
“ทำอะไรกันดีเสาร์-อาทิตย์?”
มีใครเป็นเหมือนเราบ้างไหม
ชอบคิดไม่ออกว่าวันหยุดทำกิจกรรมอะไรดี นอกจากไปเดินห้าง ชอปปิ้ง กินข้าว ดูหนัง
ลองมาชวนกันออกไปทำบุญทำทาน เปลี่ยนบรรยากาศย่านกรุงเก่าดีกว่า : )
กิจกรรมที่เราจะชวนกันไปทำคือ
ปล่อยปลา ไหว้พระ ชมพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง
และ กินข้าว ชมวิว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ชวนคุณแฟนไปปล่อยปลากันที่”วัดเทวราชกุญชร”
ซึ่งการเดินทางเราขับรถกันไป จากบ้านแถวอ่อนนุช
วิ่งเข้าเส้นพระราม9ตรงออกราชปรารภ แล้ววิ่งตรงยาวๆผ่านพระบรมรูปทรงม้า
แปปเดียวก็เจอประตูทางเข้าวัดแล้วค่ะ
เราสามารถจอดรถในวัดได้เลย (เก็บค่าที่จอดไป40.-)
หลังจากจอดรถ เราก็เดินออกมาทางด้านหน้าวัด จะเจอ7-11อยู่ด้านขวามือหลังจากหันออกมาจากวัด
ก็เดินเข้าซอยตลาดตรง7-11เลย เดินตรงสุดซอย ทะลุเข้าไปจนกว่าจะเจอหลังตลาด
จะมีแผงปลาขายอยู่ ซึ่งเขาบอกมาว่าตอนเช้าเขาก็ขายปลาสดแบบนี้เนี่ยแหละ
แต่แค่เรามาถึงบ่าย2กว่าๆตลาดวายแล้ว เขาก็เอาปลาที่เหลือจากขายไม่หมดตอนเช้ามาขายต่อ ให้คนไปปล่อย




ปลามีหลายแบบอยู่ เราเห็นมันดิ้นๆ สงสารมาก
เห็นปลาบางตัวดูเหมือนสภาพไม่ไหวแล้ว เราก็จะให้แม่ค้าจับให้ดูว่ามันยังไม่ได้นิ่งตายไปใช่ไหม
สรุปได้ปลาดุก3โล ปลาไหลโลครึ่ง ปลาหมอ9ตัว และเห็นปลาบู่เหลืออยู่ในถังตัวเดียว เลยเอามาด้วย
ทั้งหมดก็600กว่าบาท รีบซื้อรีบไปปล่อยมันลงน้ำ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ราคาปลาที่เราซื้อไปปล่อย
ปลาดุกมีไข่โลละ60.-
ปลาไหลมีไข่โลละ300.-
ปลาหมอตัวละ10.-
ปลาบู่50.-
แต่พอดีวันที่ไปน้ำท่วมในท่าวัด ปล่อยไม่ได้
เขาเลยแนะนำไปท่ากาหลง เดินเลยวัดไปนิดนึงไม่เกิน500เมตร ปล่อยได้เหมือนกัน

แล้วพี่พนักงานที่ร้านเขาก็ขนปลาไปส่งเราที่ท่า

ท่ากาหลงที่เราไปปล่อยเป็นเรือนร้านอาหาร
แต่เห็นน้ำก็ชัดเลยว่าท่วมขึ้นมาสูงมากๆ


ก่อนปล่อยเขาก็ให้กระดาษสวด
แต่เรารีบสวดเพราะสงสารมันอยู่ในถุงนาน อยากรีบปล่อยให้

ตอนปล่อยปลาก็ค่อยๆปล่อยมัน ให้มันปรับสภาพ(ไปอ่านวิธีปล่อยปลามาคร่าวๆก่อน) บางตัวก็นิ่งอยู่สักพักกว่าจะเริ่มว่ายได้
ก็ไม่รู้เหมือนกันมันจะรอดไหม แต่ก็อาจจะดีกว่านอนรอในถาดน้ำน้อยๆลุ้นขึ้นเขียงไปเรื่อยๆ
หลังจากปล่อยปลาเสร็จ ห่างกันไม่ไกลก็มีจุดให้อาหารปลา ปลาเยอะมากกก


จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาในวัดกันต่อ เข้าไหว้พระพุทธเทวราชปฏิมากร ในพระอุโบสถ
ซึ่งถ้าใครอยากถวายเครื่องสักการะ ที่นี่เขาจะนิยมถวายผ้าไตร แทนดอกไม้ธูปเทียน (ตามความเชื่อนะคะ)


ต่อมาที่มณฑปจัตุรมุข อยู่ข้างๆกันกับพระอุโบสถ
ภายในประดิษฐาน หลวงพ่อดำ และ พระเก่าแก่มากมาย





อีกที่นึงที่ไม่ควรพลาดหากมาที่วัดเทวราชนี้คือพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง
ที่ด้านหน้าทางเข้าเป็นที่ประดิษฐาน ประติมากรรมพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ



เสียค่าเข้าชมเป็นค่าทำนุบำรุงคนละ30บาทนะคะ
เข้าไปในอาคาร แอร์เย็น ดับร้อนที่ไปเดินๆมาได้ดีเลย
ห้องทางด้านซ้ายด้านล่าง มีพระสยามเทวาธิราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทย องค์จำลองประดิษฐานอยู่ ให้กราบไว้เป็นสิริมงคลกัน


ส่วนบริเวณรอบๆชั้นล่างจะเป็นประวัติของพิพิธภัณฑ์
และประวัติของท่าน ศ.ดร.อุกฤษและท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน (ผู้มอบบ้านไม้สักทองหลังนี้แก่ทางวัดไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์)

