ที่จริงเราก็เล่าเรื่องผีมาหลายรอบแล้วล่ะ แต่เล่าไม่จบซักที เดี๋ยวยุ่งนู่นนี่นั่น คราวนี้กะจะเล่าให้จบตามที่ตั้งใจไว้
ขอเกริ่นก่อนว่าไม่อยากให้งมงายจนเกินไป อ่านสนุกๆ ดีกว่า เจอกับตัวเองแล้วค่อยว่ากันอีกที เพราะเห็นหลายๆ คน โดยเฉพาะคนใกล้ตัว ไม่เคยเจอ หรือเห็นผีเลย แต่บางทีเวลาได้ยินเสียงอะไร แบบไม่มีที่มา หรือเห็นอะไรแว๊บๆ อะไรแบบนี้ ก็ชอบทึกทักว่าเป็นผีไปซะหมด ทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่ได้ออกไปพิสูจน์ดูเลยว่าไอ้เสียงนั้นน่ะ เสียงอะไร ใครทำ หรือไอ้ที่เห็นเงาแว๊บๆ นะ คน หรือ ผี หรือแค่ลมพัดต้นไม้ เข้าใจนะว่าบางคนด้วยบรรยากาศ แล้วมาเจอเสียง หรือเงาอะไรแบบนี้ก็กลัวกันไปก่อน อาจจะคิดว่าใครจะบ้าออกไปดูว่ะ..... มันก็จริงนะ แต่เราก็ไม่อยากให้ทึกทักกันไปเอง ตื่นตูมไปก่อนเนอะ
ยิ่งตามรายการผีต่างๆ นี่เราชอบดูนะ เราเป็นคนชอบดูอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็แค่ดูเอาสนุก ไม่ได้จะไม่เชื่อ (เพราะจริงๆ เราเห็นผีบ่อยอยู่แล้ว) หรือเชื่อ เพราะเข้าใจป่ะว่าวงการมายา บางรายการเราว่าก็อาจจะมีแต่งเติมให้ดูน่ากลัวขึ้น หรือบางรายการก็ของจริง ฉะนั้นก็ดูแบบสนุกดีกว่า ถ้าในรายการมีข้อคิดอะไรที่ดีๆ เราก็เก็บเอาไปใช้ แต่ถ้าเราคิดว่าไม่ดีก็ไม่ต้องสนใจ
ไม่จำเป็นต้องไปว่าคนที่ไม่เชื่อ เพราะเค้าอาจจะไม่เคยเห็น
และก็ไม่จำเป็นต้องไปว่าคนที่เชื่อ เพราะเค้าอาจจะเคยเห็นมาแล้ว แต่เมื่อเห็นแล้วก็ต้องใช้สติพิจารณาดูว่า....ที่เห็นน่ะมันของจริง หรือคิดไปเอง บางคนอาจจะว่า ”จะบ้าเหรอเวลาแบบนั้นใครจะมีสติ” มันก็จริงเนอะ 555
นอกเรื่องมามากล่ะ เข้าเรื่องเล่าเลยแล้วกันเนอะ เอาเป็นว่าเราอาจจะใช้รูปประกอบไปด้วย เพื่อไม่ให้มันดูมีแต่ตัวหนังสือมากเกินไป แต่เป็นแค่รูปภาพประกอบนะจ๊ะ
เรื่อง ผีผู้ชาย
เรื่องนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เราเจอผี ตอนนั้นเราอยู่ ป.1 ก็นั่งดูทีวีตามปกติหลังจากเลิกเรียน ส่วนอาเราก็กำลังเล่นเปตองอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เราไม่ได้ออกไปดูหรอก แต่ได้ยินเสียงลูกเปตองกระทบกัน ก็เลยรู้
