เรามีเรื่องราวปัญหาชีวิตของตัวเราเองอยากจะระบายความอัดอั้นที่มันอยู่ในใจ
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปพูดกับใครเพราะมันเป็นปัญหาระหว่างเรากับพ่อของเราเอง ก็เลยขอเอามาระบายในนี้
คือเราดูแลจุนเจือครอบครัวมาตลอดตั้งแต่เราเริ่มทำงานหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน แล้วก็แบ่งเงินให้กับครอบครับ เพราะเห็นว่าพ่อเราต้องทำงานด้วยแล้วก็ดูแลแม่ที่สบายด้วย หลังจากที่แม่เสียจากเรากับพ่อไป มันก็เริ่มมีจุดเปลี่ยนระหว่างเรากับพ่อ
พ่อลาออกจากงาน กินเงินเกษียณแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เราอยู่กับพ่อสองคนในบ้าน ดูแลเก็บกวาดบ้านทำทุกอย่างเหมือนตอนที่แม่เรายังอยู่ ทำงานได้เงินเดือนก็ให้พ่อส่วนนึงเหมือนอย่างตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็ซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน
ช่วงหลังมาพ่อพยายามเอาผู้หญิงใหม่เข้ามาที่บ้าน แต่คือเคมีเรากับผู้หญิงคนนั้นไม่เข้ากัน แต่กลายเป็นว่าเราก็ทะเลาะกับพ่อเรา ที่แรงที่สุด คือ นั้งกินข้าวด้วยกัน แล้วเราขอร้องพ่อว่า ขออย่าพาผู้หญิงคนนี้เข้ามานอนที่บ้านได้มั้ย แล้วพ่อโมโหที่เราพูดไปแบบนั้น ถึงขั้นปาจานข้าว ถ้วยแกง หกเลอะเทอะทั้งครัว คือตอนนั้นเราเสียใจกับสิ่งที่พ่อเราทำกับเรามาก
พอทิ้งช่วงจากที่ทะเลาะกัน สถานะการณ์ดีขึ้น พ่อเริ่มมาคุยดีกับเรา แต่จุดประสงค์คือ พ่อเราจะขายรถปิคอัพ แล้วซื้อคันใหม่ พ่อบอกว่าคันเก่ามันซ่อมนี้นั้น อยากขายแล้วไปดาวน์คันมาใช้ทำงานรับจ๊อบขนของเวลาคนในละแวกบ้านมาขอไหว้วาน แต่เรามารู้จุดประสงค์จริง ๆ ทีหลังว่าที่พ่ออยากได้รถคันใหม่เพราะอยากเอาใจผู้หญิงคนนี้
เราเห็นว่า เราคงไปห้ามความรักของพ่อเรากับผู้หญิงใหม่ไม่ได้ แล้วมีช่วงจังหวะโอกาสที่ให้เราได้ไปทำงานเมืองนอก เราก็เลยตัดสินใจออกจากที่บ้าน เพื่อที่ให้พ่อเราสะบายใจ
เราทำงานส่งเงินให้พ่อใช้ทุกเดือน และเราก็คิดว่าเงินที่ส่งไปให้ทุก ๆ เดือนน่าจะเยอะแบบพอกินพอใช้ และคงมีเงินเหลือเก็บไว้บ้าง เผื่อว่าถ้าเจ็บไข้ไม่สบายจะได้มีเงินไปโรงพยาบาล แต่ไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ทุกเดือนที่เราส่งเงินไปให้พ่อ เราจะขอให้พ่อเราถ่ายรูปหน้าสมุดบัญชีส่งไลน์ให้เราดู แต่ที่สิ่งเราให้ในทุก ๆ เดือนคือ เงินในบัญชีของพ่อเหลืออยู่ติดบัญชีไม่เกิน 500 บาท ทุกเดือน ทั้งที่พ่อได้เงินจากเรา ได้เงินเกษียณ แล้วเงินจากประกันสังคม
