เรื่องเกิดเมื่อสามปีก่อน
ผมกับเพื่อนคุยกันเรื่องวางแผนไปเที่ยว
ความเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกัน
ผมไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่โต
เขาบล๊อกไลน์และเฟสบุ๊ค
จากนั้นไม่ได้คุยกันอีก
ก่อนนั้นหลายปีเขาห่างผมไป
เพราะรู้ว่าผมเป็นเกย์
เขารับไม่ได้จึงตีตัวห่าง
ผมน้อยใจเหมือนกันนะ
แล้วเราก็กลับมาคุยกันเมื่อสามปีก่อน
เขาดีกับผมมาก พ่อแม่เขาก็ดีกับผม
ชวนผมไปเที่ยวบ้าน
แถมยังจ้างผมทำงานด้วย
ให้ตังค์ผมเยอะเลย
พอทะเลาะกัน
ผมพยามโทรไปหา
แม่เขารับสายก็บอกว่าเพื่อนผมไม่อยู่
ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งก็ตาม
จนวันหนึ่งผมโมโห
ผมเขียนด่าเขาทั้งครอบครัว
ในเฟสบุ๊ค แต่ไม่ใช้คำหยาบคายนะ
มีคนแค๊ปหน้าจอส่งไปให้เขา
แต่ผมก็ลบออกนะครับ
คิดว่าผมทำไม่ถูก
จนวันหนึ่งผมส่งข้อความไปง้อเพื่อน
เขาก็ด่าผมเป็นชุด เขาบอกว่าพ่อและแม่เขา
เสียใจมาก ไม่คิดว่าผมจะเป็นคนอย่างนี้
ผมง้อเพื่อนไม่สำเร็จ เขาบอกต่างคนต่างอยู่
หลังจากนั้นขีวิตผมก็แย่ลง
ผมป่วยหนักรักษาตัวเป็นปี
ค้าขายก็แย่ จนเกือบจะเจ๊ง
เพื่อนฝูง ลูกค้า คนรู้จัก หายกันหมด
ชีวิตผมแทบจะไม่เหลืออะไรเลย
ผมรู้สึกเคว้งคว้าง และรุ้สึกว่าเพื่อนคือคนที่มีค่สมากที่สุด
กระทั่งวันหนึ่ง
ผมตัดสินใจโทรไปขอโทษ
แต่ครั้งนี้ผมโทรไปขอโทษพ่อของเพื่อน
แรกๆพ่อเพื่อนก็คุยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
สักพักเขาก็เริ่มหนักขึ้น
แต่ผมไม่โทษเขานะ ผมยินดีรับทุกอย่าง
พ่อเขาสอนให้ผมอยู่กับปัจจุบัน
ให้ผมสวดมนต์บ่อยๆ
พ่อเขาบอกว่าเขาไม่ถือโทษอะไร
ให้ผมทำตัวเสียใหม่
ส่วนกับเพื่อนก็ให้ผมไปขอโทษเขา
แล้วเป็นเพื่อนกันใหม่
คุยกันได้สักพักก็วางสายไป
จากวันนั้นผมโทรไปหาเขาอีก
แต่ลูกจ้างเขารับสาย
บอกว่าพ่อติดธุระอยู่อีกบ้านหนึ่ง
ผมแปลกใจว่าโทรศัพเป็นของส่วนตัว
หรือเป็นเบอร์ที่ร้าน จึงให้ใครถือไว้ก็ได้
เล่ามาเสียยืดยาว
ด้วยความไม่แน่ใจหลายอย่าง
ปนกับความรู้สึกผิด
และสารภาพว่าอยากกลับไปดีกับเพื่อน
ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง
ในฐานะเพื่อน ได้รับการยอมรับจากพ่อและแม่เพื่อน
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมีความสุขที่ได้รับการยอมรับและความเมตตา
จากผู้ใหญ่
คิดว่าผมควรจะไปกราบขอขมา
พ่อและแม่ของเพื่อนดีไหมครับ
ได้เรียนรู้ว่าชีวิตที่มีเพื่อนคนนี้
คือชีวิตที่ดีมากๆ
