เริ่มเรื่องที่อกหักค่ะ. กระทู้ก่อนเคยพูดเอาไว้บ้างว่าแต่งงานมีลูกแล้วแต่สามีคนจีนติดการพนันเรากลับมาคลอดลูกที่ไทยจนตอนนี้ลูกเดินได้แล้วอดีตสามีก็ไม่เคยมาเยี่ยมเลย เราเองช่วงก่อนก็ทำผิดแอบนอกใจอดีตสามีไปบ้างแต่เป็นเพราะความเหงา เราเหงาเราเจ็บที่เขาไม่เคยดูดำดูดี เขาทิ้งขว้างเราทั้งๆที่เคยสัญญาเอาไว้มากมาย สัญญาจะดูแลกันจนแก่เฒ่าสัญญาจะรักเราคนเดียวแต่สุดท้ายเขากลับเลือกการพนันยักยอกเงินเก็บไปใช้จนหมด เราในตอนนั้นเลยแอบเผลอใจไปกับคนอื่นแต่แค่ช่วงสั้นๆพอคิดได้ก็ยุติความสัมพันธ์นั้นเสียและเปิดใจให้โอกาศสามีตัวเองอีกครั้งแต่เขาก็ทำตัวแบบเดิม. ไม่สนใจเราติดเหล้าติดพนันจนในที่สุดจบลงที่การหย่ากัน. ครั้งแรกที่เจอกันหลังจากจากกันนานนับปีคือที่ทำการเขตที่ประเทศจีนเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนเราหย่าขาดกันโดยไม่ได้มองหน้าสบตากันเลยสะบั้นความสำพันธ์นับ3ปีลงโดยไม่เหลือเค้าโครงของคนเคยรักกันไม่แม้แต่จะถามถึงลูก.พอเซ็นต์ใบหย่าเสร็จเราก็มีแค่เพื่อนผู้ชาย5คนมารับที่เขตไม่มีแม้แต่เงาร่างของฝ่ายสามีที่จะอาสาไปส่งต่างกับคราวแต่งงานเข้าบ้านลิบลับ. เพื่อนกลุ่มนี้เป็นนักธุรกิจใหญ่ของเมืองค่ะสนิทกันมานานตั้งแต่เรายังไม่ได้แต่งงานเมื่อก่อนพอมีปัญหากับสามีต้องระเห็จออกจากบ้านสามีก็คือกลุ่มนี้แหละคอยมารับคอยช่วยเหลือ. ตลอดเวลาที่อยู่จีนเราติดหนี้บุญคุณพวกเขาเยอะมาก ตอนนั้นเราทำงานเป็นไกด์ค่ะรายได้ข้อนข้างดีมีเงินเก็บส่งให้พ่อแม่และลูกได้สบายแต่วันๆต้องจมอยู่กับสังคมเดิมๆที่เอาแต่ถามว่ากับสามีเป็นยังไงบ้างทำไมไม่เห็นมาเลยเราไม่สามารถทำใจได้ค่ะ ตอนนั้นเลยตัดสินใจไม่กลับไทยคิดแค่ว่าจะขอพักผ่อนสักเดือนหนึ่งทำใจได้ค่อยกลับไปทำงาน แต่หนึ่งในเพื่อนกลุ่มนี้สมมุติชื่อเหล่าหลี่ก็บอกว่าเขามีโปรเจคใหม่ที่พม่าและไทยอยากให้เรามาทำงานเป็นเลขาของเขาไปพูดคุยดูงานและจัดการเรื่องราวต่างๆให้เขา เขาชื่นชมวาทศิลป์ของเราชื่นชมความสามารถด้านภาษาของเราและความสามารถเรื่องการจัดการงานอยากให้เรามาทำงานด้วยนานแล้ว.คำพูดนี้เขาเคยบอกเราเมื่อ2ปีก่อนแล้วค่ะแต่ตอนนั้นอดีตสามีไม่ชอบให้เราคลุกคลีกับเพื่อนกลุ่มนี้เพราะความหึงหวงเราเลยปฏิเสธเขาไป ตอนนี้เราโสดไม่มีสามีคอยหึงหวงและเราเองก็ต้องการชีวิตใหม่ที่เรียบง่ายหลีกหนีจากวงจรเดิมๆที่ตอกย้ำสถานะแม่หม้ายของเราทำให้ตอบตกลงในทันทีและนึกขอบคุณเหล่าหลี่มากที่ยื่นทางออกดีๆแบบนี้มาให้
เรานัดวันเข้าไปขนของออกจากบ้านอดีตสามีเหล่าหลี่และเพื่อนคนอื่นไปเป็นเพื่อนเรา ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยของเราบวกกับข้าวของค่อนข้างเยอะเลยขับรถไปกัน3คัน. บ้านอดีตสามีอยู่ในเขตชนบทห่างจากตัวเมืองที่เราอยู่ร่าวๆ500กิโลเป็นหมู่บ้านค่อนข้างโทรมอดีตสามีเราทำงานเป็นผู้จัดการโชว์รูมรถค่อนข้างถือว่าฐานะดีในหมู่บ้านแล้วพอพวกเราไปถึงเด็กๆและผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันมามุงดูเพราะรถ3คันที่ขับไปกันนั้นค่อนข้างพบเห็นได้ยากในย่านนี้. เหล่าหลี่ขับBMไป เหล่าหลิวขับเบนซ์ เหล่าหวางมากับเหล่าสือขับRange Rover
