American herror Story ss6 ดูแล้วประทับใจมากครับ

ข้อดีของเรื่องนี้ที่ผมชอบคือ วิธีการดำเนินเรื่องครับ ในช่วงต้น เราจะได้เห็นการถ่ายทอกเรื่องราวในีรูปแบบสารคดี แต่สำหรับผมเข้าใจว่าภาพเหตุการ์ณคือเหตุการ์ณจริงๆ ไม่ใช่เหตุการ์ณจำลองขึ้นมา เพราะผมเคยได้ยินมาว่าเรื่องนี้จะใช้นักแสดงเว็ตเดินแต่เปลี่ยนบทไปในแต่ละซีซั่น ก็เลยไม่ได้เเปลกใจนักที่เห็นคนเล่ากับคนแสดงเป็นคนละคนกัน   พอมาถึงกลางเรื่อง ก็ถูกเฉลยว่าที่เราดูมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่สารคดีซ้อนหนังอีกที และคนที่แสดงก็เป็นดาราในในซีรี่อีกที จุดนี้เเหละที่เรสรู้สึกว่ามันน่าติดตามมากขึ้น ชอบมากๆ เหมือนหนังหักมุม(สำหรับบางคนอาจจะรู้อยู่แล้ว) เพราะต้นเรื่องไม่ได้มีอะไรให้ลุ้นมากสักเท่าไหร่ แทบจะเป็นหนังผีธรรดาเรื่องนึง   เราได้เห็นความสัมพันธ์ของทีมนักแสดงและผูผ่านประสบการ์ณจริง(ในซีรี่อีกที)      ในช่วงครึ่งหลังหนังเลือกนำเสนอแบบ Found Footage แม้จะทำให้มึนๆหัวไปบ้างแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้เราเชื่อ ดูสมจรริงมากขึ้น เหมือนเป็นเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นจริงบนโลกเรา  


       ตัวเนื้อเรื่องโดยรวมถือว่ากลมกล่อมระทึกดี 5ตอนแรกจะเนือยๆไปบ้างถ้าไม่มีเสียงคนเล่น คงหลับแน่ๆ แต่พอพ้น5ตอนแรกเท่านั้นแหละ แม่เจ้า โคตรสนุก หนังมักหลอกให้เรามีความหวังแล้วก็ดับฝันกันดื้อๆ สามารถฆ่าตัวละครได้อย่างเกลื้อนกลาดและเลือดเย็น ไม่ว่าตัวละครตัวนั้นจะดูพึ่งพาได้ หรือพระเอ้กพระเอกแค่ไหน(ฮา)  ss6นี้คนตายเกลื้อนมากฆ่าแบบไม่เสียดายตัวละครเลยทีเดียว55555  ตัวละครที่ผมชอบและหลายๆคนชอบที่สุด คงหนีไม่พ้นเดอะบุชเชอร์ เป็นตัวละครที่ถ้าใน5ตอนแรกจะรู้สึกเฉยๆ แต่พอช่วงท้ายแกกลายเป็นนักแสดงหลงในบท จนฆ่าคนจริง จนถึงตอนนั้ยังหลอนหน้าป้าอยู่  เป็นหนังที่เดาทางยากมากๆครับ  และพีคไปอีกที่ดันมาเจอกันลาน่า บานาน่า ไม่คิดว่าจะเชื่อมกันด้วย     ตอนจบรู้สึกเฉยๆ แต่แอบผิดหวังนิดๆอยากให้จบแบบฟิลกู๊ดกว่านี้ แอบหมั่นไส้ฟรอร่าแฮะ  

           ถ้าเทียบกับ ss2 เราว่า ss2 ยังทำดีกว่า ในด้านเนื้อเรื่อง โลเคชั่น บท คอนเท้าที่นำเสนอ ปกติจะเป็นคนที่ชอบดูซีรี่ต่อเนื่องกันหลายๆตอนต่อวัน แต่เรื่องนี้ได้แค่วันละตอน เพราะมันอึดอัด กดดันมากๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่