ฝั่งนี้ไม่ตาย ฝั่งนั้นก็ได้ . .

กระทู้คำถาม
คนหนุ่มๆ ที่ยังดำเนินชีวิตอยู่ ย่อมชอบคำพยากรณ์ถึงอมตะธรรม อันว่าด้วยการไม่โยกโคลงแห่งกายแลใจ ได้บรรลุได้ เป็นไปได้, ส่วนการได้บรรลุ  ที่ต้องประกอบด้วยทุ่นด้วยแพ พูดกันว่า “เป็นบุญนะ” เป็นบุญนะ? แต่ก็ไม่มีใครได้คิดอะไรให้ลึกซึ้งไปมากเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นได้เกาะติดตามอาจารย์นั้นๆ และได้เอาอาจารย์เป็นทุ่นเป็นแพ เป็นข้าวของไปเสียก่อนหมดแล้ว, เมื่อตอนบวชนั้นเห็นจะไม่ได้ฟังคำว่า ปริปุณฺณวีสติวสฺโสสิ๊! (เต็มกำลังแห่งวัยที่เธอจะทำแล้วใช่ไหม) , ไม่ได้ฟังจำความเอาอันนี้ ก็จึงจวนเจียดเกียจกันตัวเองไว้ได้ ไม่ยอมทำตามกำลังเต็มที่ๆ เป็นของตัว, แลยังจะหาบุญนิยมไปด้วยกันกะเขาอีกด้วยซ้ำ ซึ่งต้องไปกันอย่างชาวโลกด้วย ซึ่งต้องเป็นห่วงห้วงอันเป็นแพพ่วงขนานเรือยนต์อะไรต่ออะไรนั้น จะทิ้งไปไม่ได้

ท่านนักโพสต์จึงคงอยากจะให้เอาบทที่ไม่ต้องมีแพนั้นแหล่ะมาติดตามดู เพราะว่าเดี๋ยวนี้ ห้วงคนมันลึกลง ธรรมะมันต้องลึกลง ไม่ได้โคลงไปทางกว้างที่ใดได้ กายใจไม่ได้โยกโคลงไปทางกว้าง  ที่ว่าจะต้องให้ได้บุญนะๆ อันนี้บาปนะ! มันไม่ใช่!?, เพราะที่แท้จะต้องเป็นเหมือนเมื่อบวชนั้น คือปริปุณณะนั่น คือมีปุณณะ เต็มเอาอย่างนั้นนั่น ถึงแม้นจะมาระลึกบวชเองเอาตนไว้มีศีลพรตทางภายใน ก็ควรต้องว่าเป็นปุณณะเท่านั้น คือเต็มที่อยู่ที่ตัวของตัวนั่นเอง และไม่ต้องอวุโสภันเตกันอยู่ด้วยอะไรแล้ว เพราะตัวเองรู้ว่าจะต้องยับยั้งฝ่าฟันเอาเป็นของเฉพาะตน

ห่วงกันแต่คนพาพ่วงหาแพอยู่ก่อน ที่กลับพาแพไม้ขนานเรือยนต์หลายลำนั้น ทำบุญดีแล้วพากันย้อนกลับมาอยู่ฝั่งเก่า ไม่หาข้ามไป ไม่ได้คิดจะเอาฝั่งที่พระพุทธเจ้าได้พาไป, ไม่หาข้ามฝั่งไปก็เพราะว่า ไม่เป็นปุณณะ! ไม่เป็นปุณณะเต็มที่เต็มทางเต็มสติกำลังปัญญาของตัว, สู้เอาตามพระปุณณะแบบไหนที่จะให้เป็นไปตามการสอนรู้สู่เมือง ใครตั้งสุนาปรันต์มาด้วยกันกะใครอยู่แล้วนั้น หรือได้ทิ้งไปแล้วเช่นนั้น เขาไม่รู้ เขาไม่ได้อยู่ด้วย และก็ไม่นับจะทราบ และก็ไม่ค่อยจะยอมรับ

เช่นว่าให้จบ จะอันไหนก็ตาม ที่ว่าไว้ให้เหลิงเจิ้ง ที่ควรจะเกียจกี้หลี้หลบ แต่ไม่หลบ กลับว่าตามเขาไป หาว่าสูตรไม่มีแพอยู่ไหนกันจะเอามาใช้ แต่ไม่พบ  เพราะว่าไม่พบแพอยู่แล้ว แพ้เลย แพ้พ่ายหมดเลย เพราะเข้าใจว่า พระพุทธเจ้าให้ใช้แพ  หากว่าใครคนไหนไม่ใช้แล้วละก็ จะข้ามไปไม่ได้, กรมวิชาช่างทำกันมาน้อย ก็เลยข้ามไม่ได้ อย่าพูดเลย! จะยกความที่นำไปเสิร์ซดูได้ มา ๑ บท ดั่งต่อไปนี้ ว่า  “ผู้มีปัญญา คือพระพุทธเจ้าและสาวกของพระพุทธเจ้าไม่ต้องใช้แพก็ข้ามได้”  จงให้คนไปค้นคว้าเสิร์ซดูเข้าใจตาม ส่วนพวกที่มีหนังสือก็จงดูที่เล่ม 13 หน้า 372 ก็จะพบ, หากหนักข้อนัก จะเอาบาลีว่าให้ถึงที่สุด ก็ควรจะดูไปจาก อุฬุโต ทกโต ปาตีติ อุฬุโป (ว่าแพ) อะไรๆโดยเทือกแถวแนวนั้น หรือจะบังคับลงที่บทยิ่งทีเดียวก็สุดแท้แต่ หากยังไม่เหนื่อย ก็ว่าให้ถึง อริยสจฺจานํ  ซึ่งได้แก่  สัจจะที่กระทำให้เป็นพระอริยะ ไม่เช่นนั้นก็เทียบดูไปตามที่อยู่ตามตรงนั่น ซึ่งให้ดูตามข้อบาลี ในเล่มที่ ๑๐ หน้า ๑๙๔
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่