น้อย ตัวแทนประกันชีวิตที่รู้จัก

กระทู้สนทนา
" ก๊อก ๆ ๆ "
เสียงเคาะประตูห้องนอนข้างหลังบ้านผม
ดังขึ้นในตอนหัวรุ่ง(ราวตี 5)
ซึ่งผมชอบไปนอนอ่านหนังสือเล่น
จนบางครั้งหลับไปในห้องนี้เป็นประจำ
เพราะเงียบสงบดี  มีแต่เสียงไก่เห่า กับ หมาขัน ในตอนเช้ามืดทุกวัน

" ทำไมหรือ " ผมถาม

" พี่น้อยตายแล้ว ตายมาสองวันแล้ว
เลขาพี่น้อยเพิ่งโทรศัพท์มาบอก "
เสียงแฟนผมบอกพร้อมกับร้องไห้

" ใจเย็น ๆ เดี๋ยวค่อยว่ากัน  
ว่าจะทำอย่างไรบ้าง "
ผมปลอบใจเธอพร้อมกับครุ่นคิดขึ้นมา
ภาพความหลังเก่า ๆ
ค่อยโผล่ขึ้นมาจากความทรงจำ


โดยปกติคนทั่วไปเวลาทำประกันชีวิต
มักจะทำตามคำแนะนำของเพื่อนหรือคนรู้จัก
มากกว่าจะศึกษารายละเอียดจากกรมธรรม์
และพอจ่าย ๆ เงินไปสักพักก็อาจจะหยุดส่ง
หรือคนที่มาติดต่อทำกรมธรรม์เปลี่ยนอาชีพไป
เวลามีปัญหาก็ไม่รู้จะปรึกษาใครหรือทำอย่างไร
ทำให้มีศัพท์ในวงการเรียกกันเล่น ๆ ว่า กรมธรรม์กำพร้า


กรมธรรม์ส่วนใหญ่ของมนุษย์เงินเดือน
แบบของผมกับแฟนที่ทำไว้
ก็มักจะทำกันเพื่อหักภาษีเงินได้ส่วนหนึ่ง
กับเป็นหลักประกันรักษาพยาบาล
มากกว่าการออมทรัพย์อย่างจริงจัง
เหมือนแนวคิดการออมเงิน
ผลก็คือ มีกรมธรรม์ 2-3 ฉบับกลายเป็นกำพร้า
เพราะตัวแทนประกันย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด
เลยขาดการติดต่อ/ไม่รู้ติดต่อกับใครได้บ้าง

มีช่วงหนึ่ง น้องที่ทำงานได้แนะนำน้อยให้มาดูแลแทน
แรก ๆ ผมก็ไม่ค่อยสนใจน้อยมากนัก
เพราะกรมธรรม์ที่ทำไว้ก็ไม่เคยเบิกค่ารักษาพยาบาลแต่อย่างใด
แต่แฟนผมก็เริ่มสนิทสนมกับน้อยมากขึ้น
เพราะช่วงหลังอยู่บ้านดูแลลูก ๆ
และช่วยเหลือธุรกิจของครอบครัว
เลยมีเวลาไปเที่ยวกับน้อย
เพื่อหาของกินและเดินเที่ยวตามห้างกันบ่อย ๆ
ส่วนผมก็ยุ่งกับงานประจำตามประสามนุษย์เงินเดือน
และถือว่าสาว ๆ คุยกันเลยไม่ค่อยไปด้วยแม้จะมีเวลาว่างบ้าง
วันเกิดแก้วตาแก้วใจของผม
น้อยมักจะเอาของขวัญวันเกิดมาให้ทุกปี
แม้ว่าจะบอกว่าไม่ต้อง  แกก็ไม่ยอมแต่อย่างใด
.



