ไปต่อยังไงดีครับ...เมื่อเขาปฏิเสธรักผมแบบสีเทา

หวัดดีครับทุกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้แรกของผม ไม่เคยนึกเลยว่าจะเอาเรื่องอะไรของตัวเองมาโพสแบบนี้แต่แล้วมันก็มาถึงวันนี้จนได้เห็นคนอื่นเขาโพสกันก็ได้ทางออกและกำลังใจที่ดีเหมือนกัน เลยตัดสินใจเอาเรื่องตัวเองมาระบายบ้างเพราะมันอึดอัดครับ เข้าเรื่องเลยแล้วกันตัวผมอายุ30+แล้วครับ ทำงานแล้วเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยมีความรักมาบ้างแต่ก็ต้องจบแบบไม่สมหวังตลอด คิดมาตลอดว่ามันคงเป็นกรรมเก่าที่ชาติที่แล้วทำกับเขาไว้เยอะเห้อ...คิดแล้วก็สงสารตัวเอง ออ..ลืมบอกไปความรักของผมเป็นแบบชายรักชายนะครับ...หวังว่าเพื่อนๆคงจะเปิดใจรับนะครับ เรื่องมันมีอยุ่ว่าตั้งแต่ที่ทำงานรับพนักงานใหม่เข้ามาทำงาน ที่เรื่องรับพนักงานใหม่มันก็เป็นปกติอยุ่แล้วครับแต่...กับน้องคนนี้มันไม่เหมือนกับคนอื่นนี่ซิ งานเข้าผมเลยซิครับ บอกไว้ก่อนเลยนะครับผมไม่ได้รู้สึกชอบกับน้องคนนี้ตั้งแต่แรกครับก่อนหน้านั้นเจอหน้ากันนานๆครั้ง จำได้ว่าเจอหน้าเขาครั้งแรกผมก็ถามเขาประวัติเขาเหมือนเพื่อนพนักงานทั่วไปว่ามาจากไหน ทำไมย้ายมาทำที่ไหน อะไรประมาณนี้จนวันเวลาผ่านไปน่าจะ4-5เดือน ผมก็ไดมีโอกาสเข้าไปช่วยงานในแผนกน้องเขาในฐานะผู้มีความรู้ จะว่าไปมันก็เกี่ยวข้องกับงานที่ผมทำด้วยแหละ จนได้คุยกันกันเยอะขึ้น ผมเลยอยากสร้างความสนิมสนม ความไว้ใจกับน้องๆมัน จะได้ทำงานด้วยกันง่ายๆ ผมเริ่มจากการเปิดใจเล่าชวิตส่วนตัวรวมถึงเรื่องของความรักด้วย ประสบการ์ณการทำงาน เอาจริงจริงนะมันไม่มีเรื่องไหนแล้วที่ผมจะเล่าได้ยาวและมันกว่านี้อีกแล้ว 555+เอาเรื่องคัวเองนี้ละวะ จนวันที่น้องๆกล้าคุยกับผม แอบมีแซวกลับมาบ้างละ นั่นทำให้ผมมั่นใจว่า น้องๆเขาเริ่มไว้ใจผมแล้วละ มาถึงตอนนี้ผมสารภาพเลยครับว่าผมแอบชอบน้องผู้ชายคนหนึ่งเอาเป็นว่าชื่อน้องหนึ่ง แล้วกันน้องเขาเป้นนักศึกษาจบมาใหม่เพิ่งเริ่มทำงาน มันก็จะใสๆเห็นแล้วรู้สึกดีครับ555+ และมีน้องอีกคนที่เป็นประเด็นของกระทู้เลยครับเอาเป็นว่าชื่อน้องสอง เฮ้อ..นึกถึงเรื่องนี้ทีไรมันน่าสงสารตัวเองจริงๆไม่เคยสมหวังแม้แต่ครั้งเดียวในเรื่องของความรัก...เอาละครับกลับมาเข้าเรื่องเลยดีกว่าตั้งแต่น้องๆเริ่มไว้ใจผม กล้าทักทาย ยิ้มให้กันบ่อยขึ้น แล้วก็มาถึงวันเริ่มต้นของปัญหาของผมแล้วครับ ในขณะที่ผมคุยกันอย่างสนุกสนานกับน้องหนึ่งและน้องสองอยู่นั้นก็มีการถามกลับกันไปมา จนผมมาสตั้นกับคำถามของน้องสองที่ถามว่า แล้วพี่มีแฟนหรือยังครับ? ออ.