ห้องเพลงคนรากหญ้า **พักยกการเมือง** มุมนี้ไม่มีสี ไม่มีกลุ่ม..มีแต่เสียง 5/11/2017 "ดัชนี.... ของไทย...ของโลก"

กระทู้คำถาม
อมยิ้ม17 สวัสดีเพื่อนๆทุกท่าน MC มาริโอ้รับหน้าที่วันนี้ครับ น่าจะเกือบ 3 ปี เต็มที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการต้อนรับพูดคุยกับเพื่อนๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ หลากหลายเหตุการณ์ หลากหลายเรื่องราวที่ได้ทำร่วมกันมา รู้สึกผูกพันกับเพื่อนๆทุกคนครับ

และกว่า 3 ปี ที่ได้ต่อสู้กันทางความคิด อุดมการณ์ทางการเมือง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน สิ่งที่บอกว่ายังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยน หากมองในแง่ลบนั่นคือความยึดติด หากมองในแง่บวกนั่นคืออุดมการณ์ของเพื่อนๆสมาชิกหลายคนยังไม่เคยเปลี่ยนเช่นกันครับ สุดแล้วแต่ใครจะมอง

"ประเทศไทย  ดีทุกอย่าง  เสียอย่างเดียวตรงการเมือง" คำๆนี้น่าจะถูกต้องครับ คราวนี้เราจะลองมามองดูง่ายๆกันดูว่าการส่งเสริมให้ผู้คนรักและเคารพในการเมืองแบบประชาธิปไตย กับแบบเผด็จการ แบบไหนจะดีกว่ากัน จากประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ผ่านมาตามที่ยกตัวอย่างในกระทู้นี้ เรามาลองไล่เรียงกันดูแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปตามความต้องการของประชาชนที่ต้องการให้ใครมาบริหารประเทศ ไล่มาตั้งแต่คุณชวน คุณบรรหาร พลเอกชวลิต คุณทักษิณ คุณสมัคร คุณยิ่งลักษณ์ การปรับเปลี่ยนตัวผู้บริหารประเทศผ่านการเลือกตั้งจากเสียงของประชาชน MC มองว่าเป็นเรื่องที่ดี  ในทางกลับกันนั้น การขับไล่ผู้นำเผด็จการทั้งในประเทศไทยเอง และต่างประเทศล้วนจบลงด้วยความรุนแรงและความสูญเสียทั้งสิ้น

มันไม่มีระบอบอะไรหรอกครับที่มันจะสมบูรณ์แบบโดยไม่มีข้อครหาเลย คงไม่แปลกหากจะมีคนศรัทธาไปตามระบอบต่างๆ แต่ประชาธิปไตยสามารถเปลี่ยนตัวเลือกได้เมื่อทำหน้าที่ไม่ดีและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมากกว่ามาทำสิ่งดีๆให้กับประชาชน MC เชื่อว่าประชาชนไม่โง่ที่จะเลือกคนที่มาสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเอง ทำให้ตนเองจนลงหรือใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากขึ้น  ส่วนระบอบเผด็จการนั้นผู้นำดี ผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ดีก็พัง ผู้นำไม่ดีแม้ผู้ใต้บังคับบัญชาดีก็พัง ประชาชนตรวจสอบอะไรไม่ได้ การยอมรับจากนานาชาติดีแค่ไหนทำไมต้องมาคอยอธิบายให้ต่างชาติฟังแล้วเขาฟังเราแค่ไหน การเยือนแผ่นดินอเมริกาเมื่อเร็วๆนี้เราได้อะไรกลับมา การยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศไทยของมาร์ค ซัคเคอรืเบิร์ก บ่งบอกนัยยะอะไรหรือไม่ และการปรับเปลี่ยนผู้นำของระบอบนี้มักจะจบลงด้วยความสูญเสียเสมอ  หากคุณกังวลว่าประชาธิปไตยปกครองยาก อาจจะล้มเหลวในการปกครอง แต่มันก็แก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ระบอบเผด็จการไม่ได้เช่นกัน สิ่งที่ควรทำที่สุดคือปลูกฝังให้คนไทยทุกฝ่ายเคารพในกติกาและยอมรับผลการตัดสินใจของประชาชน จะดีจะร้ายยังไงค่อยเช็คบิลกันในการเลือกตั้งครั้งหน้าผ่านคูหา ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปีกว่ามานี้ผมเองยังไม่เห็นจะทำกันในเรื่องนี้เลยทั้งที่เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สร้างความสงบสุขให้กับประเทศ