ความจริงพวกเขาแค่เอารถขนของที่บริษัทโรงงานของพวกเขามีอยู่ธรรมดามาขนก็ได้แล้วแต่ที่ขับรถตัวเองมาก็เพราะอยากเอาหน้าให้ฉันขนของย้ายออกมาอย่างไม่อายใคร
ทุกคนแต่งตัวธรรมดาทั่วไปแบบทุกวันแต่สร้อยแหวนนาฬิกาที่ใส่เป็นสิ่งที่คนชนบททั่วไปแค่คิดฝันก็ยังไม่กล้าเลยแต่วันนี้หญิงต่างชาติที่เพิ่งถูกหย่าเป็นม้ายจากอดีตสามีในหมู่บ้านนี้กลับพาคนพวกนี้มาช่วยขนของออกจากที่นี่ถือว่าวันนี้ฉันได้ย้ายออกและหย่าขาดอย่างไม่เสียศักดิ์ศรีแล้ว. ติดหนี้บุญคุณครั้งนี้นึกแล้วก็น้ำตาตกในใจ. สามีหย่าขาดก็คือคนอื่นแต่มิตรสหายตกยากลำบากกลับช่วยเหลือด้วยใจจริง. ของของฉันถูกขนลงรถเสื้อผ้าหลายลังฉันคัดแค่แบรนด์เนมไม่กี้ตัวออกมานอกนั้นก็แจกให้น้องๆในหมู่บ้านไปหมด. สร้อยแหวนเครื่องประดับมีค่าหลายชิ้นหายไปแล้วพอถามหาก็มีแต่คนบอกว่าไม่เคยเห็น ถามกับอดีตสามีก็ตีหน้าซื้อบอกว่าไม่เห็นมานานแล้วสุดท้ายเหล่าหลี่คงทนดูไม่ได้เลยพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดว่า. "ของแบบนั้นใช้เงินแค่เท่าไหร่เองไม่ถือเป็นเงินด้วยซ้ำ ใครเอาไปก็คงขาดแคลนน่าเวทนาถือว่าทำบุญเถอะ เดี๋ยวเพื่อนๆซื้อที่ดีกว่าให้อีกหลายๆอันเลย"
เพื่อนคนอื่นที่มาด้วยกันก็พากันหัวเราะ เราเองก็คิดในใจอ้อยมันเข้าปากช้างไปแล้วเอาออกมาคงยากไม่แน่อาจถูกขายตกทอดบ่อนไหนไปแล้วก็ได้เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย. ของใช้อันอื่นๆพอเลือกแล้วก็เหลือไม่มาก บางอันที่ไม่มีราคาก็ไม่อยากพกไปเพราะไม่อยากให้เพื่อนนึกเวทนาสภาพตัวเองในตอนที่อยู่ที่นี้สุดท้ายพอเก็บของหมดแล้วก็เหลือชุดแต่งงานสีแดงสด เรานั่งดูอยู่บนพื้นห้องตั้งนานคิดไม่ออกว่าจะเอาไปด้วยดีมั้ย สุดท้ายเหล่าหลิวกับเหล่าสือก็เข้ามาเลือกเก็บปิ่นหยกปักผมกับเข็มกลัดทองบนชุดแต่งงานไว้ให้(เพราะสองอันนี้เป็นเหล่าหลิวกับเหล่าสือซื้อให้ตอนไปเลือกชุดแต่งงาน)แล้วดึงชุดแต่งงานออกจากมือเราเหล่าหลิวพูดกับเราเบ่าๆว่า
"คิดสะว่าไม่เคยแต่งงาน"
เราเลยวางชุดแต่งงานลงแล้วเดินออกจากห้องนอน
ก่อนจากไปเรามองดูบ้านที่เคยอาศัยอยู่ที่ๆเคยให้คำสัญญาต่างๆไว้มากมายที่ๆเคยมีความทรงจำดีๆเต็มไปหมดแต่ถึงตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว. วาสนาสามีภรรยาจบลงแล้ว คนที่นี่ใจดำมากไม่แม้แต่จะถามถึงลูกเลยไม่เหลือเยื่อใยกันสักนิดแถมยังได้ยินคนกระซิบมาว่าอดีตแม่สามีกำลังจะทาบทามผู้หญิงหมู่บ้านข้างๆให้อดีตสามีแล้วก็ยิ่งเจ็บใจ
ก่อนออกจากบ้านอดีตพ่อสามีถามเราว่าจะย้ายกลับไทยถาวรเลยเหรอ เหล่าหลี่ตอบแทนเราว่า
