วันนี้เราอยากจะมาแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกในช่วงประถมวัย
วัยที่ลูกเข้าใจยากหรือพ่อแม่ไม่เข้าใจหนูก็ไม่รู้ ขอเล่าเบื้องหลังก่อนนะคะว่า เรามีลูกทั้งหมด 3 คน
ลูกสาวคนโต และลูกชายอีก 2 คน ลูกชายยังขอเว้นไว้ก่อนเพราะเค้ายังเด็กซนตามประสา เข้าใจคำสั่งหรือการเล่าเรื่อง
ต่างๆยังยากกับการเข้าใจของเค้า ช่วงนี้มุ่งไปที่ลูกสาวซะส่วนใหญ่ เพราะว่าป.2 แล้ว ใกล้จะเป็นสาวช่วงนี้เป็นช่วงที่พ่อแม่
จะตักตวงความรักและความสนใจของเค้าได้อยู่บ้าง จึงต้องหากิจกรรมและการสร้างนิสัยที่ดีและแนวคิดให้เค้าได้จดจำไว้
สิ่งที่คิดก็มีหลายอย่างมาก เช่น
- ซื้อของมาขาย ได้กำไรเท่าไรให้ลูกหมดเลย
- ช่วยงานบ้านให้ดาว พอครบจำนวนก็จะได้รางวัล
- ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษได้ให้ตัวละ 5 บาท
แต่เท่าที่ทบทวนดูแล้ว คุณแม่ๆคงคิดว่าทำไมต้องตั้งเงื่อนไขลูก เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆใช่มั้ยคะ
เราเองก็เช่นกัน เลยคิด Mission นี้มา เพื่อแชร์แรงจูงใจ ของเรากับลูก
MISSION - อด - ออม เพื่อซื้อของขวัญชิ้นแรกให้คุณพ่อ จากลูกสาวคนโปรด
เงื่อนไข - ลูกจะต้องอด ออมเงินจากค่าขนม ที่เราให้ไปรร.วันละ 40 บาท จะเหลือเท่าไรก็ได้ในแต่ละวัน เราก็จะให้ลูกเพิ่มเท่านั้น
ซึ่งก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรนะคะ ลูกยังกินอิ่มเพราะมีข้าวกลางวันของรร. ในกระเป๋านักเรียนจะมีนม 2 กล่องกับขนม 1 ห่อให้ไปทุกวันอยู่แล้ว
จากที่คุยกับลูกว่าเอาเงินไปใช้อะไรบ้าง เค้าจะตอบว่าไปซื้อน้ำหวาน กับยำวุ้นเส้นกินค่ะ และใช้เงินหมดทุกวัน
ิเราจึงสอนให้ลูกแบ่งเงิน หรือจัดสรรเงิน ตามอัตราส่วน 3:1 ,1:3
วันจันทร์ มีเงิน 40 บาท ซื้อยำวุ้นเส้น 20 และน้ำหวาน 10 บาท รวม 30 บาท เหลือเงิน ออมในวันที่ 1 =10 บาท (3:1)
วันอังคาร มีเงิน 40 บาท ซื้อน้ำหวาน 10 บาท อด / ไม่กินอย่างอื่นกินขนมที่แม่ห่อให้ เหลือเงินออม 30 บาท (1:3)
ทำสลับกันไป อย่างนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ลูกภูมิใจกับการออมของเค้า และความตั่งใจทึ่จะซื้อของให้พ่อ เพราะหลังเลิกงาน
ทุกวันลูกสาวจะรีบวิ่งมาบอกว่าเก็บได้เท่าไร กินอะไรบ้าง รู้สึกยังไงที่ไม่ได้กิน สำหรับเราถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลย
แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งการที่จะให้ทำอะไร หรือใจจดใจจ่ออยู่กับอะไรเพียงคนเดียวก็คงจะไม่ใช่เริ่องสนุก
เราจึงช่วยสร้างกำลังใจโดย บอกลูกว่าลูกเก็บได้เท่าไร แม่จะบวกให้ ถือว่าของขวัญของคุณพ่อชิ้นนี้เรา 2 คนตั้งใจเก็บเงินซื้อให้
สรุป
จากกิจกรรมง่ายๆ ครั้งนี้ ทำให้เรากับลูกได้คุยกันมากขึ้น แชร์กันมากขึ้น เพราะพ่อแม่หลายบ้านอาจจะเป็นเหมือนเรา
ที่ทำงานนอกบ้านกว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบ 2 ทุ่ม ใกล้ถึงเวลาเด็กๆเข้านอน ทำให้เราได้คุยกับลูกน้อยลง แต่ถ้ามีเรื่องที่ลูกอยาก
เล่าหรือสนใจ โดยที่เราไม่ต้องคอยตั้งคำถามว่า วันนี้เป็นยังไง คำตอบที่ได้ คือ ก็ดี ลองคิดจากสิ่งเล็กๆ แล้วเราจะได้อะไร
ที่ใหญ๋กว่าโดยไม่คาดฝันค่ะ