ด้านเศรษฐกิจ GDP ที่โตขึ้นจากยักษ์ใหญ่ไม่กี่บริษัทมันไม่ใช่เรื่องที่ดีไปจาก GDP ที่โตขึ้นจากเศรษฐกิจรากหญ้าขึ้นไป ประชาชนฐานรากไม่ค่อยได้อะไรกับ GDP นี้ นอกจากการเติบโตขึ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ จนเป็นที่มาของคำว่ารวยกระจุกจนกระจาย

ส่วนดัชนีความสุขที่ไทยได้อันดับดีคือ 32 ของโลก ที่ 3 ของเอเชียนั้น https://www.thairath.co.th/content/892667

MC ก็ยังคงสงสัยผลของดัชนีนั้นจะถูกผลักไสให้เป็นคนชังชาติอีกรายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ในใจได้แต่ภาวนาให้มันสุขจริงๆ แต่ในคำตอบว่าสุขหรือไม่สุขมันอยู่ในใจคนไทยอยู่แล้วและปัจจัยในการบ่งชี้ ตัวแปรสำคัญของดัชนีนั้นครบถ้วนหรือไม่ ถามคนไทย ถามคนที่ต้องทำมาหากินบ้างหรือไม่ว่าเขามีความสุขหรือเขาต้องดิ้นรนให้พ้นสภาพเศรษฐกิจช่วงนี้กันครบถ้วนกันหรือยัง


ในระยะเวลาใกล้กันนี้ MC มี 2 ตัวอย่างที่นำมาร่วมแจมกับดัชนีความสุขเช่นกัน ซึ่งมีทั้งย้อนแย้งและคล้อยตามพ่วงบทวิเคราะห์


ในขณะที่ดัชนีความสุขของโลกไทยกลับอยู่ในอันดับที่ไม่ดีในความสงบ มันดูค่อนข้างย้อนแย้งกันในตัว อมยิ้ม19


ดัชนีชี้วัดความสงบสุดของโลก ไอซ์แลนด์-นิวซีแลนด์มาแรงคว้าไป ไทยที่ 120 สหรัฐฯ ร่วงรูด
ผลสำรวจดัชนีชี้วัดความสงบสุดของโลกไทยติดอันดับ 120 ไอซ์แลนด์-นิวซีแลนด์ติดทอป ด้านสหรัฐฯ ยุคทรัมป์รูดกราวร่วง
http://winne.ws/n16063



Vision of humanity หน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดอันดับดัชนีชี้วัดความสงบสุขของโลก หรือ Global Peace Index ได้เปิดเผยผลสำรวจประจำปี 2017 แล้ว โดยประเทศไทยติดอันดับที่ 120 ดีขึ้นมา 5 อันดับ ส่วนยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ อันดับรูดลง11 อันดับ อยู่ที่ อันดับ 114

สำหรับกลุ่มประเทศผู้นด้านความสงบสุขของโลกนั้นได้แก่ ไอซ์แลนด์อันดับที่ 1 นิวซีแลนด์อันดับที่2 และที่น่าประหลาดใจคือปีนี้โปรตุเกสเป็นอันดับที่ 3  ผลการศึกษาสันติภาพโลกนั้นอ้างอิงจาก การเมืองที่มีความวุ่นวาย  อิสระภาพสื่อเสื่อมถอย การรับรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมเป็นสาธารณะ และการคอรัปชั่นมากขึ้น รวมถึงการยอมรับชาวมุสลิมและชนกลุ่มน้อยอื่นๆลดลง