"ไม่หรอก เขาจะย้ายมาทำงานที่บริษัทผม ผมจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เขาเอง". คำพูดง่ายๆแต่ฟังแล้วสะท้านไปทั้งใจ. เราแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้พอขึ้นรถไปแล้วเราโผเข้ากอดเหล่าหลี่ร้องไห้เหมือนเด็กๆเอาแต่พูดว่าขอบคุณ. นึกไม่ถึงว่าช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตจะเป็นกลุ่มผู้ชายที่รู้จักกันในร้านอาหารข้างทางเมื่อ4ปีก่อนค่อยช่วยเหลือ. เรารู้จักเพื่อนกลุ่มนี้ที่ร้านอาหารเล็กๆข้างมหาลัย เพราะไปกินบ่อยช่วงเลิกเรียนตอนดึกเลยเจอกันโดยบังเอิญบ่อยตอนแรกนึกไม่ชอบขี้หน้าที่พวกเขาชอบดื่มเบียร์ไปด้วยพูดแทะโลมไปด้วยเลยเกือบทะเลาะกันก็หลายครั้งเราด่าพวกเขาว่ากลุ่มตาแก่ขี้เมา(อายุพวกเขา36-38)แต่สุดท้ายก็แลกวีแชทแล้วเป็นเพื่อนกันมานานหลังจากนั้น.
เราร้องไห้หนักมากร้องตลอดทางจนหลับไปตื่นอีกทีก็ถึงบ้านเหล่าหลี่แล้ว บ้านเหล่าหลี่เป็นเกรสเฮ้าส์บนตึกสูงด้านในมี2ชั้นย่อยเหล่าหลี่ให้ฉันนอนห้องที่อยู่ติดทางออกไปสวนหย่อมเพราะห้องนั้นแต่ก่อนฉันมาพักบ่อยค่อนข้างเคยชิน. ทุกคนช่วยฉันจัดของเข้าที่ลูกชายของเหล่าหลี่อายุ6ขวบดูดีใจมากที่ฉันจะมาอยู่ด้วย. เด็กคนนี้น่าสงสารแม่ทิ้งไปตอนเพิ่งคลอดได้ไม่กี่เดือนแต่ก่อนตอนฉันยังไม่ท้องมักจะสอนภาษาอังกฤษให้เขาบ่อยๆวันไหนว่างๆก็จะไปรับตอนเลิกเรียนเด็กคนนี้เลยค่อนข้างจะชอบฉัน. พอตอนเหล่าหลี่น้อยวิ่งมากอดฉันทำให้ฉันคิดถึงลูกจับใจ
เพื่อนๆเลยพากันแซวว่าลูกเหล่าหลี่เป็นผู้ชายลูกฉันเป็นผู้หญิงอีกหน่อยก็จะได้ดองกันได้.
วันต่อมาเหล่าหลี่พาฉันไปเลือกของใช้เข้าบ้าน เราซื้อผ้าปูที่นอนใหม่มา2ชุดไว้ต้อนรับหน้าหนาวเป็นสีแดงแบบที่ฉันชอบ. เลือกชุดนอนขนแกะมา2ชุดมันมีโปรโมชั่นเป็นชุดคู่รักราคาถูกกว่าซื้อแยกเลยซื้อเป็นคู่ ตอนแรกก็แอบเขินเวลาโดนพนักงานขายแซวให้ซื้อแต่เห็นเหล่าหลี่วางหน้านิ่งบอกให้เอามาสีละคู่ฉันเลยรีบปฏิเสธว่าเราไม่ใช่แฟนกัน เหล่าหลี่เป็นคนช่างอารมณ์ขันพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดไปแปดลี้ว่า. "ทำไมเป็นแฟนฉันมันไม่ดีตรงไหนน่าอายมากรึไงถึงปฏิเสธเสียงดัง". ฉันได้ยินก็หัวเราะเย็นๆออกมาสองทีไมาได้ว่าอะไรต่อเคยชินแล้วกับมุขตลกสัปดนของเขา
หลังเลือกของหยิบย่อยหลายอย่างเสร็จ ก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเสฉวนเราโทรนัดเพื่อนคนอื่นๆมาด้วย เหล่าหลิวพาลูกชายและภรรยามาด้วยภรรยาของเหล่าหลิวถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของฉันอย่างเห็นใจพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ขนเตียวสีขาวมาให้1ผืนเพราะกลัวฉันหาซื้อเสื้อผ้าหน้าหนาวใส่ไม่ทัน ทุกคนเป็นห่วงฉันมากกลัวฉันจะทำใจไม่ได้เอาแต่กำชับเหล่าหลี่ต้องดูแลฉันดีๆ. ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานเป็นปีทุกคนก็ยังจำได้แม่นว่าฉันชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร ทุกคนแย่งกันแกะหนังปลาให้ฉันแย่งกันคีบเนื้อไม่ติดมันให้แย่งกันบอกให้ฉันกินเยอะๆเพราะช่วงนี้ฉันผอมลงมากผอมกว่าตอนก่อนท้องเสียอีก ฉันได้แต่โต้แย้งเบาๆว่ากำลังลดความอ้วน55+.
