1. ตั๋วเครื่องบิน
1.1 หาช่วงเวลาที่อยากไปเที่ยว เช่น อยากไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ก็ให้จองช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน
1.2 โปรโมชั่น เปรียบเทียบโปรโมชั่นของแต่ละสายการบิน
1.3 ช่วงเวลาที่จะบิน แนะนำให้ไปช่วงเวลา 16.10 เพราะไปถึงช่วงดึก จะได้พักผ่อน เช้าจะได้เที่ยวเต็มที่
ช่วงเวลากลับควรเป็นช่วงเย็น จะได้ไม่ต้องเร่งรีบตื่นเช้า Check out จากที่พักเสร็จเดินทางไปสนามบิน แล้ว Shopping ต่อได้เลย
2. Plan เที่ยว และ Budget
2.1 รวบรวมสถานที่ ที่อยากไป และตัดสถานที่ ที่อยากไปน้อยที่สุดออก
2.2 จัดทำ Day Plan ในแต่ละวัน นั่งสถานีรถไฟไหนใกล้เคียงกัน เส้นเส้นทางเดียวกัน
2.3 จัดทำงบประมาณค่าใช้จ่าย ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าเดินทางในแต่ละวัน (คำนวณเผื่อไว้เกิน ดีกว่าขาด)
2.4 คำนวณค่ากิน และ Shopping ในแต่ละวัน โดยคำนวณเผื่อไว้เยอะๆ มื้อเช้าที่พักมีอาหารให้ และหากเข้าคลับให้คำนวณไปด้วย โดยค่ากินแบ่งตามนี้ มื้อเบา มื้อหนัก Street Foods ดื่ม Café…
2.5 รวบรวมงบประมาณทั้งหมด จะได้งบประมาณที่ต้องใช้ชีวิตในเกาหลี
3. จองที่พัก
3.1 ควรจองที่พักล่วงหน้า 2 เดือน เพราะหากจองที่พักช่วงใกล้ ๆ ที่พักทำเลดีๆ คลีนๆ รีวิวดีๆ จะเต็มหมดก่อน
3.2 จองที่พักใกล้แหล่งของกิน และสถานีรถไฟดีที่สุด
3.3 ช่วงเวลาที่จะเข้าพัก บางที่พักจะไม่มีเจ้าหน้าที่รับรอง 24 ชม. เพราะฉะนั้นต้องติดต่อกับเจ้าของที่พักดีๆ จขกท.ขอเช็คอินด้วยตัวเองกับทางที่พัก เพราะทางที่พักมีพนักงานหน้าเคาเตอร์แค่ 5 ทุ่มเท่านั้น
3.4 ก่อนเข้าพักควรมี Email/Line/เบอร์โทรศัพท์ของที่พัก เพื่อที่จะได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้สะดวก
3.5 ควรดูเวลา Check out ดีๆ เพราะบางที่พักเขาฟิคเวลามาก
4. Internet / Sim Card / Pocket wifi
4.1 เพื่อความสะดวกสบายไปแค่ คนเดียว หรือ 2 คน แนะนำให้ใช้แบบ Sim Card มีทั้งของเกาหลี หรือผู้ให้บริการในไทย มีซิมให้ไปใช้ที่เกาหลีใต้เหมือนกัน จขกท.ใช้ KT ของเกาหลี ส่วนเพื่อนของจขกท.อีก 3 คน ใช้ Sim fly ใช้ได้เหมือนกัน (ข้อดีพกพาสะดวก เพราะแยกกันเดิน เดิน Shopping คนเดียวตามหากันง่าย แต่แอบแพงนิดนึง)
4.2 แบบ Pocket Wifi เหมาะสำหรับคนไปเป็นกรุ๊ป แต่หากแยกกันเที่ยว จะติดต่อกันยากพอสมควร (ข้อดีราคาถูกเมื่อหารกันหลายคน แต่ลำบากที่ต้องพกอุปกรณ์ด้วย เพราะบางคนพกกล้องด้วย)
