~มาลาริน~**🤦‍🤦‍🤦‍ เบื่อพี่มาร์คค่ะ....คิดถึงลุงตู่ 💖💖💖

กระทู้คำถาม
คุณอภิสิทธิ์" นี่............
นับวัน อาการ "จิตหลอน" ทางการเมืองชักจะขึ้นสมองจนน่าเป็นห่วง

"เต้น-ผวา" ไล่งับกระทั่งเงา!

ดูแล้วหนักใจแทน

เพราะในจำนวน "นักการเมือง" ของไทย ซึ่งคนละประเภทกับ "นักเลือกตั้ง"

ท่านเป็นคนหนึ่งที่สังคมคาดหมายในความเป็น "ทรัพยากรบุคคลทางการเมือง" ในตัวท่าน

และความเป็นจริง ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของท่านนอกจากเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว

ยังได้ชื่อว่า "นักการเมืองผ่านศึก" ถึงขั้นเฉียดเป็น-เฉียดตายมาแล้ว ในสมรภูมิแดง "เผาบ้าน-เผาเมือง" เมื่อปี ๕๒-๕๓

ถ้าตอนนั้น..............

บ้านเมืองไม่มี "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต่อต้านสงครามชิงเมืองจาก นปช.ระบอบทักษิณ

สงสัยประเทศไทยวันนี้ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ไปแล้วก็ได้?

จากกร้าวแกร่งของอภิสิทธิ์ชนิด "เหนือคาดหมาย" ของคนทั้งชาติตอนนั้น เป็นแต้มบวกในทางประเมินค่าคุณอภิสิทธิ์ว่า

เป็นผู้มี "ภาวะผู้นำ" ด้วยความรับผิดชอบสูง

เป็นความสูงที่ตั้งอยู่บนฐาน "จิตดี-สมาธิแข็ง"

เรียกว่า "สอบผ่าน" ทุกวิชาบริหารการบ้าน-การเมือง ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติการ

เป็น "หุ้นบลูชิป" ในตลาดการเมืองเลยทีเดียว!

แต่อดีตนายกฯ คนนี้ ทำให้ต้องแปลกใจ ในความคิดและการแสดงออกของท่าน ต่อการเมืองภายใต้รัฐบาล คสช.

จริงอยู่..........

คุณอภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยเลือกตั้ง

ส่วนรัฐบาล คสช.โดยนายกฯ ประยุทธ์ เป็นการเมืองค่ายเผด็จการทหาร

คุณอภิสิทธิ์คล้ายสรุปว่า "เผด็จการ-ประชาธิปไตย" เป็น "เส้นขนาน" ไม่มีทางบรรจบกันได้

แต่คุณอภิสิทธิ์อาจลืมไปอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาโจทย์เลขทั้งจักรวาล ไม่มีทาง ซ.ต.พ.ได้เลย

จนกว่าได้เห็น "เส้นขนาน" สองเส้น ที่ใต้ตัวเลขนั้นๆ!

"การเมือง-การบ้าน" ก็เหมือนโจทย์เลข........

ที่แต่ละรัฐบาล โดยเลือกตั้งบ้าง โดยเผด็จการบ้าง แก้โจทย์บ้าง เพิ่มตัวเลขยุ่งเข้าไปในโจทย์อีกบ้าง ก็ไม่ลงตัวกันซักที

ซ้ำกลับมีแต่นุงนังเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น..เพิ่มขึ้น

มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะให้ "ล้านๆ ตัวเลข" ยุ่งเหยิงเป็นโจทย์ประเทศไม่รู้จบไปเรื่อยๆ

ก็ต้องมี "ตัวช่วย" อะไรซักอย่างเข้ามา "ขีดเส้นใต้ ๒ เส้น" เป็นการพักโจทย์ที่ยุ่งเหยิงไว้แค่นั้นก่อน

เพื่อ.....

ทางหนึ่ง สะสางตัวเลขโจทย์ยุ่งเหยิงเก่าๆ ให้เข้าที่-เข้าทาง

อีกทางหนึ่ง โจทย์ไหนที่มีทางไปได้ ก็เดินหน้ากันต่อไป

นี่...ควรใช้ "จิตกว้าง" มองในปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขและสร้างเสริม ส่วนจะระบบ-ระบอบอะไรนั้น

มันก็แค่ "เครื่องมือ" ชั่วคราว ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมม-คาราคาซังขณะหนึ่งเท่านั้น

ไม่ควรต้องไป "ขึงตึง" ตายตัว ว่ามันต้องประชาธิปไตยเท่านั้น ผิดจากนี้ไป ไม่ใช่..ใช้ไม่ได้..แก้ไม่ได้

ควรเงยหน้ามองผล "ทางแก้ไข" มากกว่าดักดานอยู่แค่ "ชื่อระบอบ-ระบบ"!