เหมือนความสุขค่อยๆคืนมากลิ่นอายของคืนวันเก่าๆเริ่มกลับมาอีกครั้งความอบอุ่นของเพื่อนฝูงช่วยบรรเท่าความเศร้าลงไปได้มาก. อยู่ๆเหล่าหลี่ก็พูดพรวดขึ้นมาว่า "กินให้เยอะๆหน่อยจะได้กลับไปสวยแบบเมื่อก่อนฉันชอบเธอที่มีเนื้อมีหนังจับได้เต็มมือดี"
ฉันเขินจนหน้าเปลี่ยนสีรีบหลุดเถียงออกไปเสียงดัง
"อย่างนี้เขาเรียกหุ่นดีอยู่แล้วนะ แล้วที่บอกจับเต็มไม้เต็มมือถามฉันรึยังว่าจะให้จับมั้ย"
ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ปรกติแล้วเหล่าหลี่เป็นคนชอบปล่อยมุขสัปดนอยู่แล้วไม่มีใครคิดอะไรมาก
ทุกคนเห็นฉันเป็นน้องชายเป็นน้องคนเล็กที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ. เหล่าหลี่เหมือนจะไม่ยอมลดละพูดแถสี่ข้างถลอก
"อยากไม่อยากก็เคยจับมาแล้ว ตอนฉันไปไทยเธอมอมเหล้าฉันจนเมาจำไม่ได้รึไงว่าเรานอนเตียงเดียวกัน"
คราวนี้ฉันหน้าขึ้นสีเถียงเสียงดังอย่างไม่ลดละ
"ตอนนั้นพี่สาวฉันก็อยู่ด้วย ฉันเป็นคนถีบแกตกเตียงด้วยเท้าของตัวเองฉันจำได้ตอนหลังแกก็ปีนไปอ้วกแล้วหลับคาโถส้วมเถอะ"
ทุกคนหัวเราะกันใหญ่ ฉันกับพวกเขาสนิทกันมากแต่ก่อนเราไปเที่ยวกันบ่อยๆถึงพวกเขาจะเป็นเจ้าของธุรกิจแต่ก็ไม่ได้รวยมาแต่เด็กชีวิตเด็กค่อนข้างยากจนที่มีทุกวันนี้คือสร้างมาด้วยตัวเองดังนั้นใช้เงินจึงไม่ได้สุรุ่ยสุร่ายบางครั้งเราไปเที่ยวกันมักจะเปิดโรงแรมแบบห้องสูทหรือไม่ก็ห้องครอบครัวนอนด้วยกันพวกเขาไม่เคยคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว โดยเฉพาะเหล่าหลี่และเหล่าหลิวเราสนิทกันเป็นพิเศษแต่เหล่าหลิวมีภรรยาแล้วบางทีฉันกับเขาก็จะเว้นระยะห่างไปแบบสมควรตามธรรมชาติ
หลังแยกย้ายกันก็ไปรับลูกของเหล่าหลี่กลับบ้านปรกติเด็กคนนี้จะนอนหอประจำโรงเรียนแต่เพราะฉันย้ายเข้ามาอยู่เขาเลยขออ้อนจะอยู่กับฉันสักวันสองวันก่อนกลับหอพักโรงเรียน. คืนนี้ฉันจัดแจงสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้เขาดูแลป้อนข้าวพาแปรงฟันร้องเพลงกล่อมนอนชวนให้คิดถึงลูกสาวตัวเอง หลังจากเด็กน้อยนอนแล้วก็เห็นเหล่าหลี่นั่งรอในห้องนอนฉันบนโต๊ะข้างหัวนอนมีเหล้าเหมาไถเฟิยเทียนอยู่ขวดหนึ่งกับกระทิงแดงกระป๋องทองอยู่อีกสามสี่ขวด
ฉันยิ้มน้อยๆเหล่าหลี่เลยเอ่ยปากขึ้น "คิดว่าเธอคงนอนไม่หลับเลยเอายานอนหลับมาให้"
ฉันไม่ปฏิเสธรีบเดินขึ้นเตียงเปิดเหมาไถยกดื่มรสชาติแย่ๆตามประสาเหล้าขาวจีนกับกลิ่นเครื่องเทศร้อนๆไหลลงคอแทบทนไม่ได้ต้องเปิดกระทิงแดงดื่มตาม
"ชอบอวดเก่งอยู่เรื่อย"
