[CR] เธอไม่ง้อ...ไปเที่ยวเขาค้อดีกว่า

เธอไม่ง้อ...ไปเขาค้อดีกว่า
สวีดัด สวัสดี ท่านผู้อ่านทั้งหลายที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์เข้ามาในกระทู้รีวิวการท่องเที่ยวนี้ (ก็พูดไปเรื่อยย -*-) วันนี้เราจะพาท่านๆทั้งหลายไปสัมผัสกับภูเขาสวยๆอากาศดีๆของเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่ากระทู้นี้เป็นเหมือนบันทึกการเดินทางของพวกเราที่ได้เจอได้เห็น แล้วหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย ตลอดระยะเวลา 3วัน 2คืน อาจมีข้อผิดพลาดต่างๆยังไงก็ขออภัยและน้อมรับคำติชมครับ



Day1 :13.10.17

เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้เวลาประมาณ5-6ชั่วโมง(นั่งจนเมื่อยก้นนน)





พอเริ่มเข้าจังหวัดเพชรบูรณ์แล้วก็เริ่มมีภูเขาให้เห็นเป็นลูกๆ อากาศที่นี่ดีมาก เพราะว่ามีต้นไม้และทุ่งนาเยอะ





สักพักเราก็ขับขึ้นเขาที่มีชื่อว่าเขาค้ออออ ขับรถอยู่ด้านล่างแล้วมองภูเขาว่าสวยแล้ว พอได้ขึ้นมาบนเขาแล้วชมวิวทิวทัศน์จากบนเขานี่สุดจริงๆ มันสวย มันเลิศ มันดีต่อใจมากอ่า





วิวที่ติดกับไร่จันทร์แรมรีสอร์ท






ที่พักที่เราเลือกนอนในคืนแรก ณ เขาค้อ คือ ไร่จันทร์แรมรีสอร์ท วันแรกเดินทางมาเหนื่อยก็เลยไม่ได้ไปเที่ยว แค่นอนพักที่ห้องเท่านั้น

.
.
.
.
Day2 :14.10.17

เวลา7.30 พวกเราก็ทยอยกันตื่น อาบน้ำ แต่งตัว แล้วเดินทางไปยังที่แรกของวันนี้ นั้นก็คือ‘’พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก’’
.
.
.
.
พวกเราเลี้ยวซ้ายออกจากไร่จันทร์แรมรีสอร์ทแล้วขี่ตรง โดยพระบรมธาตุเจดีย์  อยู่ติดถนนด้าน ขวามือตั้งอยู่บนเขาค้อ ริมทางหลวงหมายเลข 2196 อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้ประชาชนได้สักการะบูชา ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐธาตุของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา (มาสาระนิดนึง5555+)






พวกเราจอดรถทางด้านหน้าของพระบรมธาตุเจดีย์ติดริมถนน ถ้าใครมาก็จอดด้านหน้าเจดีย์ก็ได้แล้วเดินเข้าไปนะครับ สะดวกดี ตัวเจดีย์สีขาวสะอาดดูสวยงามมาแต่ไกล





วันนี้เป็นวันเสาร์ ที่นี้จึงมีผู้คนมาสักการะพระบรมธาตุเจดีย์เยอะและดูครึกครื้นเป็นพิเศษ





เราจึงรีบเข้าไปทำบุญบริจาคเงิน สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ และถ่ายรูปหมู่กัน

.
.
.
.
เวลา 10.00 น. หลังจากเดินทางออกมาจากพระบรมธาตุเจดีย์ เลี้ยวซ้ายออกมาไม่ไกลมากเราก็มายังจุดต่อไปเพื่อมาชมความสวยงามของทุ่งกว้างๆ นั่นคือ “ทุ่งแสลงหลวง” ก่อนเข้ามาต้องเสียค่าเข้าด้วยนะจ๊ะ ถ้าใครเป็นนักเรียน นักศึกษา แสดงบัตรด้วยจะเสียค่าเข้าทุ่ง 20บาทต่อคนนะ





เราก็เข้ามาจอดรถในลานจอดรถที่ทุ่งแสลงหลวง ซึ่งอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงเสมือนหลังคาจากธรรมชาติให้ร่มเงาแก่รถของนักท่องเที่ยว





ไม่ไกลจากลานจอดรถมากก็จะเป็นจุดที่ให้นักท่องเที่ยวที่ชอบเที่ยวแล้วพักแบบOut Door มากลางเต๊นตั้งแคมป์กัน และวันนี้เป็นวันเสาร์ด้วยจึงมีนักท่องเที่ยวมากันเป็นจำนวณมาก (เกือบไม่มีที่จอดแล้ว- -‘)






ที่ทุ่งแสลงหลวงแห่งนี้ในความรู้สึกส่วนตัวของเราให้ความรู้สึกเหมือนทุ่งหญ้าสะวันนามาก แค่ไม่มีม้าลายเท้านั้นเอง5555 แต่เงียบสงบมากๆเหมาะแก่การพักผ่อนในวันหยุดพร้อมกับครอบครัวที่เรารัก





คนขับรถครับ (ถ่ายให้เขาหน่อยละกัน)





