เรื่องมีอยู่ว่า เราเช่าบ้านตกลงราคาเช่าที่ 5,000 บาท/ เดือน ค่าประกัน 10,000 บาท เข้าไปอยู่ได้ 2 สัปดาห์ ห้องน้ำชั้นล่างเอ่อล้นเวลาที่อาบน้ำข้างบน แจ้งเจ้าของบ้านก็อ้างว่าจะให้พี่ชายมาดูให้ (เจ้าของบ้านอยู่ต่างประเทศ) และก็แจ้งมาตลอดจนเราทนไม่ไหวไปจ้างพวกสำรวจท่อน้ำมาส่งท่อลงไปดู สรุปว่าข้อต่อท่อน้ำทิ้งใต้พื้นห้องน้ำหลุดต้องทำการทุบเพื่อต่อท่อใหม่ เราก็แจ้งเจ้าของบ้านอีก ก็ได้รับคำตอบเดิมคือจะให้พี่ชายไปดูให้แต่รอหน่อยเพราะพี่ชายไม่ค่อยว่าง ระหว่างนั้นเราต้องเทน้ำยาสลายท่อตันมาเท เพื่อช่วยการระบายน้ำราคาขวดละ 165 บาท เท 2 ขวด/ครั้ง สัปดาห์เว้นสัปดาห์ โดยหักเงินค่าเช่าเจ้าของบ้าน 500 บาท แต่พอเราหักเงินเจ้าของบ้านก็บอกว่าต่อไปไม่ต้องซื้อมาเทล่ะ จะให้พี่ชายไปซ่อมให้ เราก็รอไปสิ อาบน้ำคนนึงก็น้ำห้องน้ำจะแห้งอีกคนจะอาบต่อได้ทิ้งระยะห้างประมาณครึ่งชั่วโมง จนเราทนไม่ไหวจึงหาบอกเจ้าของบ้านว่าจะหาช่างมาทำเอง โดยที่จะยังไม่โอนเงินค่าเช่าของเดือนตุลาให้จะจ้างช่างมาทำห้องน้ำก่อน เจ้าของบ้านส่งพี่ชายมาเพื่อตีราคาค่าทำงาน ปรากฏพี่ชายเจ้าของบ้านก็ตีราคาไม่ได้ เพราะไม่รู้ส่าทุบห้องน้ำแล้วจะเจองานอะไรบ้าง เราก็เลยแจ้งเจ้าของบ้านไปว่าค่าเช่าเดือนพฤศจิกาเราจะยังไม่จ่ายเพราะจะเก็บไว้ซ่อมห้องน้ำก่อนแล้วจะทำบัญชีค่าใช้จ่ายให้ มีเงินทอนเท่าไหร่ก็จะโอนให้เจ้าของบ้าน
ทางเจ้าของบ้านเงียบไป 1 วัน แล้ว line กลับมาบอกว่าขอยกเลิกสัญญาเช่า เพราะเราค้างค่าเช่า 2 เดือน และตอนทำสัญญาเราตรวจรับบ้านดีแล้ว และถ้าบ้านมีปัญหาทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญา เราเลยบอกนางว่า
1.ตอนทำสัญญาคงไม่มีใคร ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำดูเพื่อทดลองว่าห้องน้ำมีปัญหาหรือเปล่า และเราลองคุยกับผู้เช่ารายเดิมดูพบว่ามีปัญหาเหมือนกันแต่เจ้าของบ้านก็ไม่แก้ไข
2.ที่เราไม่ยกเลิกสัญญาตั้งแต่แรกก็เพราะแจ้งแล้วแต่อ้างว่าจะเข้ามาซ่อมให้ เราก็วางใจให้โอกาสมาตลอด
3.เรายื่นข้อเสนอไปว่าถ้าคิดว่าแพงหรือไม่ไว้ใจก็เอาช่างเข้ามาซ่อม แล้วเมื่อเสร็จเราสามารถใช้ห้องน้ำได้ดีแล้วเราจะโอนเงินไปให้ภายใน 2 นาที