ฉันงงกับคำพูดของเหล่าหลี่ ฉันอวดเก่งตรงไหนปรกติก็ดื่มกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
"อกหักแล้วร้องไห้มันเรื่องธรรมดาแกยังเด็กแต่ผ่านเรื่องราวแบบนี้จะอวดเก่งไปทำไม"
ฉันได้ยินที่เหล่าหลี่พูดก็แค่ยิ้มบางๆ
"ไม่ได้อวดเก่งแค่รู้สึกไม่อยากเสียน้ำตาเปล่าๆ ตอนนี้ก็ดีออกอยู่กับพวกแกงานก็มีทำเพื่อนก็มีบ้านก็ไม่ต้องเช่าเจ้านายดีขนาดนี้จะไปหาจากไหนได้"
พูดแล้วก็หัวเราะเราดื่มจนหมดขวดเหล้าขาวค่อนข้างแรงทำเอาหลับกลางอากาศเหมือนจะฝันจะละเมอว่ามีคนห่มผ้าให้แล้วนอนลงข้างๆจับมือกุมไว้ทั้งคืนรู้สึกอบอุ่นจนเผลอหันไปกอด. แต่พอตื่นเช้ามาในห้องว่างเปล่าไม่มีใครเลยจนถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่าสรุปคืนนั้นฉันละเมอหรือเหล่าหลี่มานอนข้างๆกันแน่
ไว้ตอนสายค่อยมาต่อนะคะ วันนี้ตื่นเช้าต้องรีบขึ้นเครื่องไปงานเปิดโรงงานใหม่ของลูกค้ากับเหล่าหลี่ที่ต่างเมืองค่ะ
เล่าประสบการณ์จากหย่าขาดกับสามีจนถึงความสัมพันธ์บนความกลัวกับเจ้านายและเพื่อนสนิทของตัวเอง
เรานัดวันเข้าไปขนของออกจากบ้านอดีตสามีเหล่าหลี่และเพื่อนคนอื่นไปเป็นเพื่อนเรา ทุกคนเป็นห่วงความปลอดภัยของเราบวกกับข้าวของค่อนข้างเยอะเลยขับรถไปกัน3คัน. บ้านอดีตสามีอยู่ในเขตชนบทห่างจากตัวเมืองที่เราอยู่ร่าวๆ500กิโลเป็นหมู่บ้านค่อนข้างโทรมอดีตสามีเราทำงานเป็นผู้จัดการโชว์รูมรถค่อนข้างถือว่าฐานะดีในหมู่บ้านแล้วพอพวกเราไปถึงเด็กๆและผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันมามุงดูเพราะรถ3คันที่ขับไปกันนั้นค่อนข้างพบเห็นได้ยากในย่านนี้. เหล่าหลี่ขับBMไป เหล่าหลิวขับเบนซ์ เหล่าหวางมากับเหล่าสือขับRange Rover
ความจริงพวกเขาแค่เอารถขนของที่บริษัทโรงงานของพวกเขามีอยู่ธรรมดามาขนก็ได้แล้วแต่ที่ขับรถตัวเองมาก็เพราะอยากเอาหน้าให้ฉันขนของย้ายออกมาอย่างไม่อายใคร
ทุกคนแต่งตัวธรรมดาทั่วไปแบบทุกวันแต่สร้อยแหวนนาฬิกาที่ใส่เป็นสิ่งที่คนชนบททั่วไปแค่คิดฝันก็ยังไม่กล้าเลยแต่วันนี้หญิงต่างชาติที่เพิ่งถูกหย่าเป็นม้ายจากอดีตสามีในหมู่บ้านนี้กลับพาคนพวกนี้มาช่วยขนของออกจากที่นี่ถือว่าวันนี้ฉันได้ย้ายออกและหย่าขาดอย่างไม่เสียศักดิ์ศรีแล้ว. ติดหนี้บุญคุณครั้งนี้นึกแล้วก็น้ำตาตกในใจ. สามีหย่าขาดก็คือคนอื่นแต่มิตรสหายตกยากลำบากกลับช่วยเหลือด้วยใจจริง. ของของฉันถูกขนลงรถเสื้อผ้าหลายลังฉันคัดแค่แบรนด์เนมไม่กี้ตัวออกมานอกนั้นก็แจกให้น้องๆในหมู่บ้านไปหมด. สร้อยแหวนเครื่องประดับมีค่าหลายชิ้นหายไปแล้วพอถามหาก็มีแต่คนบอกว่าไม่เคยเห็น ถามกับอดีตสามีก็ตีหน้าซื้อบอกว่าไม่เห็นมานานแล้วสุดท้ายเหล่าหลี่คงทนดูไม่ได้เลยพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดว่า. "ของแบบนั้นใช้เงินแค่เท่าไหร่เองไม่ถือเป็นเงินด้วยซ้ำ ใครเอาไปก็คงขาดแคลนน่าเวทนาถือว่าทำบุญเถอะ เดี๋ยวเพื่อนๆซื้อที่ดีกว่าให้อีกหลายๆอันเลย"
