คือพี่อ่านกระทู้มาเยอะครับ ส่วนใหญ่คือน้องๆ มัธยม ขาดเป้าหมายและแรงบันดาลใจ ว่าอนาคตเราอยากทำงานอะไร เราอยากเป็นอะไร จะเรียนต่อคณะอะไรดี อยากมีงานทำ อยากมีเงินเดือนสูงๆ คิดจะเป็นลูกจ้าง หรือเป็นเจ้าของกิจการ คือ พี่ก็อยากตอบให้ครับแต่ตอบแต่ละทีก็เหมือนกันบ้าง ไม่เหมือนกันบ้างแล้วแต่อารมณ์ในตอนนั้น คณะที่พี่แนะนำอาจจะดูแปลกๆ ไม่เคยได้ยินบ้าง ก็ลองอ่านดูนะ
1.สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สายวิทย์คณิต
ทำไมต้องสาขานี้ เพราะกฏหมายแรงงานกำหนดไว้ว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ในทุกๆ โรงงานและสถานประกอบการที่มีคนทำงานเกิน 100 คน ทำให้คนที่เรียนสาขานี้จบมามีงานทำกันทุกคน และยิ่งระดับสูงขึ้นเงินเดือนก็เยอะขึ้นตามไปด้วย หน่วยงานรัฐ คนแถบไม่มีมาสมัคร เพราะได้เงินเดือนขั้นต่ำแต่หารู้ไม่ รัฐวิสาหกิจบางที่โบนัส 3 เดือน 5 เดือน
เนื้อหาที่เรียน คล้ายๆกับวิชาของสาธารณสุขครับแต่ก็มีแตกต่างกันบ้าง จบไปได้วุฒิวิทยาศาสตร์บัณฑิต
2.นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
ทำไมต้องสาขานี้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าประเทศไทยขาดแคลนนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ที่จะเรียนป.ตรี ก็มีที่เดียวคือคณะวิทยาศาสตร์ที่ ม.มหิดล หลักสูตรภาษาอังกฤษ แต่ถ้ายังคิดว่าตัวเองยังไม่ไหวที่จะเรียนอินเตอร์ ไปเรียนคณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติ คณิตศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ก้ได้ครับ แล้วค่อยเก็บเงินไปสอบเพื่อ certificate เอาเองก็ได้ ป.ตรี ต้องผ่าน 2 ตัวครับถึงจะเป็นที่ยอมรับ
3.สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ IT
ทำไมต้องสายงานนี้ สาขานี้เป็นสายงานที่ขาดแคลนจริงๆ ครับ แต่คนที่จะได้เงินเดือนสูงๆ ก็อยู่ที่ความสามารถครับ ได้แก่ เขียนโปรแกรมเป็น อันนี้สำคัญที่สุดแล้วครับ ถ้าเขียนโปรแกรมไม่เป็น ก็ไม่เชิงว่าไปไม่รอดครับ แต่จะไปยากหน่อย เพราะคนจบไอทีส่วนใหญ่ ดันเขียนโปรแกรมไม่เป็น ก็น่าคิดนะครับ เรียนไม่รู้กี่ภาษาแต่ดันเขียนโปรแกรมไม่เป็น
คนที่จะเรียนสาขานี้ได้ ก็ต้องจบสายวิทย์ครับ สาขาที่แนะนำได้แก่ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟแวร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และยิ่งเรียนมหาวิทยาลัยดังๆ ชั้นนำ เงินเดือนก็จะสูงตามครับ
4.สาขาการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร จุฬา
