็นทอมนะ ตอนนี้อายุ28 ถ้าใครไม่ชอบข้ามกระทู้นี้ไปได้เลยจ้า ไม่ว่ากัน เอาล่ะมาเริ่มกันเลยดีกว่า

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า เรากับอดีตแฟนเก่า เขาอายุเท่ากับเรา  เราเจอกันในทวิตเตอร์ตอนนั้นเราเป็นพวกติ่ง ค่อนข้างมีชื่อเสียงในระดับนึง เนื่องจากเราเขียนพวกฟิคอะไรด้วยทำนองนี้ ส่วนเขาเองก็เป็นติ่งเช่นเดียวกับเรา แต่เพิ่งเข้ามาเล่น และเขียนฟิคเหมือนกันเรา มันเริ่มจากความไม่ชอบและเราเองแหละที่เป็นคนไปหาเรื่องทะเลาะกับเขาก่อนตั้งแต่นั้น และจู่ๆ ก็มีเมลฉบับหนึ่งจากเขา ส่งเข้ามาหา และสารภาพว่าเขาชอบเรามานานแล้ว ยอมรับว่าตอนนั้นก็อึ้งนิดหน่อย ไม่คิดว่าเขาจะมาชอบ เพราะเราเองก็ไม่ได้หน้าตาดีอะไร ติดจะอ้วนและเตี้ยด้วยซ้ำ แต่ก็เอาวะหลังจากโสดและปิดกั้นตัวเองมาตั้งหลายปี เลยยอมตัดสินใจคุยกับเขาตั้งแต่นั้นมา คุยมาสักพักสุดท้ายก็เปลี่ยนสถานะกลายเป็น 'แฟน' กัน

แต่การเป็นแฟนของเรานั้น มันก็มีอุปสรรคอยู่ คือการที่เราสองคน อยู่กันคนละจังหวัด เราอยู่กทม. ส่วนเขาอยู่เชียงใหม่ แต่ตอนนั้นเราคิดว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ก็เลยคุยกันมาเรื่อยๆ เขาเป็นผู้หญิงน่ารักนะ ตาโต หน้าคม เราชอบบอกว่าเขาหน้าเหมือนมินะ วงtwice 5555+ ตอนแรกที่ยังไม่เห็นหน้า เราก็ไม่ได้คาดหวังอะไรหรอก คิดว่าต่อให้เขาอ้วนหรือขี้เหล่แค่ไหนเราก็รับได้ เพราะไหนๆ ก็ตัดสินใจคบกันแล้ว แต่ระหว่างคบกัน ส่วนใหญ่เราจะโทรกับไลน์คุยกัน มีทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเรามีนิสัยค่อนข้างขี้หึง แต่ไม่ถึงกับระรานใคร ยอมรับว่าตัวเองนิสัยไม่ดี พูดคำหยาบบ้างเวลาทะเลาะกัน จนทำให้เขาเคยบอกเลิกเราครั้งหนึ่ง แต่เราไม่ยอม เขาก็เลยยอมคบเราต่อ จนกระทั่งเวลาผ่านไป จากวัน เป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ผ่านมาปีกับอีก3เดือน เราสองคนก็ยังไม่ได้เจอกัน ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาเวลาเขาอยากได้อะไร เราจะซื้อและส่งไปรฯไปให้มากกว่า อย่างที่ว่า เราอยู่ไกลกันมาก ตอนนั้นก็เริ่มมองเห็นอุปสรรคแล้ว