4.3 เตรียมจัดซื้อให้พร้อมก่อนเดินทาง จขกท.ซื้อ Sim Card แบบ Online ไปรับซิมที่สนามบินที่เกาหลี แค่นำ Passport ให้เขา เขาก็ใส่ซิมตั้งค่าให้เรียบร้อย
5. ประมาณการเดินทางจากสนามบินเข้าโซลในเวลากลางคืน
5.1 อย่างจขกท.ไปถึงสนามบินตอนช่วงเที่ยงคืน รถไฟเข้าโซลก็หมดแล้ว การเดินทางก็จะมี Taxi และ Airport limousine นอกจากนี้จะมีบริการของ G-Trip รถรับจากสนามบินไปส่งยังที่พัก
5.2 จขกท.เลือกบริการของ G-Trip รถรับจากสนามบินไปส่งยังที่พัก เพราะไปกัน 4 คนกระเป๋าเยอะ ที่สำคัญชอบความสะดวกสบาย ไปถึงเจอคุณลุงถือป้ายชื่อมารับไปยังที่พักเลย
6. ประมาณการเดินทางกลับออกจากที่พักไปสนามบิน
6.1 การเดินทางกลับมี Subway , Taxi , Bus สำหรับเรา Subway ดีสุดหากสัมภาระไม่เยอะ
6.2 จขกท.กลับคนเดียว เพราะเพื่อนกลับก่อน ซึ่งกระเป๋าเดินทางมีจำนวนเยอะจึงใช้บริการ Karryseoul เป็นบริการมารับกระเป๋าที่พัก ไปส่งที่สนามบิน คิดราคาตามขนาดกระเป๋า ส่วนตัวจขกท.เดินทางโดย Subway ตัวปลิวสบายๆไปสนามบินได้เลย
7. เอกสารส่วนบุคคลที่ต้องเตรียมไปพร้อมกับการเดินทาง
7.1 Passport ที่เหลืออายุมากกว่า 6 เดือน
7.2 ใบรับรองการทำงาน
7.3 E-Ticket/หมายเลขการสำรองที่นั่งสายการบิน
7.4 เอกสารการจองที่พัก ระบุที่อยู่ชัดเจน
7.5 Plan เที่ยว
8. สิ่งของจำเป็นสำหรับท่องเที่ยว
8.1 T-Money ซื้อใน CU ที่เกาหลี มีขายพร้อมเติมเงิน (ไว้ใช้สำหรับเดินทาง Subway และ Bus)
8.2 โทรศัพท์มือถือ พร้อมแบตเตอรี่สำรอง (เพราะอากาศเย็นจะดูดแบตหมดเร็วมากๆๆ)
8.3 กล้องถ่ายภาพ
8.4 หัวแปลงปลั๊ก
8.5 หูฟัง (จำเป็นมากๆๆๆ เวลาอยู่บนเครื่องบิน)
8.6 ปลั๊กไฟ ไว้ชาร์ตหลายๆอย่าง
9. ยาสามัญ
9.1 ยาแก้ปวดหัว
9.2 ยาแก้ท้องอืด
9.3 ยาแก้ท้องเสีย
9.4 ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะเดินเยอะอาจเกิดอาการเกร็งหรือปวดได้
9.5 ยาประจำตัว (ถ้ามี)
10 ของใช้ เสื้อผ้า
10.4 จัดเสื้อผ้าไปตามฤดูที่จะไป อย่าเอาไปเยอะ ไปซื้อที่โน่นใส่ได้
10.5 เสื้อสำอางค์ที่เป็นน้ำปริมาณเยอะ ให้โหลดใต้ท้องเครื่อง
10.6 ผ้าขนหนูเช็ดหน้า + เช็ดตัว เอาไปเผื่อไว้ เพราะของเราสะอาดแน่นอน
11 ภาษา
11.1 ไม่จำเป็นจะต้องเก่งภาษาอังกฤษมาก แต่จำเป็นจะต้องใช้อย่างมากสำหรับการเดินทาง
11.2 ตม.ถามเป็นภาษาอังกฤษ อย่างเช่น มาทำอะไร มากี่วัน มากับใคร จะต้องตอบได้ อย่างจขกท.โดนถามหาเพื่อนคนไหนบ้าง เขาหาไม่เจออีกคน จขกท.เลยบอกใส่เสื้อสีขาวอยู่ตรงโน่น ถึงผ่านมาได้
