ขอแทนชื่อตัวเองว่าโมนะคะ แพรกะว่าจะเล่าเรื่องให้ทุกๆคนฟังแล้วถือเป็นการระบายทุกข์ด้วยก็แล้วกันค่ะ เริ่มตรงไหนดีนะ......
โมกับพ่อมาอยู่ที่อเมริกาได้เกือบๆ2ปีแล้วค่ะ พ่อตัดสินใจคบหากับผู้หญิงคนนึงเพื่อที่จะได้ใบเขียว เพื่อที่โมจะได้เรียนอยู่อเมริกาอย่างถูกกฏหมาย จนไปๆมาๆดันมีเจ้าตัวเล็กโผล่ขึ้นมาคนนึงค่ะ กลายเป็นว่าจากที่แต่งงานแบบไม่ได้รักกันก็ต้องมีลูกด้วยกันแบบไม่ได้รักกันอีก แล้วผู้หญิงคนนั้นแค่มองก็รู้แล้วค่ะ ว่าหวังอะไรจากพ่อของโม แล้วพ่อของโมเป็นคนอารมณ์ร้อนค่ะและมีความเป็นหัวหน้าครอบครัวสูงมากก แต่ดันมาติดที่ว่าผู้หญิงคนนั้นหัวแข็งแถมมีความเป็นหัวหน้าครอบครัวสูงไปอีกก แถมยังชอบเถียง(ตัวเองต้องชนะและเป็นคนถูกเสมอ) กลายเป็นว่าคนที่คุมคนในครอบครัวมีสองคน แล้วสองคนนี้ก็หัวแข็งพอกันเลยค่ะ แบบว่าไม่ชอบให้ใครสั่ง
จนวันนึงดันเกิดเรื่อง พ่อก็แค่เดินเข้ามาหาแม่แล้วถามว่า เป็นอะไรจะให้ช่วยมั้ยแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ยืนเถียงกับพ่อเรื่องชาค่ะ แต่พ่อหั่นผักอยู่เลยกลายเป็นว่าพ่อดันถือมีดว่าด้วยแล้วยืนเถียงกัน ผู้หญิงคนนั้นเลยคิดว่าพ่อจะแทงเค้า เค้าก็ไม่ฟังพ่ออธิบายเลยค่ะ แล้วเดินไปกดหาตำรวจทันที (กฏหมายของอเมริกาแรงมากนะคะ) พ่อเลยพยายามจะเค้าไปแย่งมือถือ อีกมือพ่อก็หันมีดให้ห่างๆตัวเค้าไว้ จนตำรวจมาถึงค่ะ ตำรวจก็มาสอบสวนแม่แล้วก็ลุงของโมที่ทำงานอยู่ในร้าน แม่ของโมด้วยความที่ยังโกรธก็เลยพูดสิ่งี่เค้าคิด(แต่ไม่จริง) ไปหมดเลยค่ะ ว่าพ่อโมพยายามจะแทงเค้า แล้วก็เหยี่ยงเค้าลงพื้น แถมยังต่อยเค้า4ครั้งอีกด้วย แต่ถ้าพ่อโมต่อยจริงๆก็ต้องมีรอยฟกช้ำสิคะ แต่นี่ไม่มีแม้กระทั้งรอยข่วน ตำรวจหญิงก็เดินมาถามลุงของโมค่ะ ว่าพูดอังฤษได้มั้ย ลุงก็ตอบว่าได้นิดหน่อยค่ะทั้งๆที่พูดไม่ได้เลย ฟังยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำ ตำรวจก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลุงโมก็ชี้ไปที่พ่อกับแม่แล้วพูดว่าไฟท์ คำว่าไฟท์นี้ถือว่ารุนแรงมากนะคะ เพราะ ถ้าแค่เถียงกันจะต้องใช้คำว่า arguing แต่อย่างที่บอกไปแหละค่ะ ว่าลุงโมไม่รูภาษาเลยย