กลุ่มรั้งท้ายนั้นส่วนมากเป็นประเทศที่ยังอยู่ในสถานการณ์การสู้รบ ซีเรียครองแชมป์ 4ปีติดในอันดับที่ 163  เช่นเดียวกับ อัฟกานิสถาน อิรัก ซูดานใต้และเยเมน
http://www.winnews.tv/news/16063


ไทยติดอันดับ 1 มีความสุขทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก 3 ปีซ้อนอมยิ้ม19
https://pantip.com/topic/36193697
http://www.tsdf.or.th/th/sdgs-sdindexes/10455-these-are-the-worlds-most-miserable-economies/


ว่าแต่คนไทยมีความสุขทางเศรษฐกิจที่สุดในโลก' เอ๊ะ วัดจากอะไรกันนะ?

MC จะลองนำบทวิเคราะห์ที่กูรูเขาเขาเขียนไว้มาให้อ่านกันบ้าง

ดีใจกันไปทั้งเมือง มีคนประกาศให้เรารู้ว่าสื่อต่างชาติเขาจัดอันดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสุขทางเศรษฐกิจที่สุดในโลก (โอ้โห ดีงามสุด ๆ ไปเลย) ไม่ว่าเราจะเป็นคนหนึ่งที่มีความสุขกับเศรษฐกิจช่วงนี้ หรือไม่ค่อยมีก็ตาม ได้ยินข่าวแบบนี้ก็ใจชื้นขึ้นมา 39 ระดับ จนอยากรู้ต่อไปเลยว่า เอ ที่เขาว่าว่าพวกเรามีความสุ๊ข มีความสุขนี่เขารู้ได้ยังไงนะ ? วัดจากอะไรล่ะ ?


สื่อต่างชาติที่อ้างถึงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นสำนักข่าว bloomberg (ปีก่อนหน้าก็จัดลำดับให้ไทยเราเป็นประเทศที่มีความสุขทางเศรษฐกิจที่สุดในโลกนี่แหละ)

อ่อ แต่ก็ไม่ใช่อยู่ ๆ bloomberg เขาจะมโนวิธีคำนวณหาความสุขขึ้นมาเองหรอกนาจา (ไม่อย่างนั้นใครก็มโนขึ้นมาได้น่ะสิ) บลูมเบิร์กเขาเรียงลำดับประเทศที่มีความสุขโดยอิงจาก Misery Index เป็นสำคัญ

Misery Index หรือ ดัชนีความขัดสน หรือ ดัชนีแห่งความทุกข์ยาก (คือชื่อฝรั่งก็มีชื่อเดียวแหละแก แต่พอถูกแปลเป็นไทยนี่มาสารพัดชื่อมาก) ไม่ว่าจะเรียกด้วยชื่อไหนก็ตาม แต่เจ้าดัชนี้ที่ว่านี้มีเอาไว้บอกว่าถ้ามนุษย์อย่างเรา ๆ เนี่ยมีความขัดสนทางเศรษฐกิจต่ำ ก็จะแปลว่าเราจะยิ่งมีความสุขมากนั่นเอง เอง เอง เอง (ก็นึกภาพว่าถ้าพ่อแม่ให้เงินค่าขนมเดือนละหมื่นกว่า กับเดือนละพันห้า แบบไหนเราจะแฮปปี้ดี๋ด๋ามากกว่ากัน? ดัชนีนี้ก็บอกประมาณนี้นี่แหละ)


รางวัลชนะเลิศผู้ที่มีความสุขทางเศรษฐกิจที่สุดในโลกที่เราได้มาครองแบบสวย ๆ จึงเป็นการหาค่าความสุขเชิงเศรษฐกิจโดยเปรียบเทียบจากดัชนีความขัดสน (Misery Index) เป็นสำคัญนั่นเอง ซึ่งวิธีคิดของคุณสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ก็มีที่มาแบบเวรี่เก่าแก่ที่คิดโดยนักเศรษฐศาสตร์ที่ชื่อว่าอาร์เธอร์ โอกุน