11.3 ภาษาอังกฤษใช้ในตัวเมือง ถามทางคนเกาหลีได้ แต่ถ้าไปนอกเมือง จขกท.ถามทางคนเกาหลี 5 คน ตอบมาเป็นเกาหลีหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้ารู้ภาษาเกาหลีจะดีมาก 55
12. การแต่งกาย
12.1 การแต่งกายในวันเดินทาง อย่าแต่งตัวเยอะเกินไป เอาแต่พอดี ให้เหมาะกับสภาพอากาศ
12.2 จขกท.เช็คอุณหภูมิจากที่ไทยไปอากาศไม่หนาว เย็นๆ สบาย แต่พอไปถึง 1 องศา ต้องซื้อเสื้อเพิ่ม เพราะฉะนั้นไปซื้อเสื้อที่นั่นจะดีกว่า
13. เข้าเมืองตาลิ่ว ต้องลิ่วตาตาม
13.1 จขกท.ขึ้นรถเมล์เกาหลีครั้งแรก ก็เดินตามคนข้างหน้าดูว่าเขาทำอย่างไร สรุปคือ ขึ้นประตูหน้า และลงประตูหลัง ตอนขึ้นให้ติ๊ดบัตรที่ประตูหน้า ก่อนลงป้ายจะมีจอบอกสถานีที่จะลงให้กดกรี๊ดเบาๆ 1 ที แล้วติ๊ดบัตรที่ประตูหลัง ลงได้
13.2 จขกท.นั่ง Subway ไปนอกเมือง รถไฟจอดอยู่สถานีนึง มีคนเกาหลีวิ่งเข้ามาในขบวนพูดอะไรไม่รู้ภาษาเกาหลี คนวิ่งออกไปรถอีกขบวนนึง จขกท.ก็เดินตามไปแบบ งงๆ สรุป เปลี่ยนขบวนนั้นเอง
13.3 การแยกขยะก่อนทิ้งของเกาหลี สำคัญมาก ขนาดที่พักยังต้องแยก มีป้ายบอกชัดเจน
ส่วนเรื่องอื่นๆ หากจขกท. เรียบเรียงได้ จะมาแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมนะค่ะ
รีวิวการเตรียมความพร้อมไปเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองครั้งแรก กับพาสปอร์ตขาวๆ
1.1 หาช่วงเวลาที่อยากไปเที่ยว เช่น อยากไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ก็ให้จองช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน
1.2 โปรโมชั่น เปรียบเทียบโปรโมชั่นของแต่ละสายการบิน
1.3 ช่วงเวลาที่จะบิน แนะนำให้ไปช่วงเวลา 16.10 เพราะไปถึงช่วงดึก จะได้พักผ่อน เช้าจะได้เที่ยวเต็มที่
ช่วงเวลากลับควรเป็นช่วงเย็น จะได้ไม่ต้องเร่งรีบตื่นเช้า Check out จากที่พักเสร็จเดินทางไปสนามบิน แล้ว Shopping ต่อได้เลย
2. Plan เที่ยว และ Budget
2.1 รวบรวมสถานที่ ที่อยากไป และตัดสถานที่ ที่อยากไปน้อยที่สุดออก
2.2 จัดทำ Day Plan ในแต่ละวัน นั่งสถานีรถไฟไหนใกล้เคียงกัน เส้นเส้นทางเดียวกัน
2.3 จัดทำงบประมาณค่าใช้จ่าย ค่าเข้าชมสถานที่ ค่าเดินทางในแต่ละวัน (คำนวณเผื่อไว้เกิน ดีกว่าขาด)
2.4 คำนวณค่ากิน และ Shopping ในแต่ละวัน โดยคำนวณเผื่อไว้เยอะๆ มื้อเช้าที่พักมีอาหารให้ และหากเข้าคลับให้คำนวณไปด้วย โดยค่ากินแบ่งตามนี้ มื้อเบา มื้อหนัก Street Foods ดื่ม Café…
2.5 รวบรวมงบประมาณทั้งหมด จะได้งบประมาณที่ต้องใช้ชีวิตในเกาหลี