เราก็นั่งดูทีวีไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีความรู้สึกว่าอยากหันไปดูตรงประตูบ้าน เผื่อจะเจออะไร เราจำความรู้สึกนี้ได้แม่น เพราะยัง งงๆ ว่าทำไมรู้สึกแบบนี้ แล้วเราก็หันไปมอง แล้วก็เห็นผู้ชายตัวสูง ผมหยักโศก ใส่เสื้อผ้าลายทาง กางเกงสแล็ค เดินผ่านหน้าเราไป แต่ที่เห็นมันไม่ได้ชัดมากเหมือนเวลาคนเดินผ่านนะ มันจะเป็นภาพรางๆ แต่ว่าเป็นภาพสี เค้าก็เดินผ่านประตูไปทางหลังบ้าน วินาทีนั้นเรายังไม่คิดอะไร ก็หันกลับมาดูทีวีแว๊บนึง พร้อมกับคิดว่าเป็นอาเรา เพราะรูปร่าง ลักษณะเหมือนอาเรามาก แต่ก็เอะใจว่าทำไมเป็นแค่ภาพลางๆ ก็เลยตัดสินใจลุกไปดูว่าใช่อาเรารึเปล่า สรุปอาเรากำลังเล่นเปตองอยู่หน้าบ้าน ใส่เสื้อยืดสีขาว กับกางเกงขาสั้นสีดำ เราก็เลย ..อ้าวเฮ้ย ไม่ใช่อา แล้วใครเดินไปหลังบ้าน เราก็เลยรีบเดินตามไปดู
ขอบอกก่อนว่าหลังบ้านเราไม่ได้มีทางเดินอ้อมมาหน้าบ้าน คือเดินไปแล้วเป็นทางตัน แล้วข้างหลังนอกรั้วก็มีแต่ป่ามืดๆ พอเดินไปดูไม่มีใครแม้แต่คนเดียว เราก็เดินกลับมาถามอาว่าเมื่อกี้มีใครเดินไปหลังบ้านมั้ย อาบอกว่าไม่มี เพราะวันนั้นเราอยู่กับอาแค่ 2 คน
เราก็เดินกลับเข้ามาในบ้านแบบคิดไปด้วยว่าคืออะไร คิดไปคิดมาก็เลยสรุปเอาเองเลยว่าสงสัยจะเจอผีว่ะ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกถึงความกลัวอะไรนะ คงเป็นเพราะเค้าไม่ได้มาให้เห็นในรูปแบบที่น่ากลัว และเราก็มัวแต่คิดหาเหตุผลมาหักล้างว่าเป็นคนอยู่ คือเหมือนมัวแต่ใช้ความคิดกลับไปกลับมา ก็ไลยลืมว่าต้องกลัวไปเลย
หลังจากวันนั้นเราก็จะเจอผีอยู่เรื่อยๆ แบบว่าคล้ายๆ จะฝัน แบบครึ่งหลับครึ่งตื่น บ่อยๆ เอาเป็นว่าแบบนั้นเราไม่ตีเป็นผีก็แล้วกันเพราะมันไม่ชัวร์น่ะ ว่าฝันหรือเรื่องจริง
เรื่อง ผีอ้วนผอม
พอเข้า ม.ปลาย เราก็ไปเรียนที่จังหวัดนึง เพราะน้าเราอาศัยอยู่ที่นั่น โดยเราอยู่หอพักในโรงเรียน เราเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่โรงเรียนเปิดหอพัก ก็เลยยังมีเด็กหอไม่มากนัก ซึ่งตอนนั้นก็มีเด็กหออยู่ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งก็จะแบ่งเป็นห้องนอนผู้หญิงกับห้องนอนผู้ชาย โดยคุณครูทั้งหญิงและชายก็จะมีห้องพักประจำตัวของแต่ล่ะตนอยู่ในหอพักนักเรียนอีกที
ด้วยยังมีเด็กหอไม่มากนักเตียงที่นอนก็เลยเป็นเตียงเดี่ยวแบบธรรมดา ยังไม่มีเป็นเตียง 2 ชั้น ห้องผู้หญิงก็มีเตียงนอนเรียงกันอยู่ประมาณ 6 เตียง