ทำไมต้องสาขานี้ จะบอกว่าสำหรับคนที่บ้านมีที่ดิน บ้านมีไร่ มีสวน มีพื้นที่ทำการเกษตร ควรจะมาเรียนสาขานี้ครับ ใครบอกว่าทำการเกษตรแล้วไม่รวย เกษตรกรที่จัดการพื้นที่ จัดการทรัพยากรเป็น รวยทั้งนั้นแหละครับ แต่เค้าอยู่อย่างพอเพียงมากกกว่าครับ แล้วทำไมต้องจุฬา บอกก่อนว่าถ้าจะเรียนเกี่ยวกับเกษตร เรียนมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ครับ แต่จะหนักไปทางวิชาวิทยาศาสตร์ไปหน่อย แต่ที่จุฬา สาขานี้รับสายวิทย์ แต่จบได้วุฒิศิลปศาสตร์ ก็ดูแปลกดีครับ อีกอย่างเหมาะสำหรับคนที่ทางบ้านไม่ค่อยมีทุนทรัพย์ครับ เพราะจุฬา ขึ้นชื่อว่า ขอให้ได้เข้าเถอะ ทุนมีเยอะ เพราะไม่ค่อยมีใครขอ น้องที่เรียนสาขานี้บอกพี่ว่า ทุกคนที่ขอทุน ได้ทุนกันทุกคน เป็นทุนเต็ม จ่ายค่าเทอมและเงินเดือนให้ด้วย คุ้มมั้ยล่ะ แต่ปีหนึง รับแค่ 40 คนครับ
ข้อจำกัดคือ ปี 1 เรียนจุฬา กรุงเทพฯ ปี 2-3 เรียนศูนย์ที่จ.น่าน ส่วนปี 4 กลับมาเรียน กทม.เหมือนเดิม
5.ด้านภาษาต่างประเทศ พวกอักษรและศิลปศาสตร์
สำหรับคนที่ชอบภาษาต่างประเทศนอกจากภาษาอังกฤษ จะเป็น ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น พี่แนะนำว่าไปเรี่ยนที่ประเทศเค้าเลยครับ โดยขอทุนเต็มไปครับ แล้วที่มาของทุนล่ะ เริ่มจากทางสถานทูต ของประเทศนั้นๆ ครับมีทุนเต็มคือครอบคลุมค่าเทอมและค่าดำรงชีพแล้ว จากนั้นก็เรียนให้จบครับ ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งมากครับ ขอให้หน้าด้านสมัคร มั่นใจว่าเราทำได้ครับ จากคำพูดจากหนังสือที่ผมเคยซื้อมาครับ นักเรียนไทยมีโอกาศขอทุนเต็มไปเรียนต่างประเทศเพียงแค่ 17% แต่ถ้าคุณไม่ยื่นขอทุนโอกาสก็คือ 0%
6.งานใกล้บ้าน (สำหรับเด็กต่างจังหวัด)
6.1 ไปรษณีย์ สมัครวุฒิ ม.6 ทุกสาย เงินเดือนประมาณ 12,000 บาท เรียน 1 ปี จบมาบรรจุ สวัสดิการคล้ายราชการ บางปีบรรจุต่างจังหวัด บางปีบรรจุที่กรุงเทพทั้งหมด แล้วค่อยทำเรื่องย้ายไปทำงานใกล้บ้านก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ที่จบไปก็ไปนั่งเคาร์เตอร์ อีกส่วนก็ไปใช้แรงงานที่ศูนย์ไปรษณีย์ รับปีละประมาณ 170 คน
6.2 ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ เห็นเงียบๆ แต่โบนัสเพียบนะจ๊ะ คงเป็นเพราะมีโครงการเงินกู้เพื่อประชาชนเยอะครับ ผลกำไรก็เยอะ เลยเหลือมาแบ่งโบนัสให้พนักงาน แต่สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่ครอบคลุมพ่อแม่นะครับ สมัครวุฒิ ป.ตรี สายบริหาร เศรษฐศาสตร์ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องครับ สามารถย้ายไปทำงานสาขาใกล้บ้านได้ด้วย บางปีก็รับทีละ100-300 คน ต้องรอดูดีๆ ครับ
6.3 งานราชการ อันนี้ขอให้สอบ ก.พ. ผ่านแล้วค่อยไปยื่นขอสอบภาค ข แล้วขึ้นทะเบียนครับ จะกระทรวงไหนก็ตามสะดวกครับ
7.ธุรกิจส่วนตัว
จากช่วงที่ผ่านมาวิถีการดำเนินชีวิตแบบช้าๆ หรือ Slow life มาแรงทำให้คนรุ่นใหม่อยากทำธุรกิจส่วนตัวกันเยอะขึ้น มันก็ดีครับ แต่เราไม่จำเป็นต้องเลียนแบบชาวบ้านเช่น ร้านกาแฟ ครับ ธุรกิจส่วนตัวมีหลายอย่างครับตั้งแต่ขายของตามตลาดนัด และขายของอื่นๆ ขายไอเดีย งานฟรีแลนซ์ คือถ้าเราไปถูกทางหรือลูกค้าติดขึ้นมานี่ก็รายได้ดีกันทีเดียวครับ เริ่มจากเมื่อก่อนพี่ทำงานแถวสีลม ต้องตื่นเช้าเดินทางไป ก็เจอร้านหมูทอดเจียงฮาย ก็เข้าไปคุยด้วยครับ ก็แค่ทอดหมู เตรียมข้าวเหนียว ทำงานวันละ 5 ชั่วโมง กำไรวันละ 3000 บาท คือพี่เค้ากำไรเดือนละ 6 หมื่นเลยหรอ แล้วเราก็มาดูข้าวแกงครับ ตักให้เราก็ไม่ได้มากอะไร ข้าวก็นิดหน่อย บางร้านกำไรวันละเป็นหมื่นก็มีครับ (แต่ทำไมเค้าพวกนั้นไม่เสียภาษีนะ 555 )
