คุณอภิสิทธิ์" นี่............

นับวัน อาการ "จิตหลอน" ทางการเมืองชักจะขึ้นสมองจนน่าเป็นห่วง
"เต้น-ผวา" ไล่งับกระทั่งเงา!
ดูแล้วหนักใจแทน
เพราะในจำนวน "นักการเมือง" ของไทย ซึ่งคนละประเภทกับ "นักเลือกตั้ง"
ท่านเป็นคนหนึ่งที่สังคมคาดหมายในความเป็น "ทรัพยากรบุคคลทางการเมือง" ในตัวท่าน
และความเป็นจริง ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของท่านนอกจากเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว
ยังได้ชื่อว่า "นักการเมืองผ่านศึก" ถึงขั้นเฉียดเป็น-เฉียดตายมาแล้ว ในสมรภูมิแดง "เผาบ้าน-เผาเมือง" เมื่อปี ๕๒-๕๓
ถ้าตอนนั้น..............
บ้านเมืองไม่มี "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต่อต้านสงครามชิงเมืองจาก นปช.ระบอบทักษิณ
สงสัยประเทศไทยวันนี้ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ไปแล้วก็ได้?
จากกร้าวแกร่งของอภิสิทธิ์ชนิด "เหนือคาดหมาย" ของคนทั้งชาติตอนนั้น เป็นแต้มบวกในทางประเมินค่าคุณอภิสิทธิ์ว่า
เป็นผู้มี "ภาวะผู้นำ" ด้วยความรับผิดชอบสูง
เป็นความสูงที่ตั้งอยู่บนฐาน "จิตดี-สมาธิแข็ง"
เรียกว่า "สอบผ่าน" ทุกวิชาบริหารการบ้าน-การเมือง ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติการ
เป็น "หุ้นบลูชิป" ในตลาดการเมืองเลยทีเดียว!
แต่อดีตนายกฯ คนนี้ ทำให้ต้องแปลกใจ ในความคิดและการแสดงออกของท่าน ต่อการเมืองภายใต้รัฐบาล คสช.
จริงอยู่..........
คุณอภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยเลือกตั้ง
ส่วนรัฐบาล คสช.โดยนายกฯ ประยุทธ์ เป็นการเมืองค่ายเผด็จการทหาร
คุณอภิสิทธิ์คล้ายสรุปว่า "เผด็จการ-ประชาธิปไตย" เป็น "เส้นขนาน" ไม่มีทางบรรจบกันได้
แต่คุณอภิสิทธิ์อาจลืมไปอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาโจทย์เลขทั้งจักรวาล ไม่มีทาง ซ.ต.พ.ได้เลย
จนกว่าได้เห็น "เส้นขนาน" สองเส้น ที่ใต้ตัวเลขนั้นๆ!
"การเมือง-การบ้าน" ก็เหมือนโจทย์เลข........
ที่แต่ละรัฐบาล โดยเลือกตั้งบ้าง โดยเผด็จการบ้าง แก้โจทย์บ้าง เพิ่มตัวเลขยุ่งเข้าไปในโจทย์อีกบ้าง ก็ไม่ลงตัวกันซักที
ซ้ำกลับมีแต่นุงนังเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น..เพิ่มขึ้น
มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะให้ "ล้านๆ ตัวเลข" ยุ่งเหยิงเป็นโจทย์ประเทศไม่รู้จบไปเรื่อยๆ
ก็ต้องมี "ตัวช่วย" อะไรซักอย่างเข้ามา "ขีดเส้นใต้ ๒ เส้น" เป็นการพักโจทย์ที่ยุ่งเหยิงไว้แค่นั้นก่อน
เพื่อ.....