.
วันหนึ่งแฟนผมมาเล่าให้ฟังว่า

" พี่น้อย ต้องจ่ายเงินล้านกว่าบาท
ให้กับน้องชายคนละแม่
เพราะน้องชายตามมาจนเจอ
แล้วบอกว่า  พ่อป่วยหนัก
ต้องการเงินรักษาพยาบาลและนำไปใช้หนี้

สงสารพี่น้อยจัง
เพราะพ่อก็ไม่เคยดูแล
พ่อแม่หย่ากันตอนน้อยเกิด
ต่อมาแม่พี่น้อยเสียชีวิตตอนที่พี่น้อยยังเป็นเด็ก
ทำให้พี่น้อยต้องไปอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

แกต้องดิ้นรนทำมาหากินมาโดยตลอด
จู่ ๆ ต้องจ่ายเงินหลักล้านให้พ่อแก
ที่ไม่เคยเลี้ยงดูแกมาแต่อย่างใดเลย "
(ยุคนั้น ทองคำบาทละ 5,000.-กว่าบาท
หรือซื้อทองคำได้ราว 200 บาท)

ผมก็อึ้งไปเพราะเป็นเรื่องของครอบครัว
กับเรื่องความกตัญญูที่ชอบพูดกันในหลักการศาสนาพุทธ
ในเรื่องพระคุณพ่อแม่มากมายเหลือล้นที่ทำให้เกิดมา
ตัองตอบแทนบุญคุณ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยดูแลลูก/เลี้ยงดูลูกเลย
คนคลั่งศาสนาพุทธ มักตอกย้ำเสมอว่าควรตอบแทนบุญคุณ
เรียกว่าเป็นชุดความคิดแบบสำเร็จรูป
เหมือนบะหมี่สำเร็จรูปพวกมาม่า ไวไว
ใช้พูด/ใช้อ้างอิง/ใช้กดดันคนอื่นได้ทุกงาน
โดยไม่ต้องใช้หลัก คิด วิเคราะห์ แยกแยะ
หรือ ใช้หลักกาลามสูตร แต่อย่างใด
อุปมาดั่งกามนิตนั่งใกล้ชิดพระพุทธเจ้า
แต่ใจหมกมุ่นว่าจะไปหาพระพุทธเจ้าวันรุ่งขึ้น
คนที่นั่งพูดคุยอยู่คือ ขรัวเฒ่าสาวกพระองค์

เรื่องแบบนี้ทำให้นึกถึง Steve Jobs
ที่เคยพูดถึงเรื่องพ่อแม่ที่แท้จริงว่า

" ขอบคุณ Sperm และรังไข่ที่ทำให้ผมเกิด "
แกเลยดูแลพ่อแม่บุญธรรมของแกอย่างดี
มีช่วงหลังที่แกยอมคืนดีกับแม่แก
และสนิทสนมกับน้องสาวแกมาก

ส่วนกับพ่อที่แท้จริงของ Steve Jobs คือ
Abdulfattah John  Jandali คนคริสต์ซีเรีย
แกไม่เคยสนใจหรืออยากนับญาติด้วยแต่อย่างใด
ขนาด Email จากพ่อส่งมาสอบถามสารทุกข์สุกดิบ
แกอ่านแล้วตอบกลับแค่ว่า Thank you
ผมเคยเรียบเรียงเล่น ๆ ไว้ที่ https://goo.gl/XbiPwP หรือ https://goo.gl/BXXB2n
.


.



.
หลังจากนั้นไม่นานนัก ก็ทราบข่าวว่า  
บ้านน้อยที่ซื้อไว้ที่หมู่บ้านเมืองทอง 2
แถวสายลพบุรีราเมศว์ร ทางไปพัทลุง-สงขลา
ถูกโจรสองคนเข้าปล้นบ้านตอนกลางคืน
แกร้องขอชีวิตกับขอร้องว่าอย่าทำร้ายแกอย่างเดียว
โจรจึงขนทรัพย์สินที่มีค่าออกไป
โดยไม่ทำอันตรายแกแต่อย่างใด
และตำรวจก็สืบสวนสอบสวนเรื่องนี้
สรุปว่าคนร้ายหลบหนีได้ตามระเบียบ


ระเบียบ น่าจะเป็นคนรักหรือแฟนคนร้ายหลายคน
เพราะมักจะระบุว่า  คนร้ายหลบหนีไปตามระเบียบ
อีกคนก็ ละม่อม น่าจะเป็นตำรวจหญิงตามชื่อ
เพราะมักจะลงข่าวว่า คนร้ายถูกจับกุมได้โดยละม่อม