วิธีคิดของตาคุณอาร์เธอร์นี่ก็มีอยู่ว่าเขาจะดู 2 ปัจจัยหลัก ๆ ด้วยกัน คืออัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงาน เพราะเขามองว่าถ้าเงินเฟ้อ ข้าวของก็จะราคาแพงคนก็ทุกข์ทรมาน ถ้าคนว่างงานคนก็จะไม่แฮปปี้ (อันนี้ก็เข้าใจง่าย ๆ เนอะ ถ้ายังงง ไป กลับไปอ่านให้เข้าใจเลย)

ด้วยการคำนวณแบบนี้ ไทยเราก็ครองบัลลังก์ความสุขมาเก๋ ๆ มาก่อนหน้า 2 ปีซ้อน! เพราะอัตราการว่างงานเราต่ำแสนต่ำ (อ้อ ไม่ได้เพิ่งมาต่ำนะ) ประเทศเรามีอัตราคนว่างงานต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลกมาโดยตลอด สิงคโปร์หรอ ญี่ปุ่นหรอ ยุโรปหรอ มีงานทำสู้ประเทศไทยก็ไม่ได้ แบร่


เอ่อ อัตราการการว่างงานไทยทำไมต่ำจัง ?

แม้เรามองไปรอบ ๆ ตัวแล้วเห็นคนเดินเตะฝุ่นหาเงินกันให้ขวักไขว่ ทำไม๊ทำไมเขาถึงบอกว่าอัตราการว่างงานในประเทศเราต่ำกว่าที่อื่นล่ะ?  เพราะแต่ละประเทศมีนิยามของคำว่า'คนมีงานทำ'ไม่เหมือนกัน นิยามของคำว่า'คนไม่มีงานทำ'ก็เลยไม่เหมือนกันไปด้วยนั่นเอง


ที่ไทยเราให้ความหมายของ'ผู้มีงานทำ'ไว้สวย ๆ ว่าคือมนุษย์อายุ 15 ปีขึ้นไปที่ทำงานตั้งแต่ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แล้วได้ค่าจ้าง เพราะฉะนั้นต่อให้เราทำงานแค่ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ก็นับว่ามีงานทำแล้ว อย่าคิดว่าเป็นจำนวนน้อย ๆ ล่ะ เพราะคนที่ทำงานหนึ่งชั่วโมงขึ้นไปแต่ไม่ถึง 35 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ มีจำนวน 13.82 ล้านคนเชียวนะ!

ยังจ้ะ ยังไม่ใช่แค่นั้น ถ้าเราทำงาน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์แต่ไม่ได้ค่าจ้าง เพราะเป็นงานแบบช่วยพ่อช่วยแม่ ช่วยธุรกิจครอบครัว ก็ถือว่าเราเป็นคนมีงานทำนะ! (คุณพระ ถ้างั้นที่ฉันไปช่วยแม่เสริฟกับข้าวสมัย ม.ปลาย ก็นับเป็นกำลังแรงงาน เป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจให้กับประเทศแล้วสิเนี่ย)


ด้วยคำนิยามแบบไทย ๆ ที่ไม่เน้นชั่วโมงทำงาน ไม่เน้นความมั่นคงทางรายได้ ใด ๆ ทั้งสิ้นแบบนี้ เราเลยนับคนมีงานทำได้มหาศาล และคนตกงานก็มีอัตราน้อยแสนน้อยมาโดยตลอด ในขณะที่หลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศในยุโรปทั้งหลายเขาจะนับคนมีงานทำก็ต่อเมื่อทำงาน 30 กว่าชั่วโมงขึ้นไปนู่นแหนะ


ที่สำคัญการว่างงานในบางประเทศ เช่น ที่นอร์เวย์ ถ้าว่างงานจะได้รับเงินสวัสดิการที่มีค่า 86.7% ของรายได้ในก่อนตกงานเป็นเวลา 500 วัน หรือ 1 ปีกับอีก 4.5 เดือนนู่น ในขณะที่ประเทศไทยไม่ได้มีสวัสดิการ (เวรี่ล่อตาล่อใจขนาดนี้) ตกงานทีก็ต้องซับน้ำตาให้ตัวเอง รีบหางานทำให้ไว รับจ้าง ขี่มอไซค์วิน สอนพิเศษ 1 ชั่วโมงก็นับว่ามีงานทำแล้ว อัตราการว่างงานเลยต่ำและถูกจัดให้มีความสุขสูงลิบลิ่วอย่างที่เห็นนี่แหละ

