จขกท ตอนนี้อายุ 21 ย่าง 22 เรียนใกล้จะจบแล้ว นึกย้อนไปถึงเพื่อนๆกับคนรู้จักสมัยเป็นวัยรุ่น 14-15 ช่วงนั้นสนใจในเพศตรงข้ามเป็นพิเศษครับ55 และจะมีรุ่นน้องและรุ่นเดียวกันให้พานพบตามระเบียบ
แต่ตอนนั้นที่เราคิดคืออยากเท่ อยากเป็นที่สนใจ อยากให้สาวมองตามวัย แต่ด้วยทางบ้านเราก็ค่อนข้างปานกลางไปถึงต่ำ เลยไม่มีเงินไปซื้อรถมาแต่งมาแว้นรับสาวเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ บวกกับแม่เราก็อายุเยอะแล้วเราเป็นคนสุดท้อง พี่เราทุกคนก็มีงานมีการทำหมดจะให้เราเอาแต่เที่ยวจนไม่เอาถ่านคงไม่ดี
เพราะแบบนั้นพอกลับจากโรงเรียนก็มาอ่านการ์ตูนที่เราชอบ พอค่ำก็เข้านอนเลย เสาร์อาทิตย์ก็ดูการ์ตูนตอนเช้าอยู่บ้าน ว่างๆก็ช่วยงานแม่เล็กๆน้อยๆ แล้วพอไปโรงเรียนก็มีคนที่ชอบครับ เย็นๆรอกลับบ้านก็ส่องรุ่นน้องวัยใสทั้งหลาย แต่รุ่นน้องใสๆหลายๆคนที่ว่าผ่านไปสักพักก็มีแฟนเป็นเด็กแว้น หนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนเราที่เรารู้จักมันดี มันก็มาเล่าให้ฟังบางครั้งว่าตอนกลางคืนเจอน้องคนนั้นสาวคนนี้ที่ว่าน่ารักแจ่มๆซ้อนไปกับคนนั้นคนนี้เอาง่ายๆสก๊อยนั่นแหล่ะ
แรกๆเราไม่เชื่อแต่มาวันหนึ่งเราไปส่งเอกสารให้อาจาย์ตามห้องต่างๆ ที่เจอคือเค้าเอาโต๊ะเรียนต่อกัน 4 ตัว แล้วนั่วงซบกันในห้องอยู่ 3 คู่ ผู้ชายนี่ตอนผมรอรถเมย์กลับบ้านค่ำๆก็เจอมันแว้นเสียงดังๆผ่านประจำ
เลยคิดว่าถ้าเราแว้นบ้างสาวน่าจะสนใจ เลยเอารถที่เราขับพาแม่ไป รพ กับไปตลาดนั้นขี่มา โรงเรียนด้วยแต่เราไม่ได้แต่งและไม่ได้วิ่งกลางคืน พอไปหาเพื่อนที่แว้นมันก็พาโดดเรียนไปตั้งวงมั่วสุมกินเหล้าสูบบุหรี่กัน ฟังมันเล่าว่าได้สาวคนนั้นคนนี้ จะไปตีคนนั้นคนนี้ ดูมันพาสาวซ้อนท้ายแว้นไปเที่ยว สาวมันแต่ละคนถ้าไม่นุ่งสั้นย้อมผมเจาะหูซ้อนเด็กแว้นนี่ น่ารักพอตัว ทำไมไม่มาสนใจเราบ้าง ทั้งที่เราทั้งสูงทั้งขาวไม่ได้ถือว่าขี้เหร่ขนาดนั้น แค่เราไม่ขับรถแต่งพาเค้าซ้อนเที่ยวกลางคืนกับไม่ได้เอาเงินที่ขอแม่มาไปเปย์เค้าเหมือนเพื่อนเราหรือเด็กแว้นคนอื่นๆ(ที่มันก็ขอแม่มันมาเหมือนกัน)