ทางหนึ่ง สะสางตัวเลขโจทย์ยุ่งเหยิงเก่าๆ ให้เข้าที่-เข้าทาง
อีกทางหนึ่ง โจทย์ไหนที่มีทางไปได้ ก็เดินหน้ากันต่อไป
นี่...ควรใช้ "จิตกว้าง" มองในปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขและสร้างเสริม ส่วนจะระบบ-ระบอบอะไรนั้น
มันก็แค่ "เครื่องมือ" ชั่วคราว ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมม-คาราคาซังขณะหนึ่งเท่านั้น
ไม่ควรต้องไป "ขึงตึง" ตายตัว ว่ามันต้องประชาธิปไตยเท่านั้น ผิดจากนี้ไป ไม่ใช่..ใช้ไม่ได้..แก้ไม่ได้
ควรเงยหน้ามองผล "ทางแก้ไข" มากกว่าดักดานอยู่แค่ "ชื่อระบอบ-ระบบ"!
ไม่ต้องดูอื่นไกล เงยหน้าจากตำราประชาธิปไตยหมดอายุสิแล้วเหลียวมองไปในโลกกว้าง ก็จะเห็น
สหรัฐอเมริกานั่นไง?
ให้ ๑๐๐ ปี พิมพ์ดอลลาร์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กระดาษที่เรียกดอลลาร์ที่พิมพ์นั้น ก็ยังไม่พอใช้หนี้ประเทศต่างๆ ที่ติดค้างเขาอยู่
มันเป็นตัวเลข "โจทย์ประเทศ" เชิงเศรษฐกิจหลัก ที่สหรัฐฯ แก้มากว่า ๒ ทศวรรษ ก็แก้ไม่ตก!
แล้วสหรัฐฯ "เจ้าหลักการสินค้าประชาธิปไตย" ทำยังไง?
ก็ทำอย่างที่เห็นกันทั้งโลกตอนนี้.............
"หน้า" ขายประชาธิปไตย
"ตูด" ขายเผด็จการฝังราก
ทั้งยุยง ทั้งส่งเสริม ทั้งแทรกแซง แทรกซึม เข้าไปก่อสงคราม เข้าไปมอมหน้าคนในแต่ละชาติ แล้วปลุกปั่นให้เกลียดกัน-ฆ่ากันเอง
ทำให้แต่ละประเทศเป็น "ตาอิน-ตานา"
แล้วตัวเอง เข้าไปเป็น "ตาอยู่" ในขั้นตอนสุดท้าย!
ก็จะเห็นว่า "เส้นขนาน" ของระบบ-ระบอบนั่นแหละ สุดท้าย ในทุกปัญหาของการบ้าน-การเมืองที่แก้ไม่ได้
ก็จะถูกนำมาใช้เป็น "เส้นใต้ ๒ เส้น" ซ.ต.พ. หรือ Q.E.D. ของโจทย์เลขข้อนั้น!
โลกเป็นจริง กับโลกตำรา มันเป็น "คนละโลกเดียวกัน" อย่างนี้ การเป็นนักการเมือง "หัวสมัยใหม่" นั้นดี
แต่การจะเอา "หัว" ออกมาโชว์ให้เห็นว่าเป็น "หัวสมัยใหม่" แท้จริงนั้น
"คอ" ต้องไม่ขัดอยู่ใน "คอห่าน"!
ที่พูดนี่ ไม่ได้หมายให้คุณอภิสิทธิ์หรือประชาธิปัตย์ ต้องสงบเสงี่ยมและสงบนิ่ง เป็น "เด็กดี" ของรัฐบาลทหาร
มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้อยู่แล้วโดยสายเลือดประชาธิปัตย์
แต่ "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" คือศูนย์กลางของงานการเมืองของทุกพรรค-ทุกบุคคลมิใช่หรือ?
นั่นคือความใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะในแต่ละสถานการณ์ นำ "ผลได้-ผลเสีย" ขึ้นตาชั่งหาน้ำหนัก แล้วตัดสินใจเพื่อการนั้น
นั่นแหละ "วิถีแห่งนักการเมือง" เพื่อบ้าน-เพื่อเมืองแท้จริงละ!
ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์...........