เราโทรคุยกับพ่อเรื่องนี้หลายครั้ง และทุกครั้งจะจบลงด้วยการทะเลาะกันตลอด เราพยายามอธิบายว่าพ่อควรมีเงินเหลือเก็บไว้ในบัญชีธนาคารบ้าง ไม่ใช่ได้เท่าไหร่ก็ใช้จดหมด แล้วถ้าเกิดเจ็บไข้ไม่สบายจะเอาเงินที่ไหนไปโรงพยาบาล และทุกครั้งพ่อเราก็จะมีเหตุผลขอเค้ามาค้านเราตลอดว่า เค้าต้องใช้จ่ายโน้นนี่นั้น ทุกสิ่งอย่าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ารถ ฯลฯ
เราก็เลยพูดไปว่า ขายรถปิคอัพไปซะ จะได้มีเงินเหลือเก็บ พ่อเราก็ค้านเราขึ้นมาว่า ถ้าขายรถแล้วพ่อจะใช้อะไรทำงาน... เราก็ถามกลับไปว่า ไอ้งานที่พ่อบอกว่าต้องใช้รถมันได้เงินมา หักลบกันแล้ว มันคุ้มมั้ย? คำตอบที่เราได้คือ พ่อเราไม่ตอบ...
เราเองพูดกับพ่อว่า เราพยายามทำทุกอย่างให้พ่ออยู่อย่างสบาย เพราะเราเห็นพ่อเหนื่อยมามากแล้ว กับการที่ต้องทำงาน แล้วก็ต้องดูแลแม่ตอนที่แม่ป่วยไม่สบาย แล้วดูสิ่งที่พ่อทำกับเรา...
ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ทำงานที่ต่างประเทศ เราโทรคุยปัญหาเดิม ๆ นี้กับพ่อเราตลอด แต่ก็แก้อะไรไม่ได้ซักที
เราควรจะทำยังไงดี
ควรรับมือกับปัญหาชีวิตแบบนี้ยังไงดี
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปพูดกับใครเพราะมันเป็นปัญหาระหว่างเรากับพ่อของเราเอง ก็เลยขอเอามาระบายในนี้
คือเราดูแลจุนเจือครอบครัวมาตลอดตั้งแต่เราเริ่มทำงานหาเงินส่งเสียตัวเองเรียน แล้วก็แบ่งเงินให้กับครอบครับ เพราะเห็นว่าพ่อเราต้องทำงานด้วยแล้วก็ดูแลแม่ที่สบายด้วย หลังจากที่แม่เสียจากเรากับพ่อไป มันก็เริ่มมีจุดเปลี่ยนระหว่างเรากับพ่อ
พ่อลาออกจากงาน กินเงินเกษียณแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร เราอยู่กับพ่อสองคนในบ้าน ดูแลเก็บกวาดบ้านทำทุกอย่างเหมือนตอนที่แม่เรายังอยู่ ทำงานได้เงินเดือนก็ให้พ่อส่วนนึงเหมือนอย่างตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วก็ซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน
ช่วงหลังมาพ่อพยายามเอาผู้หญิงใหม่เข้ามาที่บ้าน แต่คือเคมีเรากับผู้หญิงคนนั้นไม่เข้ากัน แต่กลายเป็นว่าเราก็ทะเลาะกับพ่อเรา ที่แรงที่สุด คือ นั้งกินข้าวด้วยกัน แล้วเราขอร้องพ่อว่า ขออย่าพาผู้หญิงคนนี้เข้ามานอนที่บ้านได้มั้ย แล้วพ่อโมโหที่เราพูดไปแบบนั้น ถึงขั้นปาจานข้าว ถ้วยแกง หกเลอะเทอะทั้งครัว คือตอนนั้นเราเสียใจกับสิ่งที่พ่อเราทำกับเรามาก
