
โลกออนไลน์ต้องสะเทือนใจอีกครั้ง เมื่อมีการเผยเรื่องราวอุบัติเหตุรถเก๋ง
ชนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บนถนนรังสิต-นครนายก บริเวณจุดกลับรถมาลีวัลย์
ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย
ติดอยู่ในรถเก๋ง โตโยต้า ยาริส ที่มีสภาพหน้ารถพังยับเยิน เป็นชาย 1 ราย
และ น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 3 เอกธุรกิจการเงิน
คณะเศรษฐศาสตร์ ม.กรุงเทพ หรือ “น้องจูน” อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยสาวสวย
ผู้นำเวลาว่างช่วงปิดเทอมมาทำงานพิเศษ
จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยอาการบาดเจ็บของ “น้องจูน” ล่าสุดนั้น คุณแม่ได้เผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า
ตอนนี้หลังจากที่เกิดเหตุคุณหมอแจ้งว่าสมองของน้องได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก
มีเลือดออกภายในสมองและก้านสมอง เส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือน ยังไม่รู้สึกตัว
ข้อมือหัก ฟกช้ำตามตัว ซึ่งอาการเหล่านี้ คุณหมอแจ้งว่าต้องรอดูอาการถึง 2 สัปดาห์
แต่หลังจากนี้ ถ้าหายก็ยังไม่ทราบว่าอาการตอบสนองของเขาจะกลับมาได้เต็มร้อยหรือไม่
รวมไปถึงดวงตาที่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร
“หลังจากรับโทรศัพท์ทราบข่าวว่าน้องเกิดอุบัติเหตุ แม่กับพ่อก็รีบนั่งเครื่องบินไฟล์ทที่เร็วที่สุด
เพื่อมาดูอาการลูก แต่พอเห็นแล้วแม่ยังทำใจไม่ได้ ใจแม่เหมือนจะขาด
ได้แต่นั่งรอหน้าห้อง ภาวนาให้ลูกฟื้นขึ้นมาเร็วๆ”
คุณแม่น้องจูนกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
----------------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนหน้านี้ช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม.6 ตนเคยทำงานพาร์ทไทม์ เป็นพนักงานร้านพิซซ่ามาก่อน
จนเข้ามหาวิทยาลัย จึงตั้งใจเรียนหนังสือ จนมาถึงช่วงที่ปิดเทอม 3 เดือน
ก่อนที่จะขึ้นชั้นปีที่ 3 นั้น เริ่มมีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้น จึงตั้งใจจะทำงานพิเศษ
แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ไม่อยากปล่อยเวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์
และด้วยความที่เป็นคนไม่เรียบร้อยมากนัก ชอบพบปะผู้คน ทั้งยังชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ
ประกอบกับได้เข้าไปพูดคุยกับคุณลุง รปภ.ท่านหนึ่ง
จึงเกิดความสนใจที่จะลองทำงานเป็น รปภ. เพื่อเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ
ซึ่งก็ได้พบปะผู้คนหลากหลายและเป็นการช่วยเหลือคนอีกด้วย
"หนูไม่อายนะคะที่ทำงานเป็น รปภ. กลับมองว่าเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก
ต้องดูแลความปลอดภัยของคนทั้งศูนย์การค้า เป็นที่อาชีพที่สุจริต และมีเกียรติ
ซึ่งการมาทำงานพาร์ทไทม์เป็น รปภ. ถึงแม้เงินเดือนจะไม่ได้มากมาย
ถึงขนาดเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ แต่ก็สามารถช่วยแบ่งเบ่าภาระของท่าน
เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวของหนูไปได้มาก ตอนนี้นอกจากค่าเทอม
แล้วหนูก็ไม่ได้ขอเงินท่านอีกเลย"
ทั้งนี้ หลังจากเกิดกระแสแชร์ภาพของน้องจูนไปทั่วสังคมออนไลน์นั้น
เจ้าตัวเผยว่า ตนเองและคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานเป็นผู้รับเหมาสร้างโรงแรม
รีสอร์ทที่ จ.ภูเก็ต ก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะกลายเป็นกระแส
ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ชื่นชม แต่ตนจะทำงานเป็น รปภ.ถึงวันที่ 10 ก.ค.2560
เพื่อกลับไปศึกษาต่อในช่วงเปิดเทอม และเมื่อเรียนจบ
ตั้งใจไว้ว่าอยากจะเป็นโบรกเกอร์ในอนาคต
ช็อกโซเชียล! “น้องจูน รปภ.สาวสวย” คนดังในโลกออนไลน์ นั่งเก๋งเสยรถพ่วง 18 ล้อ อาการสาหัส ไม่รู้สึกตัว !!