ไม่ต้องดูอื่นไกล เงยหน้าจากตำราประชาธิปไตยหมดอายุสิแล้วเหลียวมองไปในโลกกว้าง ก็จะเห็น

สหรัฐอเมริกานั่นไง?

ให้ ๑๐๐ ปี พิมพ์ดอลลาร์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กระดาษที่เรียกดอลลาร์ที่พิมพ์นั้น ก็ยังไม่พอใช้หนี้ประเทศต่างๆ ที่ติดค้างเขาอยู่

มันเป็นตัวเลข "โจทย์ประเทศ" เชิงเศรษฐกิจหลัก ที่สหรัฐฯ แก้มากว่า ๒ ทศวรรษ ก็แก้ไม่ตก!

แล้วสหรัฐฯ "เจ้าหลักการสินค้าประชาธิปไตย" ทำยังไง?

ก็ทำอย่างที่เห็นกันทั้งโลกตอนนี้.............

"หน้า" ขายประชาธิปไตย

"ตูด" ขายเผด็จการฝังราก

ทั้งยุยง ทั้งส่งเสริม ทั้งแทรกแซง แทรกซึม เข้าไปก่อสงคราม เข้าไปมอมหน้าคนในแต่ละชาติ แล้วปลุกปั่นให้เกลียดกัน-ฆ่ากันเอง

ทำให้แต่ละประเทศเป็น "ตาอิน-ตานา"

แล้วตัวเอง เข้าไปเป็น "ตาอยู่" ในขั้นตอนสุดท้าย!

ก็จะเห็นว่า "เส้นขนาน" ของระบบ-ระบอบนั่นแหละ สุดท้าย ในทุกปัญหาของการบ้าน-การเมืองที่แก้ไม่ได้

ก็จะถูกนำมาใช้เป็น "เส้นใต้ ๒ เส้น" ซ.ต.พ. หรือ Q.E.D. ของโจทย์เลขข้อนั้น!

โลกเป็นจริง กับโลกตำรา มันเป็น "คนละโลกเดียวกัน" อย่างนี้ การเป็นนักการเมือง "หัวสมัยใหม่" นั้นดี

แต่การจะเอา "หัว" ออกมาโชว์ให้เห็นว่าเป็น "หัวสมัยใหม่" แท้จริงนั้น

"คอ" ต้องไม่ขัดอยู่ใน "คอห่าน"!

ที่พูดนี่ ไม่ได้หมายให้คุณอภิสิทธิ์หรือประชาธิปัตย์ ต้องสงบเสงี่ยมและสงบนิ่ง เป็น "เด็กดี" ของรัฐบาลทหาร

มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้อยู่แล้วโดยสายเลือดประชาธิปัตย์

แต่ "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" คือศูนย์กลางของงานการเมืองของทุกพรรค-ทุกบุคคลมิใช่หรือ?

นั่นคือความใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะในแต่ละสถานการณ์ นำ "ผลได้-ผลเสีย" ขึ้นตาชั่งหาน้ำหนัก แล้วตัดสินใจเพื่อการนั้น

นั่นแหละ "วิถีแห่งนักการเมือง" เพื่อบ้าน-เพื่อเมืองแท้จริงละ!

ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์...........

จอมพลสฤษดิ์ "แค้นนัก" ตอนเป็นนายทหาร เพราะขวางทางเกาะแกะเงินหลวง จนต้องหลบไปอยู่ต่างประเทศ

แต่พอปฏิวัติ

คนแรกที่จอมพลสฤษดิ์เชิญตัวมาเป็นมือเศรษฐกิจให้รัฐบาลเผด็จการทหาร ทำหน้าที่วางระบบ-จัดระเบียบ การเงิน-การคลัง-การงบประมาณให้ประเทศ

คืออาจารย์ป๋วย!

อาจารย์ป๋วยไม่เคยศรัทธาการเมืองระบบเผด็จการ ไม่เคยศรัทธาจอมพลสฤษดิ์

แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขอร้อง ให้อิสระในการทำงานและการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สังคมชาติบ้านเมือง

ดร.ป๋วยยอมมาเป็นลูกมือทำงานการเมืองให้รัฐบาลเผด็จการ

พูดได้เลยว่า ที่สถาบันการเงินของไทย "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ได้รับการยอมรับเข้าระดับมาตรฐานโลกทุกวันนี้

ก็ "อาจารย์ป๋วย" นี่แหละสร้าง!