จอมพลสฤษดิ์ "แค้นนัก" ตอนเป็นนายทหาร เพราะขวางทางเกาะแกะเงินหลวง จนต้องหลบไปอยู่ต่างประเทศ
แต่พอปฏิวัติ
คนแรกที่จอมพลสฤษดิ์เชิญตัวมาเป็นมือเศรษฐกิจให้รัฐบาลเผด็จการทหาร ทำหน้าที่วางระบบ-จัดระเบียบ การเงิน-การคลัง-การงบประมาณให้ประเทศ
คืออาจารย์ป๋วย!
อาจารย์ป๋วยไม่เคยศรัทธาการเมืองระบบเผด็จการ ไม่เคยศรัทธาจอมพลสฤษดิ์
แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขอร้อง ให้อิสระในการทำงานและการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สังคมชาติบ้านเมือง
ดร.ป๋วยยอมมาเป็นลูกมือทำงานการเมืองให้รัฐบาลเผด็จการ
พูดได้เลยว่า ที่สถาบันการเงินของไทย "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ได้รับการยอมรับเข้าระดับมาตรฐานโลกทุกวันนี้
ก็ "อาจารย์ป๋วย" นี่แหละสร้าง!
นี่คือตัวอย่างผู้ใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะสถานการณ์เพื่อ "สังคมรวม"
กระทั่ง "นายควง อภัยวงศ์" ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็เถอะ คือหนึ่งใน "คณะราษฎร" ที่ปฏิวัติสยาม "เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕"
ผู้รับมอบหมายให้เข้าไปทำหน้าที่ "จัดสายตะแล็ปแก็ป" ในไปรษณีย์กลาง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนา
ก็ "นายควง" นี่แหละ!
นี่ก็เพราะท่านใคร่ครวญแล้ว ด้วยสถานการณ์และความเป็นไปยุคนั้น-สมัยนั้น สิ่งที่ทำนั้น สอดคล้องกับกาลสมัย ท่านก็ทำ
พูดมายืดยาว แล้วผมมีเจตนาอะไรกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ บางท่านอาจสงสัย?
เจตนาดีสถานเดียว ไม่มีอื่นแอบแฝง
แต่เพราะเห็นท่าน แสดงภาวะผู้นำ "กอดหลักการ" ร่ายตำราประชาธิปไตยเป็น "บทขัด-บทแทรก" ในปฏิบัติการรัฐบาลเผด็จการทหารแทบทุกเรื่อง
ไม่ใช่ให้ท่านไปเออออ-ห่อหมกกับรัฐบาล คสช.หรือกับเรื่องที่นายกฯ ประยุทธ์ทำ
แต่มันจำเป็นมั้ย พูดแล้ว-ทำแล้ว มันได้ผลทางบวกทั้งกับตัวเองและทั้งกับสถานการณ์รวมมั้ย?
ถ้าได้ เอาเลย..........
แต่ที่เห็น-ที่ทำ มันไม่ได้อะไร มีแต่เอนเทอร์ เดอะ มีต เอนเทอร์ เดอะ โบน คือเข้าเนื้อ-เข้ากระดูกตัวเองแทบทุกเรื่อง
เรื่อง "จังหวะ" นี่สำคัญ บางเรื่องนายกฯ ประยุทธ์ก็ทำไม่เข้าท่า แต่เรื่องนั้น อยู่ในจังหวะและฉากที่นายกฯ ประยุทธ์เขาเป็นผู้แสดง
(ทน) ดูเขาไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
การที่ "ทะลุกลางปล้อง" ในฉากของเขา ตัวเรานั่นแหละกลายเป็น "ตัวรุ่มร่าม"
อยู่เฉยๆ คือนิ่งเสีย จะตำลึงทองมากกว่า!
อย่างกรณี ๖ คำถามที่นายกฯ ประยุทธ์เขาตั้งให้คนไปตอบนั่นน่ะ
มันเป็นแค่ "ลีลาประกอบฉาก" ของนายกฯ ประยุทธ์เขา ไม่ใช่เรื่องเป็นเนื้อหนังเกี่ยวพัน "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" โดยตรง
คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องคันก็ได้
แต่กลับคัน ไปคั้นวาทะอย่างนั้น-อย่างนี้ ถึงขั้น หยิบฉวยขยะทางโซเชียลมีเดียไปพูดเป็นจริง-เป็นจัง ว่าทางการเกณฑ์คนไปแสดงความเห็น
เข้าเนื้อ-เข้าตัวเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ทางเอกลักษณ์เอกบุรุษทางการเมืองเลย!