พอผมตีตัวออกห่างมาหาเพื่อนที่ชอบดูหนังดูการ์ตูนเล่นเกมส์เหมือนกัน ก็พบว่าวิถีแว้นแบบนั้นมันไม่ใช่ทางเรา ต่อมาเพื่อนที่แว้นรถและคนรู้จักกับรุ่นน้องที่แว้นเหมือนกันต่างก็มีชีวิตเปลี่ยนไปตามแบบ บางคนรถล้มรถคว่ำตายเพราะเมาแล้วซิ่ง บางคนถูกจับเพราะสูบกัญชากับเสพยา ภาพที่ผมเห็นตอนรอรถเมย์ตอนหกโมงเช้าคือแม่มันไปยืมเงินมาประกันตัวกับห่อข้าวไปให้มันกิน หลายคนทั้งน้องวัยใสเรียนไม่จบม.ต้น ท้องแล้วแต่งงานแยกย้ายทิ้งลูกให้ยายเลี้ยงกันก็มี บางคนก็หนีคดีอยู่เพราะขายยา ถ้าผมกลายเป็นแบบนั้นผมคงไม่กล้ามองหน้าคนในครอบครัวไปนานเลย
สิ่งที่ผมสังเกตจากเพื่อนจากคนรู้จักที่แว้นส่วนใหญ่มีพ่อแม่ที่ยังอายุน้อย ไม่ก็อยู่กับปู่ย่าตายาย ขอเงินจะได้ง่ายๆเพราะจะอาละวาด เลยมั่นใจในความคิดว่าโตแล้วเจ๋งแล้วทั้งที่ยังใส่ผ้าใบสีน้ำตาล ก็เลยกล้าทำตั้งใจทำทุกอย่างที่คิดว่าเจ๋ง
พอผมใกล้สอบเรียนต่อก็ยิ่งห่างเหินกลุ่มแว้นมากเรื่อยๆไอ้ความคิดน้อยเนื้อต่ำใจนั้นก็หายไป คิดได้ตอนนี้ว่าเด็กสก๊อยในตอนนั้นไม่เอาเราก็ดีแล้วเราหลุดพ้นสักที ไปหาเพื่อนในแบบที่ใช่ เพื่อนที่ดีต้องดึงกันไปสู่ทางที่ดี ไม่พาเราไปทางไม่ดีให้พ่อแม่เราเสียใจ ไม่ข้ามขั้นชิงสุกก่อนห่าม
ปัจจุบัน เพื่อนในกลุ่มใหม่นี้เป็นเพื่อนสนิทเพื่อนรักแต่แยกกันอยู่ บางคนเรียนครู เรียนวิศวะ เรียนเภสัช ใกล้จะจบแล้ว จขกท ก็เรียนอยู่ใกล้จะจบแล้วก็มีที่ทำงานรอรับแล้ว แต่ยังโสดแห้วกระป๋องเหมือนเดิม 555
เขียนซะยาว แต่ก็ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านครับ
เคยรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเพราะเราไม่ได้แว้นมั้ยครับ
แต่ตอนนั้นที่เราคิดคืออยากเท่ อยากเป็นที่สนใจ อยากให้สาวมองตามวัย แต่ด้วยทางบ้านเราก็ค่อนข้างปานกลางไปถึงต่ำ เลยไม่มีเงินไปซื้อรถมาแต่งมาแว้นรับสาวเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ บวกกับแม่เราก็อายุเยอะแล้วเราเป็นคนสุดท้อง พี่เราทุกคนก็มีงานมีการทำหมดจะให้เราเอาแต่เที่ยวจนไม่เอาถ่านคงไม่ดี
เพราะแบบนั้นพอกลับจากโรงเรียนก็มาอ่านการ์ตูนที่เราชอบ พอค่ำก็เข้านอนเลย เสาร์อาทิตย์ก็ดูการ์ตูนตอนเช้าอยู่บ้าน ว่างๆก็ช่วยงานแม่เล็กๆน้อยๆ แล้วพอไปโรงเรียนก็มีคนที่ชอบครับ เย็นๆรอกลับบ้านก็ส่องรุ่นน้องวัยใสทั้งหลาย แต่รุ่นน้องใสๆหลายๆคนที่ว่าผ่านไปสักพักก็มีแฟนเป็นเด็กแว้น หนึ่งในนั้นก็คือเพื่อนเราที่เรารู้จักมันดี มันก็มาเล่าให้ฟังบางครั้งว่าตอนกลางคืนเจอน้องคนนั้นสาวคนนี้ที่ว่าน่ารักแจ่มๆซ้อนไปกับคนนั้นคนนี้เอาง่ายๆสก๊อยนั่นแหล่ะ