น้อยกลัวเรื่องนี้มากจนต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวหนึ่ง
ที่กั้นบ้านเป็นบ้านแบ่งห้องให้เช่าในเมือง
แล้วน้อยเลยบอกขายบ้านดังกล่าวไปในราคาต่ำ
ใช้เวลาหลายปีเหมือนกันกว่าจะขายได้
เพราะบ้านทรุดโทรมมากแล้วเนื่องจากไม่มีคนดูแล
กับเวลาคนจะซื้อสอบถามประวัติบ้านจากบ้านข้างเคียง
ก็มักจะทราบเรื่องว่าเคยมีโจรงัดแงะกับปล้นบ้านนี้มาก่อน

ช่วงหลัง  น้อยก็ย้ายไปอยู่ที่อพาร์ทเมนส์
แล้วตายในห้องพักร่วมสองวันกว่าจะมีคนรู้เรื่อง
เพราะที่จอดรถยนต์สะดวกสบายกว่า
กับเกรงใจเจ้าของบ้านที่แบ่งห้องให้เช่า
เพราะไม่สะดวกในการเข้าออกกับการกลับบ้าน
ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้กับชีวิตคนในเมือง
เรื่องการหาที่จอดรถยนต์หายากต่างกับที่ทางแถวรอบนอก
ที่จะจอดรถยนต์กันสะเปะสะปะอย่างไรก็ได้
.



.
มีช่วงหนึ่ง ผมก็ย้ายไปทำงานที่สถาบันการศึกษาเอกชน
แล้วรู้จักสนิทสนมกับพี่แอ๋ว หัวหน้าฝ่ายการเงิน
แกเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าของธุรกิจนี้
กิติศัพท์แกขึ้นชื่อเรื่องความเฮี๊ยบและเจ้าระเบียบ
ประเภทเงินสักสตางค์สักสลึงก็ไม่ให้ตกหล่น
การขอเบิกเงินผ่านแกยากที่สุดจนเป็นที่รู้กัน
เพราะแกเคยทำงานที่ธนาคารบัวหลวงมาก่อน
แกคือ ป้อมปราการด่านหน้าก่อนเสนอเรื่องให้จ่ายเงินได้
และเป็นป้อมปราการด่านหลังสุดก่อนจะจ่ายเงินให้

แต่กับผมความที่เคยเดินบนถนนสายเดียวกัน
แต่คนละธนาคารและเคยพบปะเห็นหน้ากัน
เวลาไปกินข้าวเที่ยงแถวสายสองสายสาม
หรือเวลาจัดงานสถาบันการเงิน
มักจะพบปะกันแม้ว่าจะไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน
ทำให้ผมมักจะได้รับอภิสิทธ์มากกว่าคนอื่น ๆ
เวลาขอเบิกเงินล่าช้า แกก็จะรอเก็บเงินเบิกให้กับผม
ทำให้คนอื่น ๆ ที่ร่วมงานมักจะสงสัย/อิจฉาเรื่องนี้มาก
ผมก็มักจะบอกว่า " คนไฟลัมเดียวกัน คุยกันรู้เรื่อง "

พี่แอ๋วเล่าให้ผมฟังเองว่า
" สงสารน้อย
เคยทำงานกับพี่ ที่ธนาคารบัวหลวงด้วยกัน
น้อยดิ้นรนจนจบปริญญาตรีที่ มอ.
ตอนเรียนก็ต้องหางานพิเศษทำ
กับขอทุนเพื่อการศึกษาสำหรับนักศึกษายากจน
เพราะไม่มีใครส่งเสียให้เรียน
พอมาทำงานสักพักร่วมกับพี่
น้อยก็ย้ายไปทำเป็นตัวแทนขายประกัน
รายได้ดีกว่าที่ธนาคารมาก
น้อยเป็นคนนิสัยดีมากตั้งแต่ตอนทำงาน "