นี่คือตัวอย่างผู้ใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะสถานการณ์เพื่อ "สังคมรวม"

กระทั่ง "นายควง อภัยวงศ์" ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็เถอะ คือหนึ่งใน "คณะราษฎร" ที่ปฏิวัติสยาม "เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕"

ผู้รับมอบหมายให้เข้าไปทำหน้าที่ "จัดสายตะแล็ปแก็ป" ในไปรษณีย์กลาง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนา

ก็ "นายควง" นี่แหละ!

นี่ก็เพราะท่านใคร่ครวญแล้ว ด้วยสถานการณ์และความเป็นไปยุคนั้น-สมัยนั้น สิ่งที่ทำนั้น สอดคล้องกับกาลสมัย ท่านก็ทำ

พูดมายืดยาว แล้วผมมีเจตนาอะไรกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ บางท่านอาจสงสัย?

เจตนาดีสถานเดียว ไม่มีอื่นแอบแฝง

แต่เพราะเห็นท่าน แสดงภาวะผู้นำ "กอดหลักการ" ร่ายตำราประชาธิปไตยเป็น "บทขัด-บทแทรก" ในปฏิบัติการรัฐบาลเผด็จการทหารแทบทุกเรื่อง

ไม่ใช่ให้ท่านไปเออออ-ห่อหมกกับรัฐบาล คสช.หรือกับเรื่องที่นายกฯ ประยุทธ์ทำ

แต่มันจำเป็นมั้ย พูดแล้ว-ทำแล้ว มันได้ผลทางบวกทั้งกับตัวเองและทั้งกับสถานการณ์รวมมั้ย?

ถ้าได้ เอาเลย..........

แต่ที่เห็น-ที่ทำ มันไม่ได้อะไร มีแต่เอนเทอร์ เดอะ มีต เอนเทอร์ เดอะ โบน คือเข้าเนื้อ-เข้ากระดูกตัวเองแทบทุกเรื่อง

เรื่อง "จังหวะ" นี่สำคัญ บางเรื่องนายกฯ ประยุทธ์ก็ทำไม่เข้าท่า แต่เรื่องนั้น อยู่ในจังหวะและฉากที่นายกฯ ประยุทธ์เขาเป็นผู้แสดง

(ทน) ดูเขาไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร

การที่ "ทะลุกลางปล้อง" ในฉากของเขา ตัวเรานั่นแหละกลายเป็น "ตัวรุ่มร่าม"

อยู่เฉยๆ คือนิ่งเสีย จะตำลึงทองมากกว่า!

อย่างกรณี ๖ คำถามที่นายกฯ ประยุทธ์เขาตั้งให้คนไปตอบนั่นน่ะ

มันเป็นแค่ "ลีลาประกอบฉาก" ของนายกฯ ประยุทธ์เขา ไม่ใช่เรื่องเป็นเนื้อหนังเกี่ยวพัน "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" โดยตรง

คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องคันก็ได้

แต่กลับคัน ไปคั้นวาทะอย่างนั้น-อย่างนี้ ถึงขั้น หยิบฉวยขยะทางโซเชียลมีเดียไปพูดเป็นจริง-เป็นจัง ว่าทางการเกณฑ์คนไปแสดงความเห็น

เข้าเนื้อ-เข้าตัวเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ทางเอกลักษณ์เอกบุรุษทางการเมืองเลย!

เกณฑ์-ไม่เกณฑ์ มันก็ยี่เกเหมือนเดิม แต่ถ้าเกณฑ์จริงๆ น่ะคนร่วม ๗๐ ล้าน เกณฑ์มาได้แค่หลักหมื่น ท่านก็เคยเป็น "นายข้าราชการทั้งประเทศ" มาก่อน

ตอบด้วยตรรกะอำนาจซิ...เกณฑ์-ไม่เกณฑ์?

ในฉากบ้านเมืองที่ "รัฐบาลทหาร" กำลังออกฉาก นักการเมืองระบบเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ถึงคิว ควรวางตัว-วางบทบาทอย่างไรไม่ให้เสียรังวัด

อยากให้คุณอภิสิทธิ์มองที่ "ครูการเมือง" ของท่าน คือ "อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย"

"รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้ง-ชนะร้อยครั้ง"

แต่ขืนนำทัพรบ อย่างที่คุณอภิสิทธิ์รบอยู่ตอนนี้ ไม่มีให้รบถึงร้อยครั้งหรอก

มัน "จบ" ตั้งแต่ "รบแรก" แล้ว!


http://www.thaipost.net/?q=node/38117




อ่านบทความนี้ตรงใจมาลารินมากกกกกกกกกกกกค่ะ

คิดถึงลุงตู่มาก  หัวใจหัวใจหัวใจ

รอลุงตู่กลับมานะคะ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่