เพื่อนคนอื่นที่มาด้วยกันก็พากันหัวเราะ เราเองก็คิดในใจอ้อยมันเข้าปากช้างไปแล้วเอาออกมาคงยากไม่แน่อาจถูกขายตกทอดบ่อนไหนไปแล้วก็ได้เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย. ของใช้อันอื่นๆพอเลือกแล้วก็เหลือไม่มาก บางอันที่ไม่มีราคาก็ไม่อยากพกไปเพราะไม่อยากให้เพื่อนนึกเวทนาสภาพตัวเองในตอนที่อยู่ที่นี้สุดท้ายพอเก็บของหมดแล้วก็เหลือชุดแต่งงานสีแดงสด เรานั่งดูอยู่บนพื้นห้องตั้งนานคิดไม่ออกว่าจะเอาไปด้วยดีมั้ย สุดท้ายเหล่าหลิวกับเหล่าสือก็เข้ามาเลือกเก็บปิ่นหยกปักผมกับเข็มกลัดทองบนชุดแต่งงานไว้ให้(เพราะสองอันนี้เป็นเหล่าหลิวกับเหล่าสือซื้อให้ตอนไปเลือกชุดแต่งงาน)แล้วดึงชุดแต่งงานออกจากมือเราเหล่าหลิวพูดกับเราเบ่าๆว่า
"คิดสะว่าไม่เคยแต่งงาน"
เราเลยวางชุดแต่งงานลงแล้วเดินออกจากห้องนอน
ก่อนจากไปเรามองดูบ้านที่เคยอาศัยอยู่ที่ๆเคยให้คำสัญญาต่างๆไว้มากมายที่ๆเคยมีความทรงจำดีๆเต็มไปหมดแต่ถึงตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว. วาสนาสามีภรรยาจบลงแล้ว คนที่นี่ใจดำมากไม่แม้แต่จะถามถึงลูกเลยไม่เหลือเยื่อใยกันสักนิดแถมยังได้ยินคนกระซิบมาว่าอดีตแม่สามีกำลังจะทาบทามผู้หญิงหมู่บ้านข้างๆให้อดีตสามีแล้วก็ยิ่งเจ็บใจ
ก่อนออกจากบ้านอดีตพ่อสามีถามเราว่าจะย้ายกลับไทยถาวรเลยเหรอ เหล่าหลี่ตอบแทนเราว่า
"ไม่หรอก เขาจะย้ายมาทำงานที่บริษัทผม ผมจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เขาเอง". คำพูดง่ายๆแต่ฟังแล้วสะท้านไปทั้งใจ. เราแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้พอขึ้นรถไปแล้วเราโผเข้ากอดเหล่าหลี่ร้องไห้เหมือนเด็กๆเอาแต่พูดว่าขอบคุณ. นึกไม่ถึงว่าช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตจะเป็นกลุ่มผู้ชายที่รู้จักกันในร้านอาหารข้างทางเมื่อ4ปีก่อนค่อยช่วยเหลือ. เรารู้จักเพื่อนกลุ่มนี้ที่ร้านอาหารเล็กๆข้างมหาลัย เพราะไปกินบ่อยช่วงเลิกเรียนตอนดึกเลยเจอกันโดยบังเอิญบ่อยตอนแรกนึกไม่ชอบขี้หน้าที่พวกเขาชอบดื่มเบียร์ไปด้วยพูดแทะโลมไปด้วยเลยเกือบทะเลาะกันก็หลายครั้งเราด่าพวกเขาว่ากลุ่มตาแก่ขี้เมา(อายุพวกเขา36-38)แต่สุดท้ายก็แลกวีแชทแล้วเป็นเพื่อนกันมานานหลังจากนั้น.