เกณฑ์-ไม่เกณฑ์ มันก็ยี่เกเหมือนเดิม แต่ถ้าเกณฑ์จริงๆ น่ะคนร่วม ๗๐ ล้าน เกณฑ์มาได้แค่หลักหมื่น ท่านก็เคยเป็น "นายข้าราชการทั้งประเทศ" มาก่อน
ตอบด้วยตรรกะอำนาจซิ...เกณฑ์-ไม่เกณฑ์?
ในฉากบ้านเมืองที่ "รัฐบาลทหาร" กำลังออกฉาก นักการเมืองระบบเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ถึงคิว ควรวางตัว-วางบทบาทอย่างไรไม่ให้เสียรังวัด
อยากให้คุณอภิสิทธิ์มองที่ "ครูการเมือง" ของท่าน คือ "อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย"
"รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้ง-ชนะร้อยครั้ง"
แต่ขืนนำทัพรบ อย่างที่คุณอภิสิทธิ์รบอยู่ตอนนี้ ไม่มีให้รบถึงร้อยครั้งหรอก
มัน "จบ" ตั้งแต่ "รบแรก" แล้ว!
http://www.thaipost.net/?q=node/38117
อ่านบทความนี้ตรงใจมาลารินมากกกกกกกกกกกกค่ะ
คิดถึงลุงตู่มาก


รอลุงตู่กลับมานะคะ
~มาลาริน~**🤦🤦🤦 เบื่อพี่มาร์คค่ะ....คิดถึงลุงตู่ 💖💖💖
นับวัน อาการ "จิตหลอน" ทางการเมืองชักจะขึ้นสมองจนน่าเป็นห่วง
"เต้น-ผวา" ไล่งับกระทั่งเงา!
ดูแล้วหนักใจแทน
เพราะในจำนวน "นักการเมือง" ของไทย ซึ่งคนละประเภทกับ "นักเลือกตั้ง"
ท่านเป็นคนหนึ่งที่สังคมคาดหมายในความเป็น "ทรัพยากรบุคคลทางการเมือง" ในตัวท่าน
และความเป็นจริง ด้วยประสบการณ์ทางการเมืองของท่านนอกจากเคยเป็นถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว
ยังได้ชื่อว่า "นักการเมืองผ่านศึก" ถึงขั้นเฉียดเป็น-เฉียดตายมาแล้ว ในสมรภูมิแดง "เผาบ้าน-เผาเมือง" เมื่อปี ๕๒-๕๓
ถ้าตอนนั้น..............
บ้านเมืองไม่มี "นายกฯ อภิสิทธิ์" ต่อต้านสงครามชิงเมืองจาก นปช.ระบอบทักษิณ
สงสัยประเทศไทยวันนี้ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน" ไปแล้วก็ได้?
จากกร้าวแกร่งของอภิสิทธิ์ชนิด "เหนือคาดหมาย" ของคนทั้งชาติตอนนั้น เป็นแต้มบวกในทางประเมินค่าคุณอภิสิทธิ์ว่า
เป็นผู้มี "ภาวะผู้นำ" ด้วยความรับผิดชอบสูง
เป็นความสูงที่ตั้งอยู่บนฐาน "จิตดี-สมาธิแข็ง"
เรียกว่า "สอบผ่าน" ทุกวิชาบริหารการบ้าน-การเมือง ทั้งด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติการ
เป็น "หุ้นบลูชิป" ในตลาดการเมืองเลยทีเดียว!
แต่อดีตนายกฯ คนนี้ ทำให้ต้องแปลกใจ ในความคิดและการแสดงออกของท่าน ต่อการเมืองภายใต้รัฐบาล คสช.
จริงอยู่..........