ตำรวจแล้ววิ่งเข้าไปล็อคกุญแจพ่อโมแล้วเอาตัวพ่อไปถึง2วันเลยค่ะ ถึงจะประกันตัวได้ แต่!... เรื่องมันยังไม่จบอย่างที่คิดหรอกค่ะ เพราะพ่อโมยังต้องไปหาทนายแล้วไปที่ศาลเพื่อแก้ต่าง ตอนนี้พ่อโมได้ทนายแล้วค่ะ ทนายบอกว่าเคสแบบนี้คงติดคุก10ปีขึ้น หรือไม่ก็ปรับแล้วไม่ติดคุก เพราะเคสนี้รุนแรงมาก หลักฐานมัดตัวพ่อโมแน่นมาก เพราะมีทั้งพยานและคำของเหยื่อ แถมยังมีผลกับใบเขียว(ใบอนุญาติให้อยู่ในประเทศ)อีกด้วย พ่อกับโมอาจะต้องถูกส่งกลับไทย ส่งกลับไทยแล้วโมไม่ได้เรียนก็ได้เป็นไรค่ะ แต่ถ้าพ่อโมต้องติดคุกนานแบบนี้โมทนไม่ได้หรอกค่ะ ก่อนหน้านี้โมกับพ่อได้ทำใจไว้แล้วว่าถ้าเกิดติด4-5ปี โมก็จะรอพ่อออกมาให้ได้ พ่อกทำใจไว้แล้วด้วยว่าศาลอาจจะไม่ให้คนเข้าเยี่ยม แต่ติดนานแบบนี้ที่เราทำใจกันไว้ก็มีกลัวๆบ้างค่ะ ทนายบอกว่าจะพยายามช่วยให้เคสนี้เบาเท่าที่จะช่วยได้ เบาเท่าที่จำทำได้ที่ทนายพูดถึงคือ แค่ปรับ หรือไม่ก็ติด4-5ปี แต่ถ้าทนายช่วยไม่ได้ก็จบค่ะ.
แถมตอนนี้ข่าวพ่อก็ลงหนังสือพิมพ์ไปทั่วเลยค่ะ ในเว็ปก็มี ตำรวจก็คงขายข่าวแหละค่ะ ตอนนี้ร้านเราก็เริ่มไม่ค่อยยุ่งแล้ว ถ้าเกิดต้องโดนปรับจริงๆก็คงต้องหาตังค์ให้ได้มากกว่านี้เยอะเลยค่ะ เดือนหน้าพ่อโมต้องไปลงชื่อเดือนหน้าเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่หนีแน่นอน แล้วปีหน้าคือตัวตัดสินชีวิตพวกเราเลยค่ะ โมก็พยายามอยู่กับพ่อให้มีความสุขที่สุด แต่ตอนนี้เราก็มีปากเสียงกันบ้างค่ะ โมก็เข้าใจว่าพ่อก็คงเครียดเรื่องนี้อยู่พอสมควร แต่บางที่โมก็คิดนะคะว่าเอามาลงโมแบบนี้ก็ไม่ถูก โมพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่ค่อยเข้าหูพ่อเท่าไหร่เลยค่ะ เลยทำให้บางทีโมก็คิดว่าอยู่โรงเรียนยังมีความสุขกว่าอยู่บ้านเลย เรื่องมันยังไม่จบหรอกค่ะ ก็ยังคงต้องรอต่อไป..... โมคิดว่าโมจะมาเล่าให้พี่ๆฟังจนกว่าเรื่องจะจบถ้าเป็นไปได้ค่ะ ถือเป็นการระบายไปด้วย แต่ก็ต้องดูก่อนแหละค่ะว่าจะมีคนชอบเนื้อความที่โมเขียนหรือเปล่า หรือมีคนคอยดูบ้างมั้ย หรือถ้าไม่มีโมคงไม่ต่อแล้วแหละค่ะ โมก็หวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ ก็ยังคงต้องสู้ต่อไป.......