ก็จะบอกว่า บางทีไม่ต้องเรียนสูงมากก็ได้ครับ ขอแค่ค้นพบตัวเองว่าชอบอะไร หรือทดลองทำ หัดทำ ทำจนเก่ง จนเซียน ครับ เคยมีโอกาสไปเรียนข้ามมหาวิทยาลัยที่ม.ธรรมศาสตร์ เห็นนักศึกษาหลายคนขายของออนไลน์กันครับ มาส่งไปรษณีย์ทุกวัน วันละ 20-30 กล่อง เห็นแล้วน่ายกย่องครับ
8.เรียนป.โท จำเป็นหรือไม่
บอกตรงๆ ไม่จำเป็นครับ ความเห็นผมเราเรียนตามเทรนมากไปครับ บางคนก็เรียนเพราะกระแส บางคนก็เรียนเพราะใครๆ ก็เรียน แต่ถ้ายังไม่ค้นพบตัวเองว่าชอบอะไร หรือยังไม่รู้จุดประสงค์ที่จะเอาความรู้ไปใช้ ก็ตั้งสติก่อนนะครับ เอาไปเอามาเงินเดือนป.ตรี กับป.โท ต่างกันแค่ 2-3 พันบาทเองครับ แต่การไขว่ขว้างหาโอกาสและประสบการณ์มากกว่าครับ ที่จะทำให้เราอัพตัวเองให้สูงขึ้น เงินเดือนมากขึ้น
9.เรื่องที่จะฝาก
อย่าคิดว่าเราชอบ หรือถนัด แล้วเราจะเรียนได้ดี เช่นชอบบริหาร ชอบการตลาด แต่พอไปเรียนเข้าจริงๆ เจอวิชาคำนวณไป 10 ตัว ก็ไม่ไหวนะครับ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเรียนต่ออะไร เอาวิชารายละเอียดวิชาในคณะมาอ่านก่อนก็จะดีนะครับ ยังไงก็ขอให้ค้นพบตัวเองไวไว จะได้มีเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายแล้วก็พุ่งชนไปเลยครับ ทำให้สุดๆ ทำให้เต็มที่ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
กระทู้แนะนำ 8 อาชีพ สำหรับน้องๆ ม.ต้น และ ม.ปลาย ครับ
1.สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย สายวิทย์คณิต
ทำไมต้องสาขานี้ เพราะกฏหมายแรงงานกำหนดไว้ว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ในทุกๆ โรงงานและสถานประกอบการที่มีคนทำงานเกิน 100 คน ทำให้คนที่เรียนสาขานี้จบมามีงานทำกันทุกคน และยิ่งระดับสูงขึ้นเงินเดือนก็เยอะขึ้นตามไปด้วย หน่วยงานรัฐ คนแถบไม่มีมาสมัคร เพราะได้เงินเดือนขั้นต่ำแต่หารู้ไม่ รัฐวิสาหกิจบางที่โบนัส 3 เดือน 5 เดือน
เนื้อหาที่เรียน คล้ายๆกับวิชาของสาธารณสุขครับแต่ก็มีแตกต่างกันบ้าง จบไปได้วุฒิวิทยาศาสตร์บัณฑิต
2.นักคณิตศาสตร์ประกันภัย
ทำไมต้องสาขานี้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าประเทศไทยขาดแคลนนักคณิตศาสตร์ประกันภัย ที่จะเรียนป.ตรี ก็มีที่เดียวคือคณะวิทยาศาสตร์ที่ ม.มหิดล หลักสูตรภาษาอังกฤษ แต่ถ้ายังคิดว่าตัวเองยังไม่ไหวที่จะเรียนอินเตอร์ ไปเรียนคณะวิทยาศาสตร์สาขาสถิติ คณิตศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ ก้ได้ครับ แล้วค่อยเก็บเงินไปสอบเพื่อ certificate เอาเองก็ได้ ป.ตรี ต้องผ่าน 2 ตัวครับถึงจะเป็นที่ยอมรับ