เราร้องไห้หนักมากร้องตลอดทางจนหลับไปตื่นอีกทีก็ถึงบ้านเหล่าหลี่แล้ว บ้านเหล่าหลี่เป็นเกรสเฮ้าส์บนตึกสูงด้านในมี2ชั้นย่อยเหล่าหลี่ให้ฉันนอนห้องที่อยู่ติดทางออกไปสวนหย่อมเพราะห้องนั้นแต่ก่อนฉันมาพักบ่อยค่อนข้างเคยชิน. ทุกคนช่วยฉันจัดของเข้าที่ลูกชายของเหล่าหลี่อายุ6ขวบดูดีใจมากที่ฉันจะมาอยู่ด้วย. เด็กคนนี้น่าสงสารแม่ทิ้งไปตอนเพิ่งคลอดได้ไม่กี่เดือนแต่ก่อนตอนฉันยังไม่ท้องมักจะสอนภาษาอังกฤษให้เขาบ่อยๆวันไหนว่างๆก็จะไปรับตอนเลิกเรียนเด็กคนนี้เลยค่อนข้างจะชอบฉัน. พอตอนเหล่าหลี่น้อยวิ่งมากอดฉันทำให้ฉันคิดถึงลูกจับใจ
เพื่อนๆเลยพากันแซวว่าลูกเหล่าหลี่เป็นผู้ชายลูกฉันเป็นผู้หญิงอีกหน่อยก็จะได้ดองกันได้.
วันต่อมาเหล่าหลี่พาฉันไปเลือกของใช้เข้าบ้าน เราซื้อผ้าปูที่นอนใหม่มา2ชุดไว้ต้อนรับหน้าหนาวเป็นสีแดงแบบที่ฉันชอบ. เลือกชุดนอนขนแกะมา2ชุดมันมีโปรโมชั่นเป็นชุดคู่รักราคาถูกกว่าซื้อแยกเลยซื้อเป็นคู่ ตอนแรกก็แอบเขินเวลาโดนพนักงานขายแซวให้ซื้อแต่เห็นเหล่าหลี่วางหน้านิ่งบอกให้เอามาสีละคู่ฉันเลยรีบปฏิเสธว่าเราไม่ใช่แฟนกัน เหล่าหลี่เป็นคนช่างอารมณ์ขันพูดขึ้นเสียงดังฟังชัดไปแปดลี้ว่า. "ทำไมเป็นแฟนฉันมันไม่ดีตรงไหนน่าอายมากรึไงถึงปฏิเสธเสียงดัง". ฉันได้ยินก็หัวเราะเย็นๆออกมาสองทีไมาได้ว่าอะไรต่อเคยชินแล้วกับมุขตลกสัปดนของเขา
หลังเลือกของหยิบย่อยหลายอย่างเสร็จ ก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเสฉวนเราโทรนัดเพื่อนคนอื่นๆมาด้วย เหล่าหลิวพาลูกชายและภรรยามาด้วยภรรยาของเหล่าหลิวถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของฉันอย่างเห็นใจพร้อมกับเอาผ้าคลุมไหล่ขนเตียวสีขาวมาให้1ผืนเพราะกลัวฉันหาซื้อเสื้อผ้าหน้าหนาวใส่ไม่ทัน ทุกคนเป็นห่วงฉันมากกลัวฉันจะทำใจไม่ได้เอาแต่กำชับเหล่าหลี่ต้องดูแลฉันดีๆ. ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานเป็นปีทุกคนก็ยังจำได้แม่นว่าฉันชอบกินอะไรไม่ชอบกินอะไร ทุกคนแย่งกันแกะหนังปลาให้ฉันแย่งกันคีบเนื้อไม่ติดมันให้แย่งกันบอกให้ฉันกินเยอะๆเพราะช่วงนี้ฉันผอมลงมากผอมกว่าตอนก่อนท้องเสียอีก ฉันได้แต่โต้แย้งเบาๆว่ากำลังลดความอ้วน55+.
