สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ประท้วงกลางวงเสวนา ยก 10 เหตุผลขอรัฐบาลถอน ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ....ออกจาก สนช. ชี้ขัดต่อเจตนารมณ์ เอื้อนักการเมืองข้าราชการประจำและอดีต รวมถึงนายทุนนักธุรกิจนั่ง กก.ชุดต่างๆ
9 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 พ.ย.60) เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่ ห้อง Le lotus 1 โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด (รัชดาฯ) ช่วงถามตอบวงเสวนาสาธารณะ หัวข้อ “
อนาคตรัฐวิสาหกิจไทย กับ ร่างกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจ” ซึ่งจัดโดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และมีวิทยากรทั้งนักวิชาการ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่ออภิปรายถึง ร่าง
พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ..." (ร่างกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจ) ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับหลักการร่างกฎหมายนี้เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และจะพิจารณาออกกฎหมายอีกไม่นานนี้นั้น (
รับชมวิดีโอเสวนา)
ตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ลุกขึ้นอภิปราย พร้อมผู้เข้าร่วมจาก สรส. ในห้องเสวนาประมาณ 50 คน รวมกันชูป้ายข้อความคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างฉบับนี้ออกมา โดยให้เหตุผลประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขัดต่อเจตนารมณ์ และหลักการของร่างกฎหมายโดยสิ้นเชิง โครงสร้างของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ล้วนมาจากนักการเมือง ข้าราชการประจำและอดีต รวมถึงนายทุนนักธุรกิจ
สรส. ระบุด้วยว่า การตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ในการถือหุ้นแทนกระทรวงการคลังเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานเต็มศักยภาพมีความพร้อมในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ เป้าประสงค์ของรัฐวิสาหกิจที่เปลี่ยนจากบริการประชาชนไปเป็นเพื่อการพาณิชย์ การค้าขาย การลงทุน โครงสร้างและอำนาจคณะกรรมการชุดต่าง ๆ แล้ว ก็ปราศจากการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนอื่นของสังคมหรือแม้กระทั่งบุคคลในองค์กรนั้น ๆ ขัดกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตรา 23 (4) ที่บัญญัติว่าทุกคนมีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานและมีสิทธิเข้าร่วมกับสหภาพแรงงาน และตามหลักการพื้นฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ
รวมทั้งประเด็นที่อ้างว่า กระทรวงการคลัง ยังคงถือหุ้นในบรรษัทอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หลายมาตราที่กล่าวมา ที่จะกำหนดสัดส่วนการถือหุ้น จำหน่ายหุ้น กำหนดให้บรรษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นจนพ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจได้ เป็นต้น
JJNY : ปฏิรูปดี๊ดี..ซี้จุกสูญ 'แรงงานรัฐวิสาหกิจ' ยก 10 ข้อ ร้องรัฐบาลถอน 'ร่าง พ.ร.บ.พัฒนารัฐวิสาหกิจ' ออกจาก สนช.
9 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 พ.ย.60) เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่ ห้อง Le lotus 1 โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด (รัชดาฯ) ช่วงถามตอบวงเสวนาสาธารณะ หัวข้อ “อนาคตรัฐวิสาหกิจไทย กับ ร่างกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจ” ซึ่งจัดโดย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และมีวิทยากรทั้งนักวิชาการ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่ออภิปรายถึง ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ..." (ร่างกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจ) ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับหลักการร่างกฎหมายนี้เมื่อต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา และจะพิจารณาออกกฎหมายอีกไม่นานนี้นั้น (รับชมวิดีโอเสวนา)
ตัวแทนสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ลุกขึ้นอภิปราย พร้อมผู้เข้าร่วมจาก สรส. ในห้องเสวนาประมาณ 50 คน รวมกันชูป้ายข้อความคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างฉบับนี้ออกมา โดยให้เหตุผลประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ขัดต่อเจตนารมณ์ และหลักการของร่างกฎหมายโดยสิ้นเชิง โครงสร้างของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ล้วนมาจากนักการเมือง ข้าราชการประจำและอดีต รวมถึงนายทุนนักธุรกิจ
สรส. ระบุด้วยว่า การตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่ในการถือหุ้นแทนกระทรวงการคลังเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงานเต็มศักยภาพมีความพร้อมในการแข่งขันเชิงพาณิชย์ เป้าประสงค์ของรัฐวิสาหกิจที่เปลี่ยนจากบริการประชาชนไปเป็นเพื่อการพาณิชย์ การค้าขาย การลงทุน โครงสร้างและอำนาจคณะกรรมการชุดต่าง ๆ แล้ว ก็ปราศจากการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนอื่นของสังคมหรือแม้กระทั่งบุคคลในองค์กรนั้น ๆ ขัดกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน มาตรา 23 (4) ที่บัญญัติว่าทุกคนมีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานและมีสิทธิเข้าร่วมกับสหภาพแรงงาน และตามหลักการพื้นฐานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ
รวมทั้งประเด็นที่อ้างว่า กระทรวงการคลัง ยังคงถือหุ้นในบรรษัทอยู่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่หลายมาตราที่กล่าวมา ที่จะกำหนดสัดส่วนการถือหุ้น จำหน่ายหุ้น กำหนดให้บรรษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นจนพ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจได้ เป็นต้น