ลืมบอกว่าน้องสองคนนี้เขาบอกกับทุกคนครับเขาเป็นเกย์ทุกคนรู้หมดแล้วครับ รวมถึงผมด้วย ด้วยสีหน้าท่าทางของน้องเขาเหมือนอยากรู้ ผมก็เลยตอบแบบจริงปนฮาๆไปว่า ไม่มี ไม่กล้ามีกลัวเสียตัว555+ น้องเขาก็สวนกลับมาว่ามันก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วนิ แล้วผมก็ตอบกลับไปสั้นๆว่า ก็นั้นแหละ แล้วมันก็ถามผมอีกว่า มีแฟนมาแล้วกี่คน ผมก็ถามกลับไปว่า แล้วถามทำไม น้องเขาพูดเสียงเบาๆว่าก็อยากรู้ ตอนนี้ในใจผมคิดแล้วครับถามแบบนี้มันคิดยังไงกับผมหรือเปล่าวะ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาน้องเขาก็ชอบชื้อขนมมาฝากอยู่เรื่อยๆแต่มันก็มีของคนอื่นด้วยแหละแต่หนึ่งในนั้นมันก็มีของผมด้วยนี้ซิ จนทำให้เราสนิทกันมากขึ้น และได้ไปเที่ยวกินเหล้าด้วยกันบ่อยขึ้น พอถึงใกล้ถึงวันสงกรานต์ได้มีโอกาสไปเที่ยวนั่งกินแถวริมแม่น้ำใกล้ที่ทำงาน แถวนั้นก็จะมีซุ้มให้ใหเรานั่งทานดื่มได้ พอนั้งกินไปสักพัก ออ..ครั้งนี้ไปด้วยกันสามคนครับมีผม เพื่อนผู้หญิงและน้องสอง นั่งกินกันไปสักพักคุยไปคุยมา จู่ๆน้องสองเขาก็ถามผมขึ้นกลางวงเหล้าว่า แล้วตกลงผมเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน สีหน้าจริงจังกับคำถามมาก จนเพื่อนผู้หญิงต้องพูดออกตัวว่า...ฉันไม่รู้นะ ตกลงกันเองนะ...แล้วบิดหน้าอายหนีแทนเรา ไอ้ผมเหรอก่แอบสตั้นซิและแอบเขินด้วยแหละ คิดในใจถามตูเป็นครั้งที่สองแล้วนะกับคำถามนี้ ทำไมถึงอยากรู้นักว่าตูเคยมีแฟนมาแล้วกี่คน ถามเหมือนคนจะเข้ามาจีบกันนะ อันนี้ผมคิดในใจนะ555+ และก็มีอีกครั้งหนึ่งได้ไปกินเหล้าด้วยกันที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ไปกันสามคนเหมือนเดิมครับมีผม เพื่อนผู้หญิง และน้องสองนั่งไปสักพักเกือบๆเที่ยงคืนกำลังจะกลับกันละ จู่ๆมันก็ชวนไปนั่งกินต่อที่หอพักเพื่อน เพื่อนผู้หญิงขอตัวไม่ไป ก็เหลือแค่ผมกับน้องสอง พอไปถึงหอพักเพื่อนมีคนนั่งอยุ่น่าจะ4-5คนได้ผมก็รู้จักเกือบหมดและเพราะน้องเขาก็เป็นนักศึกษาฝึกงานอยู่ที่ทำงานแหละ ผมกับน้องสองนั่งใกล้ๆกันแค่มีน้องผู้หญิงอีกคนนั่งกั้นระหว่างผมกับน้องสองครับ นั่งดื่มกันไปสักพัก คุยนั่นคุยนี้เไปเรื่อย ผมหยุดดื่มแล้วเอาน้ำแข็งก้อนเล็กมาถูกับตราปั้มที่ข้อมือของผมออก ออ..ตราปั้มนี้มาจากร้านที่ไปนั่งดื่มมาก่อนหน้าครับ จู่มันก๋เอามือมาช่วยผมถูตราปั้มที่ข้อมือของผม เฮ้อ...อย่าทำแบบนี้กับตูได้ไหม ตูไม่ไหวแล้วนะเว้ย จนเคยมีคนถามมันว่าเป็นแฟนกับผมเหรอ มันก็ไม่ตอบอะไร เงียบ ความสนิทสนมเริ่มมากขึ้น จนมาถึงวันที่น้องสองไม่สบายแล้วผมก็เสนอตัวอาสาจะไปส่งหาหมอที่โรงพยาบาล น้องสองก็ตอบรับ แต่พอถึงเวลาไลน์มาบอกว่าขี้เกียจ ไม่อยากไปแล้ว ผมหงุดหงิดเลยตอนนั้น ต่อว่าไปว่า ไม่สบายก็ต้องไปหาหมอ ทำไม่ต้องขี้เกียจ แล้วเมื่อไหร่จะหาย ผมเริ่มหงุดหงิดเลยระเบิดเลยวั้นไหนผมเลยถามไปอีกว่า ทำไมเป็นคนเอาใจอยากอย่างนี้ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ถามจริงๆนะพี่อึดอัดอยากถามมานานละ ยังอยากคบกันไหม มันก็ตอบว่าคบแบบไหน ผมก็ตอบคบแบบคนรักกันนะ แล้วมันก็เงียบไปสักพักแล้วตอบกลับมาว่า ขอโทษ ผมไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับพี่ ผมสตั้นไปแปบนึ่ง เออ..