คุณอภิสิทธิ์ เป็นนักการเมืองค่ายประชาธิปไตยเลือกตั้ง
ส่วนรัฐบาล คสช.โดยนายกฯ ประยุทธ์ เป็นการเมืองค่ายเผด็จการทหาร
คุณอภิสิทธิ์คล้ายสรุปว่า "เผด็จการ-ประชาธิปไตย" เป็น "เส้นขนาน" ไม่มีทางบรรจบกันได้
แต่คุณอภิสิทธิ์อาจลืมไปอย่างหนึ่งว่า ในบรรดาโจทย์เลขทั้งจักรวาล ไม่มีทาง ซ.ต.พ.ได้เลย
จนกว่าได้เห็น "เส้นขนาน" สองเส้น ที่ใต้ตัวเลขนั้นๆ!
"การเมือง-การบ้าน" ก็เหมือนโจทย์เลข........
ที่แต่ละรัฐบาล โดยเลือกตั้งบ้าง โดยเผด็จการบ้าง แก้โจทย์บ้าง เพิ่มตัวเลขยุ่งเข้าไปในโจทย์อีกบ้าง ก็ไม่ลงตัวกันซักที
ซ้ำกลับมีแต่นุงนังเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น..เพิ่มขึ้น
มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะให้ "ล้านๆ ตัวเลข" ยุ่งเหยิงเป็นโจทย์ประเทศไม่รู้จบไปเรื่อยๆ
ก็ต้องมี "ตัวช่วย" อะไรซักอย่างเข้ามา "ขีดเส้นใต้ ๒ เส้น" เป็นการพักโจทย์ที่ยุ่งเหยิงไว้แค่นั้นก่อน
เพื่อ.....
ทางหนึ่ง สะสางตัวเลขโจทย์ยุ่งเหยิงเก่าๆ ให้เข้าที่-เข้าทาง
อีกทางหนึ่ง โจทย์ไหนที่มีทางไปได้ ก็เดินหน้ากันต่อไป
นี่...ควรใช้ "จิตกว้าง" มองในปฏิบัติการเพื่อการแก้ไขและสร้างเสริม ส่วนจะระบบ-ระบอบอะไรนั้น
มันก็แค่ "เครื่องมือ" ชั่วคราว ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมม-คาราคาซังขณะหนึ่งเท่านั้น
ไม่ควรต้องไป "ขึงตึง" ตายตัว ว่ามันต้องประชาธิปไตยเท่านั้น ผิดจากนี้ไป ไม่ใช่..ใช้ไม่ได้..แก้ไม่ได้
ควรเงยหน้ามองผล "ทางแก้ไข" มากกว่าดักดานอยู่แค่ "ชื่อระบอบ-ระบบ"!
ไม่ต้องดูอื่นไกล เงยหน้าจากตำราประชาธิปไตยหมดอายุสิแล้วเหลียวมองไปในโลกกว้าง ก็จะเห็น
สหรัฐอเมริกานั่นไง?
ให้ ๑๐๐ ปี พิมพ์ดอลลาร์ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กระดาษที่เรียกดอลลาร์ที่พิมพ์นั้น ก็ยังไม่พอใช้หนี้ประเทศต่างๆ ที่ติดค้างเขาอยู่
มันเป็นตัวเลข "โจทย์ประเทศ" เชิงเศรษฐกิจหลัก ที่สหรัฐฯ แก้มากว่า ๒ ทศวรรษ ก็แก้ไม่ตก!
แล้วสหรัฐฯ "เจ้าหลักการสินค้าประชาธิปไตย" ทำยังไง?
ก็ทำอย่างที่เห็นกันทั้งโลกตอนนี้.............
"หน้า" ขายประชาธิปไตย
"ตูด" ขายเผด็จการฝังราก
ทั้งยุยง ทั้งส่งเสริม ทั้งแทรกแซง แทรกซึม เข้าไปก่อสงคราม เข้าไปมอมหน้าคนในแต่ละชาติ แล้วปลุกปั่นให้เกลียดกัน-ฆ่ากันเอง
ทำให้แต่ละประเทศเป็น "ตาอิน-ตานา"
แล้วตัวเอง เข้าไปเป็น "ตาอยู่" ในขั้นตอนสุดท้าย!