98.6% ของผู้ที่อยู่ในวัยแรงงาน มีงานทำกัน เอ่อ พี่มาถามหนูตอนไหนคะ?อมยิ้ม19 (หนูยังเดินเตะฝุ่นอยู่เลย ฮืออ)

บางทีก็อดสงสัยไม่ได้สินะว่าสถิติทั้งหลายทั้งแหล่นี่เข้าไปถามมาจากไหนกัน ? ทำไมฉันไม่เห็นโดนถามเลย ? (โอเค ก็อยากมีส่วนร่วมอ่ะ ยอมรับ) ก็ไม่ต้องตกใจไปจ้ะเพราะอย่างอัตราการมีงานทำเขาไม่ได้จะมาไล่ถามทุกคนทั่วทั้งประเทศ แต่เลือกสัมภาษณ์เป็นครัวเรือนไป อย่างสถิติจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเขาก็จะไปถามมา 27,960 ครัวเรือน (แต่นี่ก็เป็นมาตรฐานทางสถิติที่ประเทศอื่น ๆ เขาก็ทำกันน่ะนะ ไม่ใช่เราที่ทำอยู่ประเทศเดียว)

อ้อ แล้วก็ไม่ใช่จะไปถามทุกคนในครัวเรือนล่ะ เขาถามแค่หัวหน้าครัวเรือนเท่านั้นแหละ (ถ้าบังเอิญไปถามแม่เรา ที่เราดันไปโม้ไว้ว่ามีงานทำ แกก็อาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ทำให้สถิติของชาติคลาดเคลื่อนได้เลยนะ!)

คงพอเห็นภาพสินะว่าการวัดความสุขทางเศรษฐกิจแบบใช้ดัชนี้ความทุกข์ยากเป็นตัววัด ดู 2 ปัจจัยคือเงินเฟ้อและการว่างงานเป็นหลัก (แต่หนี้สิน บิลบัตรเครดิตอะไร เขาก็ไม่ได้มาคิดให้เราด้วยนะแก ฮือๆ) ปัจจัยแต่ละประเทศก็มีคำนิยามที่ต่าง ๆ กันไป

ความสุขก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลและหลากหลาย ใครจะมีความสุขกับอะไรก็อย่าไปทำให้ใครเขาเดือดร้อนก็แล้วกัน แถมอย่าลืมว่าความสุขที่เราสุขก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นเขาจะสุขกับเราด้วย ถ้าเรามีความสุขกับดัชนีความทุกข์ยากนี้แล้วจะไปยัดเยียดให้เพื่อนมีความสุขตามมันก็ยังไง ๆ อยู่ ว่ามั้ยล่ะ

ขอบพระคุณ:bloomberg.com,ec.europa.euservice.nso.go.th, voicetv.co.th,bloomberg.com
https://minimore.com/f/are-you-sure-about-that-700
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 15
ดัชนีพวกนี้บางทีมันก็ย้อนแย้ง

บางอันบอกประเทศเราน่าเที่ยว แต่บางอันจัดอันดับประเทศอันตรายที่สุดในโลก

เรากลับอยู่ที่ 19 กลุ่มเดียวกับ ซีเรีย ปากีสถาน เยเมน (ดีๆทั้งนั้น)


NewsWorld
The 20 most dangerous countries in the world
The World Economic Forum released its annual ranking of the safest and least safe countries. Here are the spots you should avoid

Sarah Schmalbruch Insider Thursday 7 September 2017 12:22

19. Thailand​

The provinces of Yala, Pattani, Narathiwat, and Songkhla — all of which are in southern Thailand — are the most dangerous in the country. In the last 13 years, more than 6,500 deaths have occurred in these areas due to violence. There's also a martial law in effect in the region.


แต่ยังไงก็แล้วแต่ในฐานะคนไทย ก็เลือกที่จะนำเสนอสิ่งดีๆให้ต่างชาติรู้


cnck
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่