3.สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ IT
ทำไมต้องสายงานนี้ สาขานี้เป็นสายงานที่ขาดแคลนจริงๆ ครับ แต่คนที่จะได้เงินเดือนสูงๆ ก็อยู่ที่ความสามารถครับ ได้แก่ เขียนโปรแกรมเป็น อันนี้สำคัญที่สุดแล้วครับ ถ้าเขียนโปรแกรมไม่เป็น ก็ไม่เชิงว่าไปไม่รอดครับ แต่จะไปยากหน่อย เพราะคนจบไอทีส่วนใหญ่ ดันเขียนโปรแกรมไม่เป็น ก็น่าคิดนะครับ เรียนไม่รู้กี่ภาษาแต่ดันเขียนโปรแกรมไม่เป็น
คนที่จะเรียนสาขานี้ได้ ก็ต้องจบสายวิทย์ครับ สาขาที่แนะนำได้แก่ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมสารสนเทศ วิศวกรรมซอฟแวร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และยิ่งเรียนมหาวิทยาลัยดังๆ ชั้นนำ เงินเดือนก็จะสูงตามครับ
4.สาขาการบริหารจัดการทรัพยากรการเกษตร จุฬา
ทำไมต้องสาขานี้ จะบอกว่าสำหรับคนที่บ้านมีที่ดิน บ้านมีไร่ มีสวน มีพื้นที่ทำการเกษตร ควรจะมาเรียนสาขานี้ครับ ใครบอกว่าทำการเกษตรแล้วไม่รวย เกษตรกรที่จัดการพื้นที่ จัดการทรัพยากรเป็น รวยทั้งนั้นแหละครับ แต่เค้าอยู่อย่างพอเพียงมากกกว่าครับ แล้วทำไมต้องจุฬา บอกก่อนว่าถ้าจะเรียนเกี่ยวกับเกษตร เรียนมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ครับ แต่จะหนักไปทางวิชาวิทยาศาสตร์ไปหน่อย แต่ที่จุฬา สาขานี้รับสายวิทย์ แต่จบได้วุฒิศิลปศาสตร์ ก็ดูแปลกดีครับ อีกอย่างเหมาะสำหรับคนที่ทางบ้านไม่ค่อยมีทุนทรัพย์ครับ เพราะจุฬา ขึ้นชื่อว่า ขอให้ได้เข้าเถอะ ทุนมีเยอะ เพราะไม่ค่อยมีใครขอ น้องที่เรียนสาขานี้บอกพี่ว่า ทุกคนที่ขอทุน ได้ทุนกันทุกคน เป็นทุนเต็ม จ่ายค่าเทอมและเงินเดือนให้ด้วย คุ้มมั้ยล่ะ แต่ปีหนึง รับแค่ 40 คนครับ
ข้อจำกัดคือ ปี 1 เรียนจุฬา กรุงเทพฯ ปี 2-3 เรียนศูนย์ที่จ.น่าน ส่วนปี 4 กลับมาเรียน กทม.เหมือนเดิม
5.ด้านภาษาต่างประเทศ พวกอักษรและศิลปศาสตร์
สำหรับคนที่ชอบภาษาต่างประเทศนอกจากภาษาอังกฤษ จะเป็น ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน จีน ญี่ปุ่น พี่แนะนำว่าไปเรี่ยนที่ประเทศเค้าเลยครับ โดยขอทุนเต็มไปครับ แล้วที่มาของทุนล่ะ เริ่มจากทางสถานทูต ของประเทศนั้นๆ ครับมีทุนเต็มคือครอบคลุมค่าเทอมและค่าดำรงชีพแล้ว จากนั้นก็เรียนให้จบครับ ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งมากครับ ขอให้หน้าด้านสมัคร มั่นใจว่าเราทำได้ครับ จากคำพูดจากหนังสือที่ผมเคยซื้อมาครับ นักเรียนไทยมีโอกาศขอทุนเต็มไปเรียนต่างประเทศเพียงแค่ 17% แต่ถ้าคุณไม่ยื่นขอทุนโอกาสก็คือ 0%
6.งานใกล้บ้าน (สำหรับเด็กต่างจังหวัด)
6.1 ไปรษณีย์ สมัครวุฒิ ม.6 ทุกสาย เงินเดือนประมาณ 12,000 บาท เรียน 1 ปี จบมาบรรจุ สวัสดิการคล้ายราชการ บางปีบรรจุต่างจังหวัด บางปีบรรจุที่กรุงเทพทั้งหมด แล้วค่อยทำเรื่องย้ายไปทำงานใกล้บ้านก็ได้ครับ ส่วนใหญ่ที่จบไปก็ไปนั่งเคาร์เตอร์ อีกส่วนก็ไปใช้แรงงานที่ศูนย์ไปรษณีย์ รับปีละประมาณ 170 คน