แม่เลี้ยงสร้างเรื่องใหญ่แล้วค่ะ ทำให้พ่อหนูต้องติดคุก ทำยังงดีคะ?
โมกับพ่อมาอยู่ที่อเมริกาได้เกือบๆ2ปีแล้วค่ะ พ่อตัดสินใจคบหากับผู้หญิงคนนึงเพื่อที่จะได้ใบเขียว เพื่อที่โมจะได้เรียนอยู่อเมริกาอย่างถูกกฏหมาย จนไปๆมาๆดันมีเจ้าตัวเล็กโผล่ขึ้นมาคนนึงค่ะ กลายเป็นว่าจากที่แต่งงานแบบไม่ได้รักกันก็ต้องมีลูกด้วยกันแบบไม่ได้รักกันอีก แล้วผู้หญิงคนนั้นแค่มองก็รู้แล้วค่ะ ว่าหวังอะไรจากพ่อของโม แล้วพ่อของโมเป็นคนอารมณ์ร้อนค่ะและมีความเป็นหัวหน้าครอบครัวสูงมากก แต่ดันมาติดที่ว่าผู้หญิงคนนั้นหัวแข็งแถมมีความเป็นหัวหน้าครอบครัวสูงไปอีกก แถมยังชอบเถียง(ตัวเองต้องชนะและเป็นคนถูกเสมอ) กลายเป็นว่าคนที่คุมคนในครอบครัวมีสองคน แล้วสองคนนี้ก็หัวแข็งพอกันเลยค่ะ แบบว่าไม่ชอบให้ใครสั่ง
จนวันนึงดันเกิดเรื่อง พ่อก็แค่เดินเข้ามาหาแม่แล้วถามว่า เป็นอะไรจะให้ช่วยมั้ยแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ยืนเถียงกับพ่อเรื่องชาค่ะ แต่พ่อหั่นผักอยู่เลยกลายเป็นว่าพ่อดันถือมีดว่าด้วยแล้วยืนเถียงกัน ผู้หญิงคนนั้นเลยคิดว่าพ่อจะแทงเค้า เค้าก็ไม่ฟังพ่ออธิบายเลยค่ะ แล้วเดินไปกดหาตำรวจทันที (กฏหมายของอเมริกาแรงมากนะคะ) พ่อเลยพยายามจะเค้าไปแย่งมือถือ อีกมือพ่อก็หันมีดให้ห่างๆตัวเค้าไว้ จนตำรวจมาถึงค่ะ ตำรวจก็มาสอบสวนแม่แล้วก็ลุงของโมที่ทำงานอยู่ในร้าน แม่ของโมด้วยความที่ยังโกรธก็เลยพูดสิ่งี่เค้าคิด(แต่ไม่จริง) ไปหมดเลยค่ะ ว่าพ่อโมพยายามจะแทงเค้า แล้วก็เหยี่ยงเค้าลงพื้น แถมยังต่อยเค้า4ครั้งอีกด้วย แต่ถ้าพ่อโมต่อยจริงๆก็ต้องมีรอยฟกช้ำสิคะ แต่นี่ไม่มีแม้กระทั้งรอยข่วน ตำรวจหญิงก็เดินมาถามลุงของโมค่ะ ว่าพูดอังฤษได้มั้ย ลุงก็ตอบว่าได้นิดหน่อยค่ะทั้งๆที่พูดไม่ได้เลย ฟังยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำ ตำรวจก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ลุงโมก็ชี้ไปที่พ่อกับแม่แล้วพูดว่าไฟท์ คำว่าไฟท์นี้ถือว่ารุนแรงมากนะคะ เพราะ ถ้าแค่เถียงกันจะต้องใช้คำว่า arguing แต่อย่างที่บอกไปแหละค่ะ ว่าลุงโมไม่รูภาษาเลยย