โลกออนไลน์ต้องสะเทือนใจอีกครั้ง เมื่อมีการเผยเรื่องราวอุบัติเหตุรถเก๋ง
ชนรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บนถนนรังสิต-นครนายก บริเวณจุดกลับรถมาลีวัลย์
ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย
ติดอยู่ในรถเก๋ง โตโยต้า ยาริส ที่มีสภาพหน้ารถพังยับเยิน เป็นชาย 1 ราย
และ น.ส.วัลย์ลดา กันตพลจรัณธร อายุ 21 ปี นักศึกษาปี 3 เอกธุรกิจการเงิน
คณะเศรษฐศาสตร์ ม.กรุงเทพ หรือ “น้องจูน” อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยสาวสวย
ผู้นำเวลาว่างช่วงปิดเทอมมาทำงานพิเศษ
จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั้งประเทศเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
โดยอาการบาดเจ็บของ “น้องจูน” ล่าสุดนั้น คุณแม่ได้เผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า
ตอนนี้หลังจากที่เกิดเหตุคุณหมอแจ้งว่าสมองของน้องได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก
มีเลือดออกภายในสมองและก้านสมอง เส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือน ยังไม่รู้สึกตัว
ข้อมือหัก ฟกช้ำตามตัว ซึ่งอาการเหล่านี้ คุณหมอแจ้งว่าต้องรอดูอาการถึง 2 สัปดาห์
แต่หลังจากนี้ ถ้าหายก็ยังไม่ทราบว่าอาการตอบสนองของเขาจะกลับมาได้เต็มร้อยหรือไม่
รวมไปถึงดวงตาที่ยังไม่ทราบว่าจะเป็นอย่างไร
“หลังจากรับโทรศัพท์ทราบข่าวว่าน้องเกิดอุบัติเหตุ แม่กับพ่อก็รีบนั่งเครื่องบินไฟล์ทที่เร็วที่สุด
เพื่อมาดูอาการลูก แต่พอเห็นแล้วแม่ยังทำใจไม่ได้ ใจแม่เหมือนจะขาด
ได้แต่นั่งรอหน้าห้อง ภาวนาให้ลูกฟื้นขึ้นมาเร็วๆ”
คุณแม่น้องจูนกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
ก่อนหน้านี้ช่วงที่เรียนอยู่ชั้น ม.6 ตนเคยทำงานพาร์ทไทม์ เป็นพนักงานร้านพิซซ่ามาก่อน
จนเข้ามหาวิทยาลัย จึงตั้งใจเรียนหนังสือ จนมาถึงช่วงที่ปิดเทอม 3 เดือน
ก่อนที่จะขึ้นชั้นปีที่ 3 นั้น เริ่มมีเวลาว่างเพิ่มมากขึ้น จึงตั้งใจจะทำงานพิเศษ
แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ไม่อยากปล่อยเวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์
และด้วยความที่เป็นคนไม่เรียบร้อยมากนัก ชอบพบปะผู้คน ทั้งยังชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ
ประกอบกับได้เข้าไปพูดคุยกับคุณลุง รปภ.ท่านหนึ่ง
จึงเกิดความสนใจที่จะลองทำงานเป็น รปภ. เพื่อเป็นการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ
ซึ่งก็ได้พบปะผู้คนหลากหลายและเป็นการช่วยเหลือคนอีกด้วย
"หนูไม่อายนะคะที่ทำงานเป็น รปภ. กลับมองว่าเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก
ต้องดูแลความปลอดภัยของคนทั้งศูนย์การค้า เป็นที่อาชีพที่สุจริต และมีเกียรติ
ซึ่งการมาทำงานพาร์ทไทม์เป็น รปภ. ถึงแม้เงินเดือนจะไม่ได้มากมาย
ถึงขนาดเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ แต่ก็สามารถช่วยแบ่งเบ่าภาระของท่าน
เรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวของหนูไปได้มาก ตอนนี้นอกจากค่าเทอม
แล้วหนูก็ไม่ได้ขอเงินท่านอีกเลย"
ทั้งนี้ หลังจากเกิดกระแสแชร์ภาพของน้องจูนไปทั่วสังคมออนไลน์นั้น
เจ้าตัวเผยว่า ตนเองและคุณพ่อคุณแม่ที่ทำงานเป็นผู้รับเหมาสร้างโรงแรม
รีสอร์ทที่ จ.ภูเก็ต ก็ตกใจมาก ไม่คิดว่าจะกลายเป็นกระแส
ก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ชื่นชม แต่ตนจะทำงานเป็น รปภ.ถึงวันที่ 10 ก.ค.2560
เพื่อกลับไปศึกษาต่อในช่วงเปิดเทอม และเมื่อเรียนจบ
ตั้งใจไว้ว่าอยากจะเป็นโบรกเกอร์ในอนาคต
Source : https://www.dailynews.co.th/regional/608874