แล้วมีคืนหนึ่งเรานอนแล้วเผลอตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน ตอนกลางคืนจะไม่มืดมากเพราะจะมีแสงจากด้านนอกส่องเข้ามา แล้วเราก็เห็นมีเงาคนดำๆ ยืนอยู่ที่ปลายเตียง เป็นคนร่างอ้วนเตี้ย กับคนร่างผอมสูงยืนอยู่ ซึ่งอากับกิริยาเหมือนเค้าชะโงกมองมาดูทีเรา และคนอื่นๆ ทีแรกก็คิดว่าเป็นคุณครูมายืนชะเง้อดูนักเรียน เราก็เลยเพ่งมองกลับไป แต่พอดูรูปร่างแล้วไม่น่าใช่ เพราะคุณครูหอพักเราจะมีคนอ้วน กะอีกคนผอมแต่ไม่สูง ด้วยความสงสัยก็เลยลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แล้วจ้องกลับไปเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นใคร แต่พอเพ่งกลับไปดีๆ ยิ่งเพ่งก็เห็นร่างนั้นเป็นร่างดำๆ แต่เรามองไม่เห็นหน้า เพราะมันมืด ประกอบกับเค้า 2 คน ยืนย้อนแสงไฟที่ส่องเข้ามาจากข้างนอก แต่สิ่งที่เห็นชัดคือใส่โจงกระเบนสีแดง แล้วก็มีเครื่องประดับอะไรไม่รู้อยู่บนหัว เท่านั้นแหละคร่า รู้ล่ะว่าไม่ใช่คนแหง๋ คลุมโปงเลยจ้า ไม่กล้าปลุกเพื่อนข้างๆ ไม่กล้าโวยวาย ไม่กล้าวิ่งหนี ตอนนั้นกลัวไปหมด จนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตื่นเช้ามาถึงมาเล่าให้เพื่อนฟัง และก็มานั่งคิดนะว่ารูปร่างลักษณะแบบนั้นน่าจะเป็นใคร ถ้าตามที่ศึกษาเรื่องผีมาก็น่าจะเป็น .......................................
เล่าเรื่องผีที่เจอมาตั้งแต่เด็กจนโต อ่านสนุกๆ เนอะ
ขอเกริ่นก่อนว่าไม่อยากให้งมงายจนเกินไป อ่านสนุกๆ ดีกว่า เจอกับตัวเองแล้วค่อยว่ากันอีกที เพราะเห็นหลายๆ คน โดยเฉพาะคนใกล้ตัว ไม่เคยเจอ หรือเห็นผีเลย แต่บางทีเวลาได้ยินเสียงอะไร แบบไม่มีที่มา หรือเห็นอะไรแว๊บๆ อะไรแบบนี้ ก็ชอบทึกทักว่าเป็นผีไปซะหมด ทั้งๆ ที่ตัวเองยังไม่ได้ออกไปพิสูจน์ดูเลยว่าไอ้เสียงนั้นน่ะ เสียงอะไร ใครทำ หรือไอ้ที่เห็นเงาแว๊บๆ นะ คน หรือ ผี หรือแค่ลมพัดต้นไม้ เข้าใจนะว่าบางคนด้วยบรรยากาศ แล้วมาเจอเสียง หรือเงาอะไรแบบนี้ก็กลัวกันไปก่อน อาจจะคิดว่าใครจะบ้าออกไปดูว่ะ..... มันก็จริงนะ แต่เราก็ไม่อยากให้ทึกทักกันไปเอง ตื่นตูมไปก่อนเนอะ
ยิ่งตามรายการผีต่างๆ นี่เราชอบดูนะ เราเป็นคนชอบดูอะไรแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่ก็แค่ดูเอาสนุก ไม่ได้จะไม่เชื่อ (เพราะจริงๆ เราเห็นผีบ่อยอยู่แล้ว) หรือเชื่อ เพราะเข้าใจป่ะว่าวงการมายา บางรายการเราว่าก็อาจจะมีแต่งเติมให้ดูน่ากลัวขึ้น หรือบางรายการก็ของจริง ฉะนั้นก็ดูแบบสนุกดีกว่า ถ้าในรายการมีข้อคิดอะไรที่ดีๆ เราก็เก็บเอาไปใช้ แต่ถ้าเราคิดว่าไม่ดีก็ไม่ต้องสนใจ