ตำรวจแล้ววิ่งเข้าไปล็อคกุญแจพ่อโมแล้วเอาตัวพ่อไปถึง2วันเลยค่ะ ถึงจะประกันตัวได้ แต่!... เรื่องมันยังไม่จบอย่างที่คิดหรอกค่ะ เพราะพ่อโมยังต้องไปหาทนายแล้วไปที่ศาลเพื่อแก้ต่าง ตอนนี้พ่อโมได้ทนายแล้วค่ะ ทนายบอกว่าเคสแบบนี้คงติดคุก10ปีขึ้น หรือไม่ก็ปรับแล้วไม่ติดคุก เพราะเคสนี้รุนแรงมาก หลักฐานมัดตัวพ่อโมแน่นมาก เพราะมีทั้งพยานและคำของเหยื่อ แถมยังมีผลกับใบเขียว(ใบอนุญาติให้อยู่ในประเทศ)อีกด้วย พ่อกับโมอาจะต้องถูกส่งกลับไทย ส่งกลับไทยแล้วโมไม่ได้เรียนก็ได้เป็นไรค่ะ แต่ถ้าพ่อโมต้องติดคุกนานแบบนี้โมทนไม่ได้หรอกค่ะ ก่อนหน้านี้โมกับพ่อได้ทำใจไว้แล้วว่าถ้าเกิดติด4-5ปี โมก็จะรอพ่อออกมาให้ได้ พ่อกทำใจไว้แล้วด้วยว่าศาลอาจจะไม่ให้คนเข้าเยี่ยม แต่ติดนานแบบนี้ที่เราทำใจกันไว้ก็มีกลัวๆบ้างค่ะ ทนายบอกว่าจะพยายามช่วยให้เคสนี้เบาเท่าที่จะช่วยได้ เบาเท่าที่จำทำได้ที่ทนายพูดถึงคือ แค่ปรับ หรือไม่ก็ติด4-5ปี แต่ถ้าทนายช่วยไม่ได้ก็จบค่ะ.
แถมตอนนี้ข่าวพ่อก็ลงหนังสือพิมพ์ไปทั่วเลยค่ะ ในเว็ปก็มี ตำรวจก็คงขายข่าวแหละค่ะ ตอนนี้ร้านเราก็เริ่มไม่ค่อยยุ่งแล้ว ถ้าเกิดต้องโดนปรับจริงๆก็คงต้องหาตังค์ให้ได้มากกว่านี้เยอะเลยค่ะ เดือนหน้าพ่อโมต้องไปลงชื่อเดือนหน้าเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่หนีแน่นอน แล้วปีหน้าคือตัวตัดสินชีวิตพวกเราเลยค่ะ โมก็พยายามอยู่กับพ่อให้มีความสุขที่สุด แต่ตอนนี้เราก็มีปากเสียงกันบ้างค่ะ โมก็เข้าใจว่าพ่อก็คงเครียดเรื่องนี้อยู่พอสมควร แต่บางที่โมก็คิดนะคะว่าเอามาลงโมแบบนี้ก็ไม่ถูก โมพูดอะไรตอนนี้ก็ไม่ค่อยเข้าหูพ่อเท่าไหร่เลยค่ะ เลยทำให้บางทีโมก็คิดว่าอยู่โรงเรียนยังมีความสุขกว่าอยู่บ้านเลย เรื่องมันยังไม่จบหรอกค่ะ ก็ยังคงต้องรอต่อไป..... โมคิดว่าโมจะมาเล่าให้พี่ๆฟังจนกว่าเรื่องจะจบถ้าเป็นไปได้ค่ะ ถือเป็นการระบายไปด้วย แต่ก็ต้องดูก่อนแหละค่ะว่าจะมีคนชอบเนื้อความที่โมเขียนหรือเปล่า หรือมีคนคอยดูบ้างมั้ย หรือถ้าไม่มีโมคงไม่ต่อแล้วแหละค่ะ โมก็หวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ ก็ยังคงต้องสู้ต่อไป.......