ผมกับพี่แอ๋วคุยกันถูกคอและสนิทสนมมาก
แต่สุดท้ายมะเร็งปอดได้คร่าชีวิตแกไป
เพราะแฟนแกตอนวัยรุ่นติดบุหรี่มาก
สูบบุหรี่พ่นเต็มบ้านและตายเพราะบุหรี่

ผมไปเยี่ยมพี่แอ๋วช่วงหลัง ๆ
แกต้องกินยาระงับอาการปวด
และโรคมะเร็งเริ่มลามไปส่วนอื่น ๆ แล้ว
พี่แอ๋วต้องเข้าออกโรงพยาบาล มอ. หลายหน
โดยเจ้าของสถาบันการศึกษา
ก็ให้คนขับรถยนต์ตู้มารับส่งแกไปโรงพยาบาลเป็นประจำ

พี่แอ๋วเข้าออกโรงพยาบาลพร้อมกับกินยาอยู่หลายเดือน
ต้องนอนแซ่บนเตียง ไม่นานนัก หลังของพี่แอ๋วเริ่มเป็นแผลกดทับ
ผมเคยอ่านเจอว่า แผ่นฟองพลาสติคที่กันของกระแทก
สามารถนำมาทำเบาะนอนได้ และช่วยรักษาแผลกดทับได้
เพราะฟองอากาศที่ผลิตเป็นลูกคลื่นหลาย ๆ ลูก
เวลาพลิกตัว/นอนแบนราบเหมือนทึ่นอนเบาะทั่วไป
แต่ถ้าซื้อของในโรงพยาบาลราคาหลักหมื่น
รวมทั้งลูก ๆ แกกับพี่สาวแก ต่างก็ทำใจแล้วว่า  พี่แอ๋วคงไม่รอดแน่

ผมเลยขอให้พี่เล็กเพื่อนรุ่นพี่ผมที่มีอาชีพเย็บเบาะโซฟา
แกเป็นมืออาชีพระดับแนวหน้าคนหนึ่งที่หาดใหญ่
สนิทกับผมเพราะตอนวัยรุ่นชอบไปนั่งตกปลาด้วยกัน
พี่เล็กช่วยเย็บเบาะให้พี่แอ๋วได้ใช้ช่วงหนึ่ง
ทำให้บรรเทาอาการแผลกดทับได้ช่วงหนึ่ง
ก่อนที่พี่แอ๋วจะเดินทางไปล่วงหน้าก่อนผม
.



.
มีช่วงหนึ่งที่ผมป่วยมากต้องเข้าออกโรงพยาบาลนับเป็นสิบ ๆ หน
น้อยก็มาดูแลสิทธิ์ต่าง ๆ ที่จะเบิกจากกรมธรรม์ได้
และยังช่วยพารับส่งไปโรงพยาบาล
แม้ว่าผมจะขอให้พี่ชายและหลานชายช่วยได้ก็ตาม
แต่แกบอกไม่เป็นไรถือว่า มาช่วยเหลือน้องสาวแก
ซึ่งแม้ว่าจะห้ามอย่างไรแกก็ไม่ยอมเลยในเรื่องนี้
จนต้องตามใจแกให้แกทำตามที่สบายใจก็แล้วกัน

ช่วงหลังผมมักจะคุยกับแฟนว่า
" เจอน้อยบ้างไหม "

ก็มักจะได้รับคำตอบว่า
" เจอบ้าง
แต่ Line บางทีตอบช้ามาก
สงสัยจะเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว
และแกก็ไม่ค่อยยอมบอกใครด้วย "

ทั้งนึ้ เพราะที่ทำงานทุกแห่งก็มักจะชิงดีชิงเด่นกัน
กับลูกค้าพี่น้อยเยอะมากกว่าคนอื่น
เลยมีหลายคนที่ผลงานไม่เข้าเป้ามักจะไม่พอใจแก
และเป็นเรื่องธรรมดาของหน่วยงานทุกแห่ง
คนเก่ง คนก้าวหน้ามากกว่าคนอื่น
คนชิงชังรังเกียจก็มีมากตามมาเป็นเรื่องปกติ

แต่พอน้อยหายดีแล้ว  ก็มักจะชวนแฟนผม
ไปกินข้าวกับเดินเที่ยวห้างด้วยกันเป็นประจำ
.