3. จองที่พัก
3.1 ควรจองที่พักล่วงหน้า 2 เดือน เพราะหากจองที่พักช่วงใกล้ ๆ ที่พักทำเลดีๆ คลีนๆ รีวิวดีๆ จะเต็มหมดก่อน
3.2 จองที่พักใกล้แหล่งของกิน และสถานีรถไฟดีที่สุด
3.3 ช่วงเวลาที่จะเข้าพัก บางที่พักจะไม่มีเจ้าหน้าที่รับรอง 24 ชม. เพราะฉะนั้นต้องติดต่อกับเจ้าของที่พักดีๆ จขกท.ขอเช็คอินด้วยตัวเองกับทางที่พัก เพราะทางที่พักมีพนักงานหน้าเคาเตอร์แค่ 5 ทุ่มเท่านั้น
3.4 ก่อนเข้าพักควรมี Email/Line/เบอร์โทรศัพท์ของที่พัก เพื่อที่จะได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้สะดวก
3.5 ควรดูเวลา Check out ดีๆ เพราะบางที่พักเขาฟิคเวลามาก
4. Internet / Sim Card / Pocket wifi
4.1 เพื่อความสะดวกสบายไปแค่ คนเดียว หรือ 2 คน แนะนำให้ใช้แบบ Sim Card มีทั้งของเกาหลี หรือผู้ให้บริการในไทย มีซิมให้ไปใช้ที่เกาหลีใต้เหมือนกัน จขกท.ใช้ KT ของเกาหลี ส่วนเพื่อนของจขกท.อีก 3 คน ใช้ Sim fly ใช้ได้เหมือนกัน (ข้อดีพกพาสะดวก เพราะแยกกันเดิน เดิน Shopping คนเดียวตามหากันง่าย แต่แอบแพงนิดนึง)
4.2 แบบ Pocket Wifi เหมาะสำหรับคนไปเป็นกรุ๊ป แต่หากแยกกันเที่ยว จะติดต่อกันยากพอสมควร (ข้อดีราคาถูกเมื่อหารกันหลายคน แต่ลำบากที่ต้องพกอุปกรณ์ด้วย เพราะบางคนพกกล้องด้วย)
4.3 เตรียมจัดซื้อให้พร้อมก่อนเดินทาง จขกท.ซื้อ Sim Card แบบ Online ไปรับซิมที่สนามบินที่เกาหลี แค่นำ Passport ให้เขา เขาก็ใส่ซิมตั้งค่าให้เรียบร้อย
5. ประมาณการเดินทางจากสนามบินเข้าโซลในเวลากลางคืน
5.1 อย่างจขกท.ไปถึงสนามบินตอนช่วงเที่ยงคืน รถไฟเข้าโซลก็หมดแล้ว การเดินทางก็จะมี Taxi และ Airport limousine นอกจากนี้จะมีบริการของ G-Trip รถรับจากสนามบินไปส่งยังที่พัก
5.2 จขกท.เลือกบริการของ G-Trip รถรับจากสนามบินไปส่งยังที่พัก เพราะไปกัน 4 คนกระเป๋าเยอะ ที่สำคัญชอบความสะดวกสบาย ไปถึงเจอคุณลุงถือป้ายชื่อมารับไปยังที่พักเลย
6. ประมาณการเดินทางกลับออกจากที่พักไปสนามบิน
6.1 การเดินทางกลับมี Subway , Taxi , Bus สำหรับเรา Subway ดีสุดหากสัมภาระไม่เยอะ
6.2 จขกท.กลับคนเดียว เพราะเพื่อนกลับก่อน ซึ่งกระเป๋าเดินทางมีจำนวนเยอะจึงใช้บริการ Karryseoul เป็นบริการมารับกระเป๋าที่พัก ไปส่งที่สนามบิน คิดราคาตามขนาดกระเป๋า ส่วนตัวจขกท.เดินทางโดย Subway ตัวปลิวสบายๆไปสนามบินได้เลย
7. เอกสารส่วนบุคคลที่ต้องเตรียมไปพร้อมกับการเดินทาง
7.1 Passport ที่เหลืออายุมากกว่า 6 เดือน