6.2 ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ เห็นเงียบๆ แต่โบนัสเพียบนะจ๊ะ คงเป็นเพราะมีโครงการเงินกู้เพื่อประชาชนเยอะครับ ผลกำไรก็เยอะ เลยเหลือมาแบ่งโบนัสให้พนักงาน แต่สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลไม่ครอบคลุมพ่อแม่นะครับ สมัครวุฒิ ป.ตรี สายบริหาร เศรษฐศาสตร์ หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องครับ สามารถย้ายไปทำงานสาขาใกล้บ้านได้ด้วย บางปีก็รับทีละ100-300 คน ต้องรอดูดีๆ ครับ
6.3 งานราชการ อันนี้ขอให้สอบ ก.พ. ผ่านแล้วค่อยไปยื่นขอสอบภาค ข แล้วขึ้นทะเบียนครับ จะกระทรวงไหนก็ตามสะดวกครับ
7.ธุรกิจส่วนตัว
จากช่วงที่ผ่านมาวิถีการดำเนินชีวิตแบบช้าๆ หรือ Slow life มาแรงทำให้คนรุ่นใหม่อยากทำธุรกิจส่วนตัวกันเยอะขึ้น มันก็ดีครับ แต่เราไม่จำเป็นต้องเลียนแบบชาวบ้านเช่น ร้านกาแฟ ครับ ธุรกิจส่วนตัวมีหลายอย่างครับตั้งแต่ขายของตามตลาดนัด และขายของอื่นๆ ขายไอเดีย งานฟรีแลนซ์ คือถ้าเราไปถูกทางหรือลูกค้าติดขึ้นมานี่ก็รายได้ดีกันทีเดียวครับ เริ่มจากเมื่อก่อนพี่ทำงานแถวสีลม ต้องตื่นเช้าเดินทางไป ก็เจอร้านหมูทอดเจียงฮาย ก็เข้าไปคุยด้วยครับ ก็แค่ทอดหมู เตรียมข้าวเหนียว ทำงานวันละ 5 ชั่วโมง กำไรวันละ 3000 บาท คือพี่เค้ากำไรเดือนละ 6 หมื่นเลยหรอ แล้วเราก็มาดูข้าวแกงครับ ตักให้เราก็ไม่ได้มากอะไร ข้าวก็นิดหน่อย บางร้านกำไรวันละเป็นหมื่นก็มีครับ (แต่ทำไมเค้าพวกนั้นไม่เสียภาษีนะ 555 )
ก็จะบอกว่า บางทีไม่ต้องเรียนสูงมากก็ได้ครับ ขอแค่ค้นพบตัวเองว่าชอบอะไร หรือทดลองทำ หัดทำ ทำจนเก่ง จนเซียน ครับ เคยมีโอกาสไปเรียนข้ามมหาวิทยาลัยที่ม.ธรรมศาสตร์ เห็นนักศึกษาหลายคนขายของออนไลน์กันครับ มาส่งไปรษณีย์ทุกวัน วันละ 20-30 กล่อง เห็นแล้วน่ายกย่องครับ
8.เรียนป.โท จำเป็นหรือไม่
บอกตรงๆ ไม่จำเป็นครับ ความเห็นผมเราเรียนตามเทรนมากไปครับ บางคนก็เรียนเพราะกระแส บางคนก็เรียนเพราะใครๆ ก็เรียน แต่ถ้ายังไม่ค้นพบตัวเองว่าชอบอะไร หรือยังไม่รู้จุดประสงค์ที่จะเอาความรู้ไปใช้ ก็ตั้งสติก่อนนะครับ เอาไปเอามาเงินเดือนป.ตรี กับป.โท ต่างกันแค่ 2-3 พันบาทเองครับ แต่การไขว่ขว้างหาโอกาสและประสบการณ์มากกว่าครับ ที่จะทำให้เราอัพตัวเองให้สูงขึ้น เงินเดือนมากขึ้น
9.เรื่องที่จะฝาก
อย่าคิดว่าเราชอบ หรือถนัด แล้วเราจะเรียนได้ดี เช่นชอบบริหาร ชอบการตลาด แต่พอไปเรียนเข้าจริงๆ เจอวิชาคำนวณไป 10 ตัว ก็ไม่ไหวนะครับ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเรียนต่ออะไร เอาวิชารายละเอียดวิชาในคณะมาอ่านก่อนก็จะดีนะครับ ยังไงก็ขอให้ค้นพบตัวเองไวไว จะได้มีเป้าหมาย เมื่อมีเป้าหมายแล้วก็พุ่งชนไปเลยครับ ทำให้สุดๆ ทำให้เต็มที่ เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