ก็จะเห็นว่า "เส้นขนาน" ของระบบ-ระบอบนั่นแหละ สุดท้าย ในทุกปัญหาของการบ้าน-การเมืองที่แก้ไม่ได้
ก็จะถูกนำมาใช้เป็น "เส้นใต้ ๒ เส้น" ซ.ต.พ. หรือ Q.E.D. ของโจทย์เลขข้อนั้น!
โลกเป็นจริง กับโลกตำรา มันเป็น "คนละโลกเดียวกัน" อย่างนี้ การเป็นนักการเมือง "หัวสมัยใหม่" นั้นดี
แต่การจะเอา "หัว" ออกมาโชว์ให้เห็นว่าเป็น "หัวสมัยใหม่" แท้จริงนั้น
"คอ" ต้องไม่ขัดอยู่ใน "คอห่าน"!
ที่พูดนี่ ไม่ได้หมายให้คุณอภิสิทธิ์หรือประชาธิปัตย์ ต้องสงบเสงี่ยมและสงบนิ่ง เป็น "เด็กดี" ของรัฐบาลทหาร
มันเป็นเช่นนั้นไม่ได้อยู่แล้วโดยสายเลือดประชาธิปัตย์
แต่ "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" คือศูนย์กลางของงานการเมืองของทุกพรรค-ทุกบุคคลมิใช่หรือ?
นั่นคือความใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะในแต่ละสถานการณ์ นำ "ผลได้-ผลเสีย" ขึ้นตาชั่งหาน้ำหนัก แล้วตัดสินใจเพื่อการนั้น
นั่นแหละ "วิถีแห่งนักการเมือง" เพื่อบ้าน-เพื่อเมืองแท้จริงละ!
ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์...........
จอมพลสฤษดิ์ "แค้นนัก" ตอนเป็นนายทหาร เพราะขวางทางเกาะแกะเงินหลวง จนต้องหลบไปอยู่ต่างประเทศ
แต่พอปฏิวัติ
คนแรกที่จอมพลสฤษดิ์เชิญตัวมาเป็นมือเศรษฐกิจให้รัฐบาลเผด็จการทหาร ทำหน้าที่วางระบบ-จัดระเบียบ การเงิน-การคลัง-การงบประมาณให้ประเทศ
คืออาจารย์ป๋วย!
อาจารย์ป๋วยไม่เคยศรัทธาการเมืองระบบเผด็จการ ไม่เคยศรัทธาจอมพลสฤษดิ์
แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์ขอร้อง ให้อิสระในการทำงานและการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สังคมชาติบ้านเมือง
ดร.ป๋วยยอมมาเป็นลูกมือทำงานการเมืองให้รัฐบาลเผด็จการ
พูดได้เลยว่า ที่สถาบันการเงินของไทย "ธนาคารแห่งประเทศไทย" ได้รับการยอมรับเข้าระดับมาตรฐานโลกทุกวันนี้
ก็ "อาจารย์ป๋วย" นี่แหละสร้าง!
นี่คือตัวอย่างผู้ใคร่ครวญด้วยรู้จักแยกแยะสถานการณ์เพื่อ "สังคมรวม"
กระทั่ง "นายควง อภัยวงศ์" ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็เถอะ คือหนึ่งใน "คณะราษฎร" ที่ปฏิวัติสยาม "เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕"
ผู้รับมอบหมายให้เข้าไปทำหน้าที่ "จัดสายตะแล็ปแก็ป" ในไปรษณีย์กลาง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนา
ก็ "นายควง" นี่แหละ!
นี่ก็เพราะท่านใคร่ครวญแล้ว ด้วยสถานการณ์และความเป็นไปยุคนั้น-สมัยนั้น สิ่งที่ทำนั้น สอดคล้องกับกาลสมัย ท่านก็ทำ
พูดมายืดยาว แล้วผมมีเจตนาอะไรกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ บางท่านอาจสงสัย?