4.น้องผู้เช่าเดิมเล่าให้ฟังว่ากว่าจะได้ค่าประกันคืนเจ้าของบ้านโยกโย้มากอ้างสารพัด สุดท้ายได้คืนไม่ครบ นางอ้างหักค่าน้ำค่าไฟ ทั้งที่เรากับน้องคนเดิมเคลียร์กันได้
ปัญหาของเราก็คือ นางให้เราย้ายออกสิ้นเดือนนี้ แตาเราหาบ้านไม่ทัน บ้านที่สร้างก็ยังไม่เสร็จที่สำคัญเราว่าเราโดนเอาเปรียบทั้งที่เราตั้งใจอยู่บ้านเค้าประหนึ่งดั่งบ้านตัวเอง หลอดไฟตอนเข้ามาเสีย 7-8 หลอดเราก็เอาหลอด led อย่างดีมาใส่ใหม่ อุปกรณ์อะไรเสียก็ซ่อม แอร์เข้ามาอยู่วันนั้นก็ล้างใหม่เอง ทั้งหมดนี้ไม่ได้หักเงินจากค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว ถูบ้านเช้าเย็น เอาง่ายๆ เหมือนบ้านตัวเอง
แต่งานนี้เราว่าเราโดนเอาเปรียบมากเกินไป เพื่อนๆ ท่านใดพอจะชี้แนวทางให้เราได้บ้างคะ
ขอบคุณค่ะ
เจ้าของบ้านเช่าเจ้าปัญหา
ทางเจ้าของบ้านเงียบไป 1 วัน แล้ว line กลับมาบอกว่าขอยกเลิกสัญญาเช่า เพราะเราค้างค่าเช่า 2 เดือน และตอนทำสัญญาเราตรวจรับบ้านดีแล้ว และถ้าบ้านมีปัญหาทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญา เราเลยบอกนางว่า
1.ตอนทำสัญญาคงไม่มีใคร ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำดูเพื่อทดลองว่าห้องน้ำมีปัญหาหรือเปล่า และเราลองคุยกับผู้เช่ารายเดิมดูพบว่ามีปัญหาเหมือนกันแต่เจ้าของบ้านก็ไม่แก้ไข
2.ที่เราไม่ยกเลิกสัญญาตั้งแต่แรกก็เพราะแจ้งแล้วแต่อ้างว่าจะเข้ามาซ่อมให้ เราก็วางใจให้โอกาสมาตลอด
3.เรายื่นข้อเสนอไปว่าถ้าคิดว่าแพงหรือไม่ไว้ใจก็เอาช่างเข้ามาซ่อม แล้วเมื่อเสร็จเราสามารถใช้ห้องน้ำได้ดีแล้วเราจะโอนเงินไปให้ภายใน 2 นาที
4.น้องผู้เช่าเดิมเล่าให้ฟังว่ากว่าจะได้ค่าประกันคืนเจ้าของบ้านโยกโย้มากอ้างสารพัด สุดท้ายได้คืนไม่ครบ นางอ้างหักค่าน้ำค่าไฟ ทั้งที่เรากับน้องคนเดิมเคลียร์กันได้
ปัญหาของเราก็คือ นางให้เราย้ายออกสิ้นเดือนนี้ แตาเราหาบ้านไม่ทัน บ้านที่สร้างก็ยังไม่เสร็จที่สำคัญเราว่าเราโดนเอาเปรียบทั้งที่เราตั้งใจอยู่บ้านเค้าประหนึ่งดั่งบ้านตัวเอง หลอดไฟตอนเข้ามาเสีย 7-8 หลอดเราก็เอาหลอด led อย่างดีมาใส่ใหม่ อุปกรณ์อะไรเสียก็ซ่อม แอร์เข้ามาอยู่วันนั้นก็ล้างใหม่เอง ทั้งหมดนี้ไม่ได้หักเงินจากค่าเช่าแม้แต่บาทเดียว ถูบ้านเช้าเย็น เอาง่ายๆ เหมือนบ้านตัวเอง
แต่งานนี้เราว่าเราโดนเอาเปรียบมากเกินไป เพื่อนๆ ท่านใดพอจะชี้แนวทางให้เราได้บ้างคะ
ขอบคุณค่ะ