ไม่จำเป็นต้องไปว่าคนที่ไม่เชื่อ เพราะเค้าอาจจะไม่เคยเห็น
และก็ไม่จำเป็นต้องไปว่าคนที่เชื่อ เพราะเค้าอาจจะเคยเห็นมาแล้ว แต่เมื่อเห็นแล้วก็ต้องใช้สติพิจารณาดูว่า....ที่เห็นน่ะมันของจริง หรือคิดไปเอง บางคนอาจจะว่า ”จะบ้าเหรอเวลาแบบนั้นใครจะมีสติ” มันก็จริงเนอะ 555
นอกเรื่องมามากล่ะ เข้าเรื่องเล่าเลยแล้วกันเนอะ เอาเป็นว่าเราอาจจะใช้รูปประกอบไปด้วย เพื่อไม่ให้มันดูมีแต่ตัวหนังสือมากเกินไป แต่เป็นแค่รูปภาพประกอบนะจ๊ะ
เรื่อง ผีผู้ชาย
เรื่องนี้เป็นครั้งแรกเลยที่เราเจอผี ตอนนั้นเราอยู่ ป.1 ก็นั่งดูทีวีตามปกติหลังจากเลิกเรียน ส่วนอาเราก็กำลังเล่นเปตองอยู่ที่สนามหน้าบ้าน เราไม่ได้ออกไปดูหรอก แต่ได้ยินเสียงลูกเปตองกระทบกัน ก็เลยรู้
เราก็นั่งดูทีวีไปเรื่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีความรู้สึกว่าอยากหันไปดูตรงประตูบ้าน เผื่อจะเจออะไร เราจำความรู้สึกนี้ได้แม่น เพราะยัง งงๆ ว่าทำไมรู้สึกแบบนี้ แล้วเราก็หันไปมอง แล้วก็เห็นผู้ชายตัวสูง ผมหยักโศก ใส่เสื้อผ้าลายทาง กางเกงสแล็ค เดินผ่านหน้าเราไป แต่ที่เห็นมันไม่ได้ชัดมากเหมือนเวลาคนเดินผ่านนะ มันจะเป็นภาพรางๆ แต่ว่าเป็นภาพสี เค้าก็เดินผ่านประตูไปทางหลังบ้าน วินาทีนั้นเรายังไม่คิดอะไร ก็หันกลับมาดูทีวีแว๊บนึง พร้อมกับคิดว่าเป็นอาเรา เพราะรูปร่าง ลักษณะเหมือนอาเรามาก แต่ก็เอะใจว่าทำไมเป็นแค่ภาพลางๆ ก็เลยตัดสินใจลุกไปดูว่าใช่อาเรารึเปล่า สรุปอาเรากำลังเล่นเปตองอยู่หน้าบ้าน ใส่เสื้อยืดสีขาว กับกางเกงขาสั้นสีดำ เราก็เลย ..อ้าวเฮ้ย ไม่ใช่อา แล้วใครเดินไปหลังบ้าน เราก็เลยรีบเดินตามไปดู
ขอบอกก่อนว่าหลังบ้านเราไม่ได้มีทางเดินอ้อมมาหน้าบ้าน คือเดินไปแล้วเป็นทางตัน แล้วข้างหลังนอกรั้วก็มีแต่ป่ามืดๆ พอเดินไปดูไม่มีใครแม้แต่คนเดียว เราก็เดินกลับมาถามอาว่าเมื่อกี้มีใครเดินไปหลังบ้านมั้ย อาบอกว่าไม่มี เพราะวันนั้นเราอยู่กับอาแค่ 2 คน
เราก็เดินกลับเข้ามาในบ้านแบบคิดไปด้วยว่าคืออะไร คิดไปคิดมาก็เลยสรุปเอาเองเลยว่าสงสัยจะเจอผีว่ะ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้รู้สึกถึงความกลัวอะไรนะ คงเป็นเพราะเค้าไม่ได้มาให้เห็นในรูปแบบที่น่ากลัว และเราก็มัวแต่คิดหาเหตุผลมาหักล้างว่าเป็นคนอยู่ คือเหมือนมัวแต่ใช้ความคิดกลับไปกลับมา ก็ไลยลืมว่าต้องกลัวไปเลย