แฟนคนขับรถ





หรือจะเอาครับ





เจ้าถิ่นๆ





แฟนคนขับ V.2





ถ่ายรูปหมู่

.
.
.
.
ไปจุดต่อไปกันเลยดีกว่า ที่ต่อไปเป็นแลนด์มาร์กที่โด่งดังมากๆที่เหล่านักถ่ายภาพจะมาเก็บภาพที่นี่ด้วยตัวเอง นั่นคือ “วัดผาซ่อนแก้ว” นั่งเองๆๆๆๆๆ





เราเอารถไปจอดข้างนอกและก็มีค่าจอดรถอีกแล้วครับท่าน 20บาท แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะวัดที่นี่สวยเหมือนในภาพถ่ายที่เราเห็นในอินเตอร์เน็ตเลย
จากที่จอดรถก็เดินเท้ามานิดหน่อยถึงจะเข้ามายังตัววัดได้





พอมาถึงตัววัดคนก็เยอะเหมือนเดิมเบยยย T^T





ประวัติ นิดหน่อยเน้อออ

วัดผาซ่อนแก้วแห่งนี้ โอบล้อมไปด้วยทิวเขาที่สูงใหญ่และซ้อนกันสวยงามภายในวัดมีศาลาปฏิบัติธรรมด้วย  มีความเชื่อว่าสมัยก่อนนั้นบนยอดเขาสูงมีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยบนฟ้า และหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และถือว่าเป็นสถานที่มงคล และเรียกตาม ๆ กันว่า “ผาซ่อนแก้ว”
วัดนี้ก่อตั้งในปี พ.ศ.2547 ในชื่อ “พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว” ได้รับการอนุมัติจัดตั้งเป็นวัด ในมงคลนามว่า “วัดพระธาตุผาแก้ว” เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2553 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “วักพระธาตุซ้อนแก้ว”

.
.
.
หลังจากที่เราถ่ายรูปหมู่กันเสร็จแล้วก็เดินชมรอบๆวัด แต่ก็อยู่ที่นี่ไม่นานมากเพราะคนเยอะ (บวกร้อนนิดๆ)
.
.
.
.
ทุ่งกันหันลม

ที่ถัดมาเป็นที่สุดท้ายของการมาเที่ยวในวันนี้แล้ว เย้ๆ นั่นก็คือ ทุ่งกังหันลมมมม แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเขาค้อ ที่มีกังหันลมจำนวนมากตั้งอยู่บนยอกเขาแต่ละลูก และยังมีทุ่งหญ้าเขียวๆกับท้องฟ้าและก้อนโตๆให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ต่างประเทศ







ถ้าใครหิวหรือชอบการชอปปิ้ง ยังมีตลาดอยู่ใกล้ๆกับลานจอดรถให้ได้เดินซื้อของฝากกลับไปฝากคนที่รักได้และมีร้านอาหารร้านขายน้ำต่างๆให้ได้ลองกัน  ที่นี่พวกเรารู้สึกว่าได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวม้งไปในตัวด้วยเพราะตลาดก็เป็นของชาวม้งนั่นเอง





จากนั้นก็จบทริปของวันนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
.
.
.
.
Day3 :15.10.17
เดินทางกลับ

เวลา 5.00 น. เดินทางไปชมหมอกตอนเช้าๆกัน

แต่ว่าหมอกวันนี้ลงหนามากเลยมองไม่เห็นวิวเลย ฮือออ T-T



แทบไม่เห็นทางง


ดูหมอกเสร็จก็กลับมาเก็บของเตรียมตัวกลับกัน...
.
.
ระหว่างเดินทางกลับก็แวะกินของขึ้นชื่อของ จ.เพชรบูรณ์ ไก่ย่างวิเชียร

ซึ่งร้านไก่ย่างมีหลายร้านให้เลือกตลอดทางกลับ...เถียงกันอยู่นานว่าจะเลือกลงร้านไหนดี ในที่สุดก็เลือกร้านที่ง่ายต่อการจอดรถอยู่ร้านนึง

"ร้านไก่ย่างบัวตอง2"


ไก่ย่างๆๆๆๆ


ส้มตำๆๆๆๆ


ทานแบบผู้ดีอังกฤษ...

.
.
.
.
ก็จบไปแล้วนะครับสำหรับทริป เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ จากทริปนี้พวกเราก็ได้สัมผัสกับความสงบและบรรยากาศของธรรมชาติที่อาจหาไม่เจอในกรุงเทพฯ ถ้าใครอยากหาที่พักผ่อนสงบจิตใจ พวกเราก็ขอแนะนำอีกหนึ่งที่ในประเทศไทยก็คือที่นี่ครับ และอีกสิ่งที่เราได้จากทริปนี้คือ การกระชับความสัมพันธ์ของเพื่อน...ท้ายนี้ก็ขอโทษด้วยนะครับถ้าบันทึกการเดินทางของเราครั้งนี้ผิดพราดไป

ณ จุดๆนี้ก็ขอกล่าวคำว่า "สวัสดีครับบบ"
จนกว่าจะพบกันใหม่.
ชื่อสินค้า:   รีวิวเขาค้อ
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่