สอนลูก ให้รู้จัก อด/ออมเงิน@ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภูมิใจจากสิ่งเล็กๆ
วัยที่ลูกเข้าใจยากหรือพ่อแม่ไม่เข้าใจหนูก็ไม่รู้ ขอเล่าเบื้องหลังก่อนนะคะว่า เรามีลูกทั้งหมด 3 คน
ลูกสาวคนโต และลูกชายอีก 2 คน ลูกชายยังขอเว้นไว้ก่อนเพราะเค้ายังเด็กซนตามประสา เข้าใจคำสั่งหรือการเล่าเรื่อง
ต่างๆยังยากกับการเข้าใจของเค้า ช่วงนี้มุ่งไปที่ลูกสาวซะส่วนใหญ่ เพราะว่าป.2 แล้ว ใกล้จะเป็นสาวช่วงนี้เป็นช่วงที่พ่อแม่
จะตักตวงความรักและความสนใจของเค้าได้อยู่บ้าง จึงต้องหากิจกรรมและการสร้างนิสัยที่ดีและแนวคิดให้เค้าได้จดจำไว้
สิ่งที่คิดก็มีหลายอย่างมาก เช่น
- ซื้อของมาขาย ได้กำไรเท่าไรให้ลูกหมดเลย
- ช่วยงานบ้านให้ดาว พอครบจำนวนก็จะได้รางวัล
- ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษได้ให้ตัวละ 5 บาท
แต่เท่าที่ทบทวนดูแล้ว คุณแม่ๆคงคิดว่าทำไมต้องตั้งเงื่อนไขลูก เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆใช่มั้ยคะ
เราเองก็เช่นกัน เลยคิด Mission นี้มา เพื่อแชร์แรงจูงใจ ของเรากับลูก
MISSION - อด - ออม เพื่อซื้อของขวัญชิ้นแรกให้คุณพ่อ จากลูกสาวคนโปรด
เงื่อนไข - ลูกจะต้องอด ออมเงินจากค่าขนม ที่เราให้ไปรร.วันละ 40 บาท จะเหลือเท่าไรก็ได้ในแต่ละวัน เราก็จะให้ลูกเพิ่มเท่านั้น
ซึ่งก็ไม่ได้โหดร้ายอะไรนะคะ ลูกยังกินอิ่มเพราะมีข้าวกลางวันของรร. ในกระเป๋านักเรียนจะมีนม 2 กล่องกับขนม 1 ห่อให้ไปทุกวันอยู่แล้ว
จากที่คุยกับลูกว่าเอาเงินไปใช้อะไรบ้าง เค้าจะตอบว่าไปซื้อน้ำหวาน กับยำวุ้นเส้นกินค่ะ และใช้เงินหมดทุกวัน
ิเราจึงสอนให้ลูกแบ่งเงิน หรือจัดสรรเงิน ตามอัตราส่วน 3:1 ,1:3
วันจันทร์ มีเงิน 40 บาท ซื้อยำวุ้นเส้น 20 และน้ำหวาน 10 บาท รวม 30 บาท เหลือเงิน ออมในวันที่ 1 =10 บาท (3:1)
วันอังคาร มีเงิน 40 บาท ซื้อน้ำหวาน 10 บาท อด / ไม่กินอย่างอื่นกินขนมที่แม่ห่อให้ เหลือเงินออม 30 บาท (1:3)
ทำสลับกันไป อย่างนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ลูกภูมิใจกับการออมของเค้า และความตั่งใจทึ่จะซื้อของให้พ่อ เพราะหลังเลิกงาน
ทุกวันลูกสาวจะรีบวิ่งมาบอกว่าเก็บได้เท่าไร กินอะไรบ้าง รู้สึกยังไงที่ไม่ได้กิน สำหรับเราถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีมากเลย
แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งการที่จะให้ทำอะไร หรือใจจดใจจ่ออยู่กับอะไรเพียงคนเดียวก็คงจะไม่ใช่เริ่องสนุก
เราจึงช่วยสร้างกำลังใจโดย บอกลูกว่าลูกเก็บได้เท่าไร แม่จะบวกให้ ถือว่าของขวัญของคุณพ่อชิ้นนี้เรา 2 คนตั้งใจเก็บเงินซื้อให้
สรุป
จากกิจกรรมง่ายๆ ครั้งนี้ ทำให้เรากับลูกได้คุยกันมากขึ้น แชร์กันมากขึ้น เพราะพ่อแม่หลายบ้านอาจจะเป็นเหมือนเรา
ที่ทำงานนอกบ้านกว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบ 2 ทุ่ม ใกล้ถึงเวลาเด็กๆเข้านอน ทำให้เราได้คุยกับลูกน้อยลง แต่ถ้ามีเรื่องที่ลูกอยาก
เล่าหรือสนใจ โดยที่เราไม่ต้องคอยตั้งคำถามว่า วันนี้เป็นยังไง คำตอบที่ได้ คือ ก็ดี ลองคิดจากสิ่งเล็กๆ แล้วเราจะได้อะไร
ที่ใหญ๋กว่าโดยไม่คาดฝันค่ะ