พอทิ้งช่วงจากที่ทะเลาะกัน สถานะการณ์ดีขึ้น พ่อเริ่มมาคุยดีกับเรา แต่จุดประสงค์คือ พ่อเราจะขายรถปิคอัพ แล้วซื้อคันใหม่ พ่อบอกว่าคันเก่ามันซ่อมนี้นั้น อยากขายแล้วไปดาวน์คันมาใช้ทำงานรับจ๊อบขนของเวลาคนในละแวกบ้านมาขอไหว้วาน แต่เรามารู้จุดประสงค์จริง ๆ ทีหลังว่าที่พ่ออยากได้รถคันใหม่เพราะอยากเอาใจผู้หญิงคนนี้
เราเห็นว่า เราคงไปห้ามความรักของพ่อเรากับผู้หญิงใหม่ไม่ได้ แล้วมีช่วงจังหวะโอกาสที่ให้เราได้ไปทำงานเมืองนอก เราก็เลยตัดสินใจออกจากที่บ้าน เพื่อที่ให้พ่อเราสะบายใจ
เราทำงานส่งเงินให้พ่อใช้ทุกเดือน และเราก็คิดว่าเงินที่ส่งไปให้ทุก ๆ เดือนน่าจะเยอะแบบพอกินพอใช้ และคงมีเงินเหลือเก็บไว้บ้าง เผื่อว่าถ้าเจ็บไข้ไม่สบายจะได้มีเงินไปโรงพยาบาล แต่ไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ ทุกเดือนที่เราส่งเงินไปให้พ่อ เราจะขอให้พ่อเราถ่ายรูปหน้าสมุดบัญชีส่งไลน์ให้เราดู แต่ที่สิ่งเราให้ในทุก ๆ เดือนคือ เงินในบัญชีของพ่อเหลืออยู่ติดบัญชีไม่เกิน 500 บาท ทุกเดือน ทั้งที่พ่อได้เงินจากเรา ได้เงินเกษียณ แล้วเงินจากประกันสังคม
เราโทรคุยกับพ่อเรื่องนี้หลายครั้ง และทุกครั้งจะจบลงด้วยการทะเลาะกันตลอด เราพยายามอธิบายว่าพ่อควรมีเงินเหลือเก็บไว้ในบัญชีธนาคารบ้าง ไม่ใช่ได้เท่าไหร่ก็ใช้จดหมด แล้วถ้าเกิดเจ็บไข้ไม่สบายจะเอาเงินที่ไหนไปโรงพยาบาล และทุกครั้งพ่อเราก็จะมีเหตุผลขอเค้ามาค้านเราตลอดว่า เค้าต้องใช้จ่ายโน้นนี่นั้น ทุกสิ่งอย่าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ารถ ฯลฯ
เราก็เลยพูดไปว่า ขายรถปิคอัพไปซะ จะได้มีเงินเหลือเก็บ พ่อเราก็ค้านเราขึ้นมาว่า ถ้าขายรถแล้วพ่อจะใช้อะไรทำงาน... เราก็ถามกลับไปว่า ไอ้งานที่พ่อบอกว่าต้องใช้รถมันได้เงินมา หักลบกันแล้ว มันคุ้มมั้ย? คำตอบที่เราได้คือ พ่อเราไม่ตอบ...
เราเองพูดกับพ่อว่า เราพยายามทำทุกอย่างให้พ่ออยู่อย่างสบาย เพราะเราเห็นพ่อเหนื่อยมามากแล้ว กับการที่ต้องทำงาน แล้วก็ต้องดูแลแม่ตอนที่แม่ป่วยไม่สบาย แล้วดูสิ่งที่พ่อทำกับเรา...
ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ทำงานที่ต่างประเทศ เราโทรคุยปัญหาเดิม ๆ นี้กับพ่อเราตลอด แต่ก็แก้อะไรไม่ได้ซักที
เราควรจะทำยังไงดี