7.2 ใบรับรองการทำงาน
7.3 E-Ticket/หมายเลขการสำรองที่นั่งสายการบิน
7.4 เอกสารการจองที่พัก ระบุที่อยู่ชัดเจน
7.5 Plan เที่ยว
8. สิ่งของจำเป็นสำหรับท่องเที่ยว
8.1 T-Money ซื้อใน CU ที่เกาหลี มีขายพร้อมเติมเงิน (ไว้ใช้สำหรับเดินทาง Subway และ Bus)
8.2 โทรศัพท์มือถือ พร้อมแบตเตอรี่สำรอง (เพราะอากาศเย็นจะดูดแบตหมดเร็วมากๆๆ)
8.3 กล้องถ่ายภาพ
8.4 หัวแปลงปลั๊ก
8.5 หูฟัง (จำเป็นมากๆๆๆ เวลาอยู่บนเครื่องบิน)
8.6 ปลั๊กไฟ ไว้ชาร์ตหลายๆอย่าง
9. ยาสามัญ
9.1 ยาแก้ปวดหัว
9.2 ยาแก้ท้องอืด
9.3 ยาแก้ท้องเสีย
9.4 ยาคลายกล้ามเนื้อ เพราะเดินเยอะอาจเกิดอาการเกร็งหรือปวดได้
9.5 ยาประจำตัว (ถ้ามี)
10 ของใช้ เสื้อผ้า
10.4 จัดเสื้อผ้าไปตามฤดูที่จะไป อย่าเอาไปเยอะ ไปซื้อที่โน่นใส่ได้
10.5 เสื้อสำอางค์ที่เป็นน้ำปริมาณเยอะ ให้โหลดใต้ท้องเครื่อง
10.6 ผ้าขนหนูเช็ดหน้า + เช็ดตัว เอาไปเผื่อไว้ เพราะของเราสะอาดแน่นอน
11 ภาษา
11.1 ไม่จำเป็นจะต้องเก่งภาษาอังกฤษมาก แต่จำเป็นจะต้องใช้อย่างมากสำหรับการเดินทาง
11.2 ตม.ถามเป็นภาษาอังกฤษ อย่างเช่น มาทำอะไร มากี่วัน มากับใคร จะต้องตอบได้ อย่างจขกท.โดนถามหาเพื่อนคนไหนบ้าง เขาหาไม่เจออีกคน จขกท.เลยบอกใส่เสื้อสีขาวอยู่ตรงโน่น ถึงผ่านมาได้
11.3 ภาษาอังกฤษใช้ในตัวเมือง ถามทางคนเกาหลีได้ แต่ถ้าไปนอกเมือง จขกท.ถามทางคนเกาหลี 5 คน ตอบมาเป็นเกาหลีหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้ารู้ภาษาเกาหลีจะดีมาก 55
12. การแต่งกาย
12.1 การแต่งกายในวันเดินทาง อย่าแต่งตัวเยอะเกินไป เอาแต่พอดี ให้เหมาะกับสภาพอากาศ
12.2 จขกท.เช็คอุณหภูมิจากที่ไทยไปอากาศไม่หนาว เย็นๆ สบาย แต่พอไปถึง 1 องศา ต้องซื้อเสื้อเพิ่ม เพราะฉะนั้นไปซื้อเสื้อที่นั่นจะดีกว่า
13. เข้าเมืองตาลิ่ว ต้องลิ่วตาตาม
13.1 จขกท.ขึ้นรถเมล์เกาหลีครั้งแรก ก็เดินตามคนข้างหน้าดูว่าเขาทำอย่างไร สรุปคือ ขึ้นประตูหน้า และลงประตูหลัง ตอนขึ้นให้ติ๊ดบัตรที่ประตูหน้า ก่อนลงป้ายจะมีจอบอกสถานีที่จะลงให้กดกรี๊ดเบาๆ 1 ที แล้วติ๊ดบัตรที่ประตูหลัง ลงได้
13.2 จขกท.นั่ง Subway ไปนอกเมือง รถไฟจอดอยู่สถานีนึง มีคนเกาหลีวิ่งเข้ามาในขบวนพูดอะไรไม่รู้ภาษาเกาหลี คนวิ่งออกไปรถอีกขบวนนึง จขกท.ก็เดินตามไปแบบ งงๆ สรุป เปลี่ยนขบวนนั้นเอง
13.3 การแยกขยะก่อนทิ้งของเกาหลี สำคัญมาก ขนาดที่พักยังต้องแยก มีป้ายบอกชัดเจน
ส่วนเรื่องอื่นๆ หากจขกท. เรียบเรียงได้ จะมาแชร์ข้อมูลเพิ่มเติมนะค่ะ