แต่ยอมรับว่าตอนนั้นเรารักเขามาก และคิดว่าคนนี้แหละที่เราอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไปตลอด จนตัดสินใจทำงานเก็บเงินหนึ่งก้อน เราทำงานไม่ประจำนะบอก่อน แต่รายได้ก็ถือว่าพอเลี้ยงตัวเองได้ เราก็ตัดสินใจเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาเขาที่เชียงใหม่ โดยเดินทางไปทั้งหมด สามวันสองคืน  แต่ก่อนจะไป ยอมรับว่ามีปัญหาทะเลาะกัน เนื่องจากเราสองคนมีธุรกิจเล็กๆที่ทำร่วมกันอยู่ แต่สุดท้ายก็ได้ไปหาอยู่ดี โดยวันแรกที่ไปถึง เราก็ไปหาอะไรกินกันนัดกันที่กาดสวนแก้ว หลังจากนั้นก็พาไปนั่งเล่นที่ห้อง ถ่ายรูปเล่นกัน บลาๆ แต่...ตลอดระยะเวลา3วัน ถามว่ามีเรื่องอย่างว่ามั้ย บอกเลยว่า ไม่มี! 555 ตึ่งโป๊ะ! เนื่องจากตกลงกันก่อนไปแล้วว่าจะไม่มีเรื่องนี้ เราก็โอเค! เขาค่อนข้างเป็นผู้หญิงหัวโบราณ จะยอมมีก็ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้วเท่านั้น เราก็ไม่มีปัญหาอะไร วันกลับเขาก็ร้องไห้นะ บอกเราว่า ขอบคุณที่เรามาหา เราก็บอกว่า ไม่เป็นไรไว้จะมาหาอีกภายในปีนี้ แต่เบื้องหลังนี่ร้องไห้น้ำตาแตกอยู่บนรถไฟ 555 ตอนนั้นเรามีความสุขมากนะถึงแม้มันจะเป็นแค่เวลาสั้นๆ มีอะไรติดขัดบ้างนิดหน่อย แต่ถ้าเทียบกับช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเขาทุกอย่างมันมีค่ามาก

แต่...พอหลังจากเรากลับมา เขาก็เริ่มเปลี่ยนไป

เขาคุยกับเราน้อยลง จนเรารู้สึกไม่โอเค เลยตัดสินใจแกล้งบอกเขาว่า เราจะไปตจวสัก2-3วันนะ แต่สิ่งที่เราได้คำตอบกลับมา คือการบอกเราว่า ‘เขากำลังคุยกับรุ่นพี่คนหนึ่งอยู่’ ให้ทายว่าช็อกมั้ย เรานี่ทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นไปหมด ได้แต่ถามว่าเมื่อไหร่ เขาบอกสองสามเดือนมาแล้ว นั่นก็หมายความว่า ก่อนเราจะไปหาเขาที่เชียงใหม่อีก แล้วที่มาเจอเรา จับมือเรา ตอนนั้นมันคืออะไรวะ เราได้แต่ถามตัวเองในใจ ร้องไห้ไปด้วย เขาก็สารภาพมาหมด มันเป็นคำตอบที่ทำให้เราแทบล้มทั้งยืน เขาบอกว่าเขาหมดรักเราแล้ว คิดกะเราแค่เพื่อน เห้ย แบบนี้ก็ได้หรอ เขาบอกตอนนี้เขารักพี่คนนั้นมาก แต่พี่เขามีแฟนอยู่แล้ว ไม่รู้จะทำยังไงให้เขาเลิกกัน...บอกเลิกเรายังมีหน้ามาบอกความในใจตัวเองให้คนอื่นฟังอีก เรานี่โคตรเจ็บใจอ่ะ ที่เจ็บสุด คือการที่เขาบอกว่า ไม่อยากเลิกคุยกับเรา เพราะผูกพันกับเรามาก ยอมรับว่าแม้จะเป็นเวลาแค่แป๊บเดียว ปีกับอีกไม่กี่เดือน แต่เรารู้ใจกันทุกอย่างเราถึงคิดว่าคนนี้แหละที่ใช่ แต่!!! ถามกูยังว่ากูรู้สึกยังไง

.

.

.

เดี๋ยวมาต่อให้นะคะ ใครรออ่านปักรอได้เลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่