เจตนาดีสถานเดียว ไม่มีอื่นแอบแฝง
แต่เพราะเห็นท่าน แสดงภาวะผู้นำ "กอดหลักการ" ร่ายตำราประชาธิปไตยเป็น "บทขัด-บทแทรก" ในปฏิบัติการรัฐบาลเผด็จการทหารแทบทุกเรื่อง
ไม่ใช่ให้ท่านไปเออออ-ห่อหมกกับรัฐบาล คสช.หรือกับเรื่องที่นายกฯ ประยุทธ์ทำ
แต่มันจำเป็นมั้ย พูดแล้ว-ทำแล้ว มันได้ผลทางบวกทั้งกับตัวเองและทั้งกับสถานการณ์รวมมั้ย?
ถ้าได้ เอาเลย..........
แต่ที่เห็น-ที่ทำ มันไม่ได้อะไร มีแต่เอนเทอร์ เดอะ มีต เอนเทอร์ เดอะ โบน คือเข้าเนื้อ-เข้ากระดูกตัวเองแทบทุกเรื่อง
เรื่อง "จังหวะ" นี่สำคัญ บางเรื่องนายกฯ ประยุทธ์ก็ทำไม่เข้าท่า แต่เรื่องนั้น อยู่ในจังหวะและฉากที่นายกฯ ประยุทธ์เขาเป็นผู้แสดง
(ทน) ดูเขาไปก่อนก็ไม่เสียหายอะไร
การที่ "ทะลุกลางปล้อง" ในฉากของเขา ตัวเรานั่นแหละกลายเป็น "ตัวรุ่มร่าม"
อยู่เฉยๆ คือนิ่งเสีย จะตำลึงทองมากกว่า!
อย่างกรณี ๖ คำถามที่นายกฯ ประยุทธ์เขาตั้งให้คนไปตอบนั่นน่ะ
มันเป็นแค่ "ลีลาประกอบฉาก" ของนายกฯ ประยุทธ์เขา ไม่ใช่เรื่องเป็นเนื้อหนังเกี่ยวพัน "ประโยชน์บ้าน-ประโยชน์เมือง" โดยตรง
คุณอภิสิทธิ์ไม่ต้องคันก็ได้
แต่กลับคัน ไปคั้นวาทะอย่างนั้น-อย่างนี้ ถึงขั้น หยิบฉวยขยะทางโซเชียลมีเดียไปพูดเป็นจริง-เป็นจัง ว่าทางการเกณฑ์คนไปแสดงความเห็น
เข้าเนื้อ-เข้าตัวเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ทางเอกลักษณ์เอกบุรุษทางการเมืองเลย!
เกณฑ์-ไม่เกณฑ์ มันก็ยี่เกเหมือนเดิม แต่ถ้าเกณฑ์จริงๆ น่ะคนร่วม ๗๐ ล้าน เกณฑ์มาได้แค่หลักหมื่น ท่านก็เคยเป็น "นายข้าราชการทั้งประเทศ" มาก่อน
ตอบด้วยตรรกะอำนาจซิ...เกณฑ์-ไม่เกณฑ์?
ในฉากบ้านเมืองที่ "รัฐบาลทหาร" กำลังออกฉาก นักการเมืองระบบเลือกตั้ง ซึ่งยังไม่ถึงคิว ควรวางตัว-วางบทบาทอย่างไรไม่ให้เสียรังวัด
อยากให้คุณอภิสิทธิ์มองที่ "ครูการเมือง" ของท่าน คือ "อดีตนายกฯ ชวน หลีกภัย"
"รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้ง-ชนะร้อยครั้ง"
แต่ขืนนำทัพรบ อย่างที่คุณอภิสิทธิ์รบอยู่ตอนนี้ ไม่มีให้รบถึงร้อยครั้งหรอก
มัน "จบ" ตั้งแต่ "รบแรก" แล้ว!
http://www.thaipost.net/?q=node/38117
อ่านบทความนี้ตรงใจมาลารินมากกกกกกกกกกกกค่ะ
คิดถึงลุงตู่มาก
รอลุงตู่กลับมานะคะ