จากเรื่องของน้องกุญแจซอลเท่าที่ได้อ่านได้ฟังและเสพข่าวน้องมาพอสมควรจริงๆก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายนะคับแต่จะว่าไปแล้วลองมาคิดดูกันดีดีว่าทำไมน้องเค้าถึงตัดสินใจแบบนั้นทำไมถึงทำแบบนั้นกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อเป็นแม่ได้...และเรื่องราวของน้องจริงๆแล้วมันเป็นบทเรียนที่จะสอนทุกครอบครัวได้เหมือนกันนะ...พ่อแม่ที่เลี้ยงลูกมาอาจจะคาดหวังกับลูกมากเกินไปหรือป่าวเผด็จการกับลูกมากไปไหมทางที่ปูไว้ให้ลูกๆนั้นเคยถามเค้าบ้างไหมว่าเค้าอยากจะเดินไปทางนั้นหรือป่าวจริงอยู่พ่อแม่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีดีแต่สิ่งที่ดีที่พ่อแม่ให้มันก็แค่ดีต่อตัวพ่อแม่เองหรือป่าวเห็นมาหลายครอบครัวแล้วที่เป็นแบบนี้แต่เมื่อลูกไม่ทำตามไม่เดินไปในทางที่พ่อแม่กำหนดไว้ให้เกิดอะไรขึ้นล่ะคับเด็กคนนั้นกลายเป็นลูกอกตัญญูทันทีบวกกับสิ่งที่พ่อแม่ออกมาพูดให้ลูกกลายเป็นคนผิดในสังคมให้สังคมเหยียดหยามลูกตัวเองแบบนี้หรือที่เรียกว่ารักลูก...พ่อแม่ให้กำเนิดลูกเลี้ยงลูกให้เติบโตมาก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างของลูกต้องเป็นของเรานะครับหัวใจของลูกความสุขของลูกควรให้เขาดูแลและตัดสินใจเอง ณ ตอนนี้เรื่องของน้องกุญแจซอลมันกลายเป็นประเด็นที่จะเอาชนะกันไปแล้วประเด็นของความรักลูกมันหายไปแล้วครับ ทางพ่อแม่ของน้องไม่ได้คิดที่จะเอาลูกคืนหรอกครับแค่อยากเอาชนะลูกเท่านั้นเพราะรู้สึกเสียหน้าที่เลี้ยงมาแล้วเค้าไม่ยอมทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการเพราะถ้าอยากได้น้องคืนจริงๆคงไม่ทำแบบนี้ความอึดอัดมันเลยไปตกอยู่ที่น้องเพราะโดนบุพการีกดดันยังไม่พอยังโดนสังคมต่อว่าอีก...พ่อแม่เคยเข้าใจลูกหรือป่าวเคยเอาใจลูกมาใส่ใจเราไหมว่าลูกจะรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่ตัวเองทำ บางครั้งผู้ใหญ่ก็ใช่ว่าจะทำถูก คิดถูก เสมอไปนะครับ
มาที่ประเด็นฝ่ายชายเท่าที่ดูก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหน้าที่การงานก็ไม่ได้ด้อยและอีกอย่างถ้าเค้าไม่ดีน้องก็คงไม่เลือกการเลือกที่จะอยู่กับใครสักคนเราต้องเลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขนั่นก็แสดงว่าน้องเค้าสุขที่จะได้อยู่กับคนนี้มองกลับกันที่ไม่เลือกพ่อแม่อาจจะไม่ใช่ว่าอยู่กับพ่อแม่แล้วไม่มีความสุขมันอาจจะมีความสุขเหมือนกันแต่มันคนละแบบน้องโตแล้วมีวุฒิภาวะพอที่จะตัดสินใจเองได้ว่าจะเลือกความสุขแบบไหนน้องเลือกที่จะมีความสุขกับครอบครัวของน้องที่น้องเป็นคนสร้างมันขึ้นมาพ่อแม่ของน้องควรจะยินดีและมีความสุขไปกับน้องนะ...ถ้าน้องเค้าไม่มีความสุขในทางที่เค้าเลือกเดินเดี๋ยวน้องเค้าก็จะเดินออกมาจากจุดนั้นเองแหละครับไม่ต้องไปดึงไปรั้งเค้าไว้หรอก
มหากาพย์ของตัวโน๊ตกุญแจซอลอาจจะเป็นบทเรียนให้กับพ่อแม่อีกหลายๆท่านผมเชื่อว่ามีแบบนี้อีกหลายครอบครัวเพียงแต่ไม่ใช่คนดังก็เลยไม่เป็นข่าวอยากให้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนครับ...อย่ารักลูกจนเกินความพอดีอย่าให้เค้าเป็นในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการอย่าบังคับเค้ามันไม่ถูกต้องหรอกครับรักมากเกินไปคาดหวังมากเกินไปโดยที่ไม่ถามลูกก่อนวันนึงมันจะกลายเป็นอาวุธมาทำลายครอบครัวได้นะครับ
" รักลูกจงให้เค้าทำในสิ่งที่เค้าต้องการอย่าให้เค้าทำเพราะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ " (เลิกรังแกลูกเถอะครับ)
ใครผิด....พ่อแม่หรือกุญแจซอล
มาที่ประเด็นฝ่ายชายเท่าที่ดูก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหน้าที่การงานก็ไม่ได้ด้อยและอีกอย่างถ้าเค้าไม่ดีน้องก็คงไม่เลือกการเลือกที่จะอยู่กับใครสักคนเราต้องเลือกคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุขนั่นก็แสดงว่าน้องเค้าสุขที่จะได้อยู่กับคนนี้มองกลับกันที่ไม่เลือกพ่อแม่อาจจะไม่ใช่ว่าอยู่กับพ่อแม่แล้วไม่มีความสุขมันอาจจะมีความสุขเหมือนกันแต่มันคนละแบบน้องโตแล้วมีวุฒิภาวะพอที่จะตัดสินใจเองได้ว่าจะเลือกความสุขแบบไหนน้องเลือกที่จะมีความสุขกับครอบครัวของน้องที่น้องเป็นคนสร้างมันขึ้นมาพ่อแม่ของน้องควรจะยินดีและมีความสุขไปกับน้องนะ...ถ้าน้องเค้าไม่มีความสุขในทางที่เค้าเลือกเดินเดี๋ยวน้องเค้าก็จะเดินออกมาจากจุดนั้นเองแหละครับไม่ต้องไปดึงไปรั้งเค้าไว้หรอก
มหากาพย์ของตัวโน๊ตกุญแจซอลอาจจะเป็นบทเรียนให้กับพ่อแม่อีกหลายๆท่านผมเชื่อว่ามีแบบนี้อีกหลายครอบครัวเพียงแต่ไม่ใช่คนดังก็เลยไม่เป็นข่าวอยากให้เป็นอุทาหรณ์กับทุกคนครับ...อย่ารักลูกจนเกินความพอดีอย่าให้เค้าเป็นในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการอย่าบังคับเค้ามันไม่ถูกต้องหรอกครับรักมากเกินไปคาดหวังมากเกินไปโดยที่ไม่ถามลูกก่อนวันนึงมันจะกลายเป็นอาวุธมาทำลายครอบครัวได้นะครับ
" รักลูกจงให้เค้าทำในสิ่งที่เค้าต้องการอย่าให้เค้าทำเพราะเป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ " (เลิกรังแกลูกเถอะครับ)