แรกๆเราไม่เชื่อแต่มาวันหนึ่งเราไปส่งเอกสารให้อาจาย์ตามห้องต่างๆ ที่เจอคือเค้าเอาโต๊ะเรียนต่อกัน 4 ตัว แล้วนั่วงซบกันในห้องอยู่ 3 คู่ ผู้ชายนี่ตอนผมรอรถเมย์กลับบ้านค่ำๆก็เจอมันแว้นเสียงดังๆผ่านประจำ
เลยคิดว่าถ้าเราแว้นบ้างสาวน่าจะสนใจ เลยเอารถที่เราขับพาแม่ไป รพ กับไปตลาดนั้นขี่มา โรงเรียนด้วยแต่เราไม่ได้แต่งและไม่ได้วิ่งกลางคืน พอไปหาเพื่อนที่แว้นมันก็พาโดดเรียนไปตั้งวงมั่วสุมกินเหล้าสูบบุหรี่กัน ฟังมันเล่าว่าได้สาวคนนั้นคนนี้ จะไปตีคนนั้นคนนี้ ดูมันพาสาวซ้อนท้ายแว้นไปเที่ยว สาวมันแต่ละคนถ้าไม่นุ่งสั้นย้อมผมเจาะหูซ้อนเด็กแว้นนี่ น่ารักพอตัว ทำไมไม่มาสนใจเราบ้าง ทั้งที่เราทั้งสูงทั้งขาวไม่ได้ถือว่าขี้เหร่ขนาดนั้น แค่เราไม่ขับรถแต่งพาเค้าซ้อนเที่ยวกลางคืนกับไม่ได้เอาเงินที่ขอแม่มาไปเปย์เค้าเหมือนเพื่อนเราหรือเด็กแว้นคนอื่นๆ(ที่มันก็ขอแม่มันมาเหมือนกัน)
พอผมตีตัวออกห่างมาหาเพื่อนที่ชอบดูหนังดูการ์ตูนเล่นเกมส์เหมือนกัน ก็พบว่าวิถีแว้นแบบนั้นมันไม่ใช่ทางเรา ต่อมาเพื่อนที่แว้นรถและคนรู้จักกับรุ่นน้องที่แว้นเหมือนกันต่างก็มีชีวิตเปลี่ยนไปตามแบบ บางคนรถล้มรถคว่ำตายเพราะเมาแล้วซิ่ง บางคนถูกจับเพราะสูบกัญชากับเสพยา ภาพที่ผมเห็นตอนรอรถเมย์ตอนหกโมงเช้าคือแม่มันไปยืมเงินมาประกันตัวกับห่อข้าวไปให้มันกิน หลายคนทั้งน้องวัยใสเรียนไม่จบม.ต้น ท้องแล้วแต่งงานแยกย้ายทิ้งลูกให้ยายเลี้ยงกันก็มี บางคนก็หนีคดีอยู่เพราะขายยา ถ้าผมกลายเป็นแบบนั้นผมคงไม่กล้ามองหน้าคนในครอบครัวไปนานเลย
สิ่งที่ผมสังเกตจากเพื่อนจากคนรู้จักที่แว้นส่วนใหญ่มีพ่อแม่ที่ยังอายุน้อย ไม่ก็อยู่กับปู่ย่าตายาย ขอเงินจะได้ง่ายๆเพราะจะอาละวาด เลยมั่นใจในความคิดว่าโตแล้วเจ๋งแล้วทั้งที่ยังใส่ผ้าใบสีน้ำตาล ก็เลยกล้าทำตั้งใจทำทุกอย่างที่คิดว่าเจ๋ง
พอผมใกล้สอบเรียนต่อก็ยิ่งห่างเหินกลุ่มแว้นมากเรื่อยๆไอ้ความคิดน้อยเนื้อต่ำใจนั้นก็หายไป คิดได้ตอนนี้ว่าเด็กสก๊อยในตอนนั้นไม่เอาเราก็ดีแล้วเราหลุดพ้นสักที ไปหาเพื่อนในแบบที่ใช่ เพื่อนที่ดีต้องดึงกันไปสู่ทางที่ดี ไม่พาเราไปทางไม่ดีให้พ่อแม่เราเสียใจ ไม่ข้ามขั้นชิงสุกก่อนห่าม
ปัจจุบัน เพื่อนในกลุ่มใหม่นี้เป็นเพื่อนสนิทเพื่อนรักแต่แยกกันอยู่ บางคนเรียนครู เรียนวิศวะ เรียนเภสัช ใกล้จะจบแล้ว จขกท ก็เรียนอยู่ใกล้จะจบแล้วก็มีที่ทำงานรอรับแล้ว แต่ยังโสดแห้วกระป๋องเหมือนเดิม 555
เขียนซะยาว แต่ก็ขอบคุณที่สละเวลามาอ่านครับ