เหมือนความสุขค่อยๆคืนมากลิ่นอายของคืนวันเก่าๆเริ่มกลับมาอีกครั้งความอบอุ่นของเพื่อนฝูงช่วยบรรเท่าความเศร้าลงไปได้มาก. อยู่ๆเหล่าหลี่ก็พูดพรวดขึ้นมาว่า "กินให้เยอะๆหน่อยจะได้กลับไปสวยแบบเมื่อก่อนฉันชอบเธอที่มีเนื้อมีหนังจับได้เต็มมือดี"
ฉันเขินจนหน้าเปลี่ยนสีรีบหลุดเถียงออกไปเสียงดัง
"อย่างนี้เขาเรียกหุ่นดีอยู่แล้วนะ แล้วที่บอกจับเต็มไม้เต็มมือถามฉันรึยังว่าจะให้จับมั้ย"
ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ปรกติแล้วเหล่าหลี่เป็นคนชอบปล่อยมุขสัปดนอยู่แล้วไม่มีใครคิดอะไรมาก
ทุกคนเห็นฉันเป็นน้องชายเป็นน้องคนเล็กที่ได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ. เหล่าหลี่เหมือนจะไม่ยอมลดละพูดแถสี่ข้างถลอก
"อยากไม่อยากก็เคยจับมาแล้ว ตอนฉันไปไทยเธอมอมเหล้าฉันจนเมาจำไม่ได้รึไงว่าเรานอนเตียงเดียวกัน"
คราวนี้ฉันหน้าขึ้นสีเถียงเสียงดังอย่างไม่ลดละ
"ตอนนั้นพี่สาวฉันก็อยู่ด้วย ฉันเป็นคนถีบแกตกเตียงด้วยเท้าของตัวเองฉันจำได้ตอนหลังแกก็ปีนไปอ้วกแล้วหลับคาโถส้วมเถอะ"
ทุกคนหัวเราะกันใหญ่ ฉันกับพวกเขาสนิทกันมากแต่ก่อนเราไปเที่ยวกันบ่อยๆถึงพวกเขาจะเป็นเจ้าของธุรกิจแต่ก็ไม่ได้รวยมาแต่เด็กชีวิตเด็กค่อนข้างยากจนที่มีทุกวันนี้คือสร้างมาด้วยตัวเองดังนั้นใช้เงินจึงไม่ได้สุรุ่ยสุร่ายบางครั้งเราไปเที่ยวกันมักจะเปิดโรงแรมแบบห้องสูทหรือไม่ก็ห้องครอบครัวนอนด้วยกันพวกเขาไม่เคยคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว โดยเฉพาะเหล่าหลี่และเหล่าหลิวเราสนิทกันเป็นพิเศษแต่เหล่าหลิวมีภรรยาแล้วบางทีฉันกับเขาก็จะเว้นระยะห่างไปแบบสมควรตามธรรมชาติ
หลังแยกย้ายกันก็ไปรับลูกของเหล่าหลี่กลับบ้านปรกติเด็กคนนี้จะนอนหอประจำโรงเรียนแต่เพราะฉันย้ายเข้ามาอยู่เขาเลยขออ้อนจะอยู่กับฉันสักวันสองวันก่อนกลับหอพักโรงเรียน. คืนนี้ฉันจัดแจงสอนการบ้านภาษาอังกฤษให้เขาดูแลป้อนข้าวพาแปรงฟันร้องเพลงกล่อมนอนชวนให้คิดถึงลูกสาวตัวเอง หลังจากเด็กน้อยนอนแล้วก็เห็นเหล่าหลี่นั่งรอในห้องนอนฉันบนโต๊ะข้างหัวนอนมีเหล้าเหมาไถเฟิยเทียนอยู่ขวดหนึ่งกับกระทิงแดงกระป๋องทองอยู่อีกสามสี่ขวด
ฉันยิ้มน้อยๆเหล่าหลี่เลยเอ่ยปากขึ้น "คิดว่าเธอคงนอนไม่หลับเลยเอายานอนหลับมาให้"
ฉันไม่ปฏิเสธรีบเดินขึ้นเตียงเปิดเหมาไถยกดื่มรสชาติแย่ๆตามประสาเหล้าขาวจีนกับกลิ่นเครื่องเทศร้อนๆไหลลงคอแทบทนไม่ได้ต้องเปิดกระทิงแดงดื่มตาม
"ชอบอวดเก่งอยู่เรื่อย"
ฉันงงกับคำพูดของเหล่าหลี่ ฉันอวดเก่งตรงไหนปรกติก็ดื่มกันแบบนี้ไม่ใช่เหรอ
"อกหักแล้วร้องไห้มันเรื่องธรรมดาแกยังเด็กแต่ผ่านเรื่องราวแบบนี้จะอวดเก่งไปทำไม"
ฉันได้ยินที่เหล่าหลี่พูดก็แค่ยิ้มบางๆ
"ไม่ได้อวดเก่งแค่รู้สึกไม่อยากเสียน้ำตาเปล่าๆ ตอนนี้ก็ดีออกอยู่กับพวกแกงานก็มีทำเพื่อนก็มีบ้านก็ไม่ต้องเช่าเจ้านายดีขนาดนี้จะไปหาจากไหนได้"
พูดแล้วก็หัวเราะเราดื่มจนหมดขวดเหล้าขาวค่อนข้างแรงทำเอาหลับกลางอากาศเหมือนจะฝันจะละเมอว่ามีคนห่มผ้าให้แล้วนอนลงข้างๆจับมือกุมไว้ทั้งคืนรู้สึกอบอุ่นจนเผลอหันไปกอด. แต่พอตื่นเช้ามาในห้องว่างเปล่าไม่มีใครเลยจนถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่าสรุปคืนนั้นฉันละเมอหรือเหล่าหลี่มานอนข้างๆกันแน่
ไว้ตอนสายค่อยมาต่อนะคะ วันนี้ตื่นเช้าต้องรีบขึ้นเครื่องไปงานเปิดโรงงานใหม่ของลูกค้ากับเหล่าหลี่ที่ต่างเมืองค่ะ