ผมทำผิดกับเพื่อนและพ่อแม่ของเพื่อน ผมจะไปขอโทษเขาที่บ้านดีไหมครับ
ผมกับเพื่อนคุยกันเรื่องวางแผนไปเที่ยว
ความเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกัน
ผมไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่โต
เขาบล๊อกไลน์และเฟสบุ๊ค
จากนั้นไม่ได้คุยกันอีก
ก่อนนั้นหลายปีเขาห่างผมไป
เพราะรู้ว่าผมเป็นเกย์
เขารับไม่ได้จึงตีตัวห่าง
ผมน้อยใจเหมือนกันนะ
แล้วเราก็กลับมาคุยกันเมื่อสามปีก่อน
เขาดีกับผมมาก พ่อแม่เขาก็ดีกับผม
ชวนผมไปเที่ยวบ้าน
แถมยังจ้างผมทำงานด้วย
ให้ตังค์ผมเยอะเลย
พอทะเลาะกัน
ผมพยามโทรไปหา
แม่เขารับสายก็บอกว่าเพื่อนผมไม่อยู่
ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้งก็ตาม
จนวันหนึ่งผมโมโห
ผมเขียนด่าเขาทั้งครอบครัว
ในเฟสบุ๊ค แต่ไม่ใช้คำหยาบคายนะ
มีคนแค๊ปหน้าจอส่งไปให้เขา
แต่ผมก็ลบออกนะครับ
คิดว่าผมทำไม่ถูก
จนวันหนึ่งผมส่งข้อความไปง้อเพื่อน
เขาก็ด่าผมเป็นชุด เขาบอกว่าพ่อและแม่เขา
เสียใจมาก ไม่คิดว่าผมจะเป็นคนอย่างนี้
ผมง้อเพื่อนไม่สำเร็จ เขาบอกต่างคนต่างอยู่
หลังจากนั้นขีวิตผมก็แย่ลง
ผมป่วยหนักรักษาตัวเป็นปี
ค้าขายก็แย่ จนเกือบจะเจ๊ง
เพื่อนฝูง ลูกค้า คนรู้จัก หายกันหมด
ชีวิตผมแทบจะไม่เหลืออะไรเลย
ผมรู้สึกเคว้งคว้าง และรุ้สึกว่าเพื่อนคือคนที่มีค่สมากที่สุด
กระทั่งวันหนึ่ง
ผมตัดสินใจโทรไปขอโทษ
แต่ครั้งนี้ผมโทรไปขอโทษพ่อของเพื่อน
แรกๆพ่อเพื่อนก็คุยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
สักพักเขาก็เริ่มหนักขึ้น
แต่ผมไม่โทษเขานะ ผมยินดีรับทุกอย่าง
พ่อเขาสอนให้ผมอยู่กับปัจจุบัน
ให้ผมสวดมนต์บ่อยๆ
พ่อเขาบอกว่าเขาไม่ถือโทษอะไร
ให้ผมทำตัวเสียใหม่
ส่วนกับเพื่อนก็ให้ผมไปขอโทษเขา
แล้วเป็นเพื่อนกันใหม่
คุยกันได้สักพักก็วางสายไป
จากวันนั้นผมโทรไปหาเขาอีก
แต่ลูกจ้างเขารับสาย
บอกว่าพ่อติดธุระอยู่อีกบ้านหนึ่ง
ผมแปลกใจว่าโทรศัพเป็นของส่วนตัว
หรือเป็นเบอร์ที่ร้าน จึงให้ใครถือไว้ก็ได้
เล่ามาเสียยืดยาว
ด้วยความไม่แน่ใจหลายอย่าง
ปนกับความรู้สึกผิด
และสารภาพว่าอยากกลับไปดีกับเพื่อน
ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง
ในฐานะเพื่อน ได้รับการยอมรับจากพ่อและแม่เพื่อน
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งมีความสุขที่ได้รับการยอมรับและความเมตตา
จากผู้ใหญ่
คิดว่าผมควรจะไปกราบขอขมา
พ่อและแม่ของเพื่อนดีไหมครับ
ได้เรียนรู้ว่าชีวิตที่มีเพื่อนคนนี้
คือชีวิตที่ดีมากๆ