แล้วที่ผ่านมามันคืออะรัย ตูไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะเว้ย ตอนนั้นผมรู้สึกเฟลเลยครับ ขาดความมั่นใจไปเลย รวบรวมสติแล้วตอบกลับไปว่า โอเค ไม่เป็นไรเซนต์ของพี่คงเสียไปเองแหละที่คิดเองว่าน้องสองอยากคบกับพี่ งั้นต่อไปนี้พี่ก็จะทำตัวกับน้องเหมือนคนทั่วไปที่ไม่มีอะไรพิเศษอีก น้องสองเขาเคยบอกผมนะว่าเขายังไม่มีแฟน สองสามอาทิตย์แรกหลังจากผมโดนปฏิเสธ ผมก็สนใจ ไม่เข้าไปคุยกับน้องเขาอีกเลย พยายามหลบหน้า ไม่อยากเจอน้องเขาอีก ไม่แม้กระทั่งทักทาย เวลาผมต้องทำงานด้วยกับน้องสองผมก็จะตีตัวออกห่าง ไม่นั่งใกล้ ผมสังเกตุน้องสองเขาเริ่มแสดงท่าทีหงุดหงิด เครียด เวลาเราไม่คุยกับเขา เวลาผ่านไปหลายเดือนเราก็มีโอกาสไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ไปกันสามคนครับมีผม เพื่อนผู้หญิง และน้องสอง บอกเลยนะครับเพื่อนผู้หญิงตนนี้เป็นเพื่อนสนิทของเลยครับ ไปไหนไปด้วยกัน มีอะไรผมมักจะเล่าให้มันฟังเสมอรวมถึงเรื่องนี้ด้วยมันรับรู้ทุกอย่าง และมันก๋สนิทกับน้องสองด้วยแต่เพิ่งมาสนิทกันไม่นานนี้ครับ เหมือนเป็นคนคอยเป็นช่วยลดความกดดันระหว่างผมกับน้องสองเวลามีปัญหาต่างๆ ตอนที่เที่ยวอยู่ต่างจังหวัด หลังจากที่ไม่ได้คุยกันนาน จู่มันก่ถามขึ้นมาอีกว่า เวลาพี่มองหน้าผม หน้าตาผมดูเหมือนมีอะไรจะบอกยังั้นเหรอครับ ผมก็ตอบสั้นๆไปว่า มั้ง แล้วมันก็ถามมาอีกว่า ทำไมต้องมั้ง ให้ผมตอบจริงๆ ผมก็เลยตอบไปว่า ใช่ แล้วก็จบบทสนทนาไปอย่างตึงๆเงียบ มาคิดได้ตอนนี้ว่าถ้าผมย้อนเวลากับไปตอนที่มัถามคำถามนี้ผมอยากจะถามมันว่า จะถามเอาอะไรจากผมอีก ถามแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร จะถามเพื่อตอกย้ำความรู้สึกอีกเหรองัย นี่คือคำถามที่อยากสวนกลับมันตอนนั้นมาก แต่ตอนนั้นคิดไม่ออกจริงๆ มันอือๆ ไม่อยากพูด นึกแล้วเสียดายจริงๆครับน่าจะถามย้อนกลับไปให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย...นับจากวันนั้นสถาณการก็ดีขึ้นมานิดหนึ่งครับ ผมจะคุยกับมันก็ต่อเมื่อมีคำถามจริงๆ แต่จะไม่ทักทายเรื่อยเปื่อยเหมือนก่อนแล้ว มันก็จะตึงๆหน่อย ดีก็ยังดีกว่าตอนแรกๆครับ เอาจริงนะครับทุกวันนี้ผมก็ยังแอบหวังว่าสักวันหนึ่งมันจะตอบรับยอมคบกับผมอยู่ เหมือนมันยังมีกำแพงอะไรอยู่ ผมไม่รู้ ใจหนึ่งก็อยากตัดใจจากมันให้ได้ แต่มันทำยากมากครับ ผมว่าผมชอบมันมากแล้วละ ทุกวันนี้ยังอดสงสารตัวเองอยู่ทุกครั้งที่ไม่เคยสมหวังในเรื่องของความรักเลย เห้อ...เพื่อนๆคิดว่าผมควรจะทำยังต่อดีครับ....ความรักหนอความรัก....
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่