หลังจากวันนั้นเราก็จะเจอผีอยู่เรื่อยๆ แบบว่าคล้ายๆ จะฝัน แบบครึ่งหลับครึ่งตื่น บ่อยๆ เอาเป็นว่าแบบนั้นเราไม่ตีเป็นผีก็แล้วกันเพราะมันไม่ชัวร์น่ะ ว่าฝันหรือเรื่องจริง
เรื่อง ผีอ้วนผอม
พอเข้า ม.ปลาย เราก็ไปเรียนที่จังหวัดนึง เพราะน้าเราอาศัยอยู่ที่นั่น โดยเราอยู่หอพักในโรงเรียน เราเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่โรงเรียนเปิดหอพัก ก็เลยยังมีเด็กหอไม่มากนัก ซึ่งตอนนั้นก็มีเด็กหออยู่ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งก็จะแบ่งเป็นห้องนอนผู้หญิงกับห้องนอนผู้ชาย โดยคุณครูทั้งหญิงและชายก็จะมีห้องพักประจำตัวของแต่ล่ะตนอยู่ในหอพักนักเรียนอีกที
ด้วยยังมีเด็กหอไม่มากนักเตียงที่นอนก็เลยเป็นเตียงเดี่ยวแบบธรรมดา ยังไม่มีเป็นเตียง 2 ชั้น ห้องผู้หญิงก็มีเตียงนอนเรียงกันอยู่ประมาณ 6 เตียง
แล้วมีคืนหนึ่งเรานอนแล้วเผลอตื่นขึ้นมาตอนกลางคืน ตอนกลางคืนจะไม่มืดมากเพราะจะมีแสงจากด้านนอกส่องเข้ามา แล้วเราก็เห็นมีเงาคนดำๆ ยืนอยู่ที่ปลายเตียง เป็นคนร่างอ้วนเตี้ย กับคนร่างผอมสูงยืนอยู่ ซึ่งอากับกิริยาเหมือนเค้าชะโงกมองมาดูทีเรา และคนอื่นๆ ทีแรกก็คิดว่าเป็นคุณครูมายืนชะเง้อดูนักเรียน เราก็เลยเพ่งมองกลับไป แต่พอดูรูปร่างแล้วไม่น่าใช่ เพราะคุณครูหอพักเราจะมีคนอ้วน กะอีกคนผอมแต่ไม่สูง ด้วยความสงสัยก็เลยลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แล้วจ้องกลับไปเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นใคร แต่พอเพ่งกลับไปดีๆ ยิ่งเพ่งก็เห็นร่างนั้นเป็นร่างดำๆ แต่เรามองไม่เห็นหน้า เพราะมันมืด ประกอบกับเค้า 2 คน ยืนย้อนแสงไฟที่ส่องเข้ามาจากข้างนอก แต่สิ่งที่เห็นชัดคือใส่โจงกระเบนสีแดง แล้วก็มีเครื่องประดับอะไรไม่รู้อยู่บนหัว เท่านั้นแหละคร่า รู้ล่ะว่าไม่ใช่คนแหง๋ คลุมโปงเลยจ้า ไม่กล้าปลุกเพื่อนข้างๆ ไม่กล้าโวยวาย ไม่กล้าวิ่งหนี ตอนนั้นกลัวไปหมด จนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตื่นเช้ามาถึงมาเล่าให้เพื่อนฟัง และก็มานั่งคิดนะว่ารูปร่างลักษณะแบบนั้นน่าจะเป็นใคร ถ้าตามที่ศึกษาเรื่องผีมาก็น่าจะเป็น .......................................