.
วันที่รดน้ำศพน้อยที่วัดเกาะเสือ
ผมกับแฟนก็ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ
ร่วมกับหัวหน้าสายของน้อย
และได้ทำตามคำสั่งเสียของแก
ที่เคยตกลงกับแฟนผมว่า
ฝากผีฝากไข้กันด้วย

และแล้วก็มีเรื่องเซ็งเป็ดเกิดขึ้น
พ่อและน้องสาวคนละแม่กับแก
ขับรถยนต์จากอีสานลงมาถึงในวันรุ่งขึ้นช่วงบ่าย
เพราะทางหน่วยงานของน้อยโทรศัพท์ไปบอก
ตามข้อมูลและหมายเลขโทรศัพท์เท่าที่ทราบ
พอทั้งสองคนมาถึง บอกให้รีบเผาศพวันนั้นเลย
เพราะมาไกลและจะรีบกลับ ไม่ตัองดูฤกษ์ดูยาม

แต่ทางผมกับหัวหน้าสายของน้อย ต่างไม่ยินยอม
เพราะถือว่าควรจะให้เพื่อนแก/คนรู้จักแกมาร่วมงานอีก 2 วัน
ทางพ่อและน้องสาวแก ดูอาการไม่ค่อยพอใจมากนัก
และแล้วน้องสาวคนละแม่กับน้อย  ก็มาเรียบ ๆ เคียง ๆ ถามว่า
น้อยมีทรัพย์สมบัติฝากไว้ที่ไหนอีกบ้าง
นอกจากรถยนต์ เงินฝากในสมุดบัญชี ข้าวของที่เจอในอพาร์ทเมนส์
ผมกับแฟนก็บอกไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของน้อย
รับรู้แต่เรื่อง ฝากผีฝากไข้ ไม่เคยรับรู้เรื่องสมบัติของน้อย
กับเรื่องส่วนตัวเรื่องญาติพี่น้องของนัอย

หลังจากเผาศพน้อยเสร็จแล้ว
วันรุ่งขึ้น พ่อและน้องสาวคนละแม่
ก็รีบนำอังคารน้อยไปลอยน้ำทันที
แล้วขนทรัพย์สินที่ใส่รถยนต์ทั้งสองคันได้
รีบตีรถกลับบ้านที่อีสานทันที
ขนาดทางหัวหน้าสายของน้อยยังไม่ทันรู้เรื่องเลย
และขาดการติดต่อไปเลยหลังจากเสร็จสิ้นงานศพน้อย
จะติดต่อได้ก็ทางเอกสารกับโอนเงินต่าง ๆ
ตามสิทธิ์พึงมีพึงได้ของน้อยคืนให้กับทายาท

ส่วนการที่คนทั้งคู่จะมาติดต่อ
ขอรับมรดกจากบัญชีเงินฝากธนาคาร/อื่น ๆ
ไม่มีใครอยากจะรับรู้และอยากจะสนใจ
เรียกว่า คนประเภทนี้ตัองตัดญาติขาดมิตรไปเลย
หรือแบบคำพังเพยที่ว่า ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ


ก็คงเหมือนคำพูดของพระภิกษุท่านหนึ่ง
" บางทีเจ้ากรรมนายเวรอาจจะมาในรูปของ
ลูกชาย ลูกสาว พ่อแม่ ญาติพี่น้อง สามีภริยา
เพื่อน เจ้านาย ลูกน้อง เจ้าหนี้ ลูกหนี้ คนอื่น ๆ
ให้ทำใจกับเรื่องเวรเรื่องกรรม "


เขียนถึงน้อยด้วยความคิดถึง
คงเหมือนบทกวีที่เคยอ่านเจอนานแล้ว


เหมือนกับฉัน
เหมือนกับเธอ
เหมือนได้เจอเพื่อจากกัน
เหนือความจริงสิ่งสำคัญ
ได้พบกันก็เพียงพอ


เขียนขึ้นจากความทรงจำเก่า ๆ
ก่อนจะเลือนหายไปเหมือนใบไม้ปลิดปลิว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  แต่งเรื่องสั้น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่