ขึ้นมาชั้นที่2
ตรงโถงกลางจะพบกับพระพุทธรูปโบราณสมัยอยุธยา
แล้วก็เข้าห้องฝั่งซ้ายมือไปสักการะหุ่นขี้ผึ้งอดีตสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์กันต่อ



ตอนเดินเข้าไปในห้องรู้สึกถึงความขลังและน่าเคารพของพระทุกองค์มากๆ
แม้จะเป็นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ตอนกราบไหว้เรารู้สึกเหมือนได้ไหว้ตัวจริงๆเลย

ห้องข้างๆห้องนี้มีประดิษฐานพระบรมรูป ร.5 อยู่ด้วย
ส่วนในห้องฝั่งขวามือ เป็นห้องจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเหมือนกัน
แต่เป็นองค์พระมหาเถระรูปสำคัญและเกจิอาจารย์ชื่อดังของไทย อาทิ หลวงพ่อคุณ, สมเด็จพุฒาจารย์โต, หลวงปู่ชา, หลวงปู่โต๊ะ และอีกหลายๆรูป
และกลางห้องนี้มีมณฑปจำลองสำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้ได้กราบสักการะอีกเช่นกัน




เสร็จแล้วก็เดินออกมาซื้อน้ำดื่มเย็นชื่นใจ



เริ่มหิวกันแล้ว...
ความจริงแถวเทเวศน์ก็มีของกินเยอะ แต่หาที่จอดลำบาก เราเลยตัดสินใจไปที่ยอดพิมานriver walk กันแทน
เพราะมีที่จอดรถ มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ แถมวิวสวยด้วย
ขับออกมาจากวัดก็ไม่ไกลมาก ประมาณ5กม.
ส่วนใครที่ไม่รู้จักยอดพิมานriver walk มันก็คือตรงปากคลองตลาดเลยค่า
มีที่จอดรถแบบลิฟท์อัตโนมัติ ไฮเทคมากๆ (รับบัตรจอด เสียค่าที่จอด)
แต่เราขับเจ้ารถมินิคันนี้กันไป เลยไม่สามารถรองรับนวัตกรรมใหม่ของที่จอดรถนี้ได้
เนื่องจากรถเล็กและเตี้ยมาก ท้องเลยชนกับฐานยกรถในลิฟท์
พี่ๆพนักงานเขาเห็นก็เข้าใจเลยชี้ให้เรามาจอดที่หน้าStarbucksนี้แหล่ะค่า

ที่ยอดพิมานนี้มีร้านอาหารเยอะเลย เรา2คนเดินขึ้นไปชมวิวชั้น2
บรรยากาศแถบนี้วิวดีมากๆๆ ยิ่งมาช่วงเย็นๆแล้วแดดเริ่มหาย ลมโกรกแทน
เจอร้านMango tree(ริมสุดฝั่งขวามือ หากหันหน้าเข้าแม่น้ำ) ดูหน้าตาใช้ได้ เลยเข้าไปนั่งทานข้าวกัน







เมนูที่สั่งตอนนี้มีแต่เมนูมังสวิรัตหมดเลยค่ะเนื่องจากคุณแฟนเราตั้งใจจะกินช่วงนี้
สั่งเมนูเต้าหู้ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานกับต้มยำเห็ดข้าวโพดอ่อนน้ำใสไป
สั่งไปแต่กับข้าวอย่างเดียวเพราะร้านนี้เค้ามีบริการข้าวกล้องให้ฟรี ดีเน้ออ รสชาติถือว่าพอใช้ได้เลยค่ะให้ผ่าน


ก่อนกลับขอโพสถ่ายรูปกับลูกชายสุดหล่อกันนิดนึง อิอิ

วันนี้ขอจบรีวิวเท่านี้นะค้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน้า
หวังว่าจะได้ลองเอาไปเป็นไอเดียแก้เบื่อชีวิตในเมือง และได้ไปทำบุญทำทานกันนะคะ : )
ฝากติดตามกันด้วยนะค้า
https://www.facebook.com/faisupats
[CR] เที่ยวกรุงเก่า One day trip ปล่อยปลา ไหว้พระ กินข้าวริมแม่น้ำ
“ทำอะไรกันดีเสาร์-อาทิตย์?”
มีใครเป็นเหมือนเราบ้างไหม
ชอบคิดไม่ออกว่าวันหยุดทำกิจกรรมอะไรดี นอกจากไปเดินห้าง ชอปปิ้ง กินข้าว ดูหนัง
ลองมาชวนกันออกไปทำบุญทำทาน เปลี่ยนบรรยากาศย่านกรุงเก่าดีกว่า : )
กิจกรรมที่เราจะชวนกันไปทำคือ
ปล่อยปลา ไหว้พระ ชมพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง
และ กินข้าว ชมวิว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เนื่องจากวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ชวนคุณแฟนไปปล่อยปลากันที่”วัดเทวราชกุญชร”
ซึ่งการเดินทางเราขับรถกันไป จากบ้านแถวอ่อนนุช
วิ่งเข้าเส้นพระราม9ตรงออกราชปรารภ แล้ววิ่งตรงยาวๆผ่านพระบรมรูปทรงม้า
แปปเดียวก็เจอประตูทางเข้าวัดแล้วค่ะ
เราสามารถจอดรถในวัดได้เลย (เก็บค่าที่จอดไป40.-)
หลังจากจอดรถ เราก็เดินออกมาทางด้านหน้าวัด จะเจอ7-11อยู่ด้านขวามือหลังจากหันออกมาจากวัด
ก็เดินเข้าซอยตลาดตรง7-11เลย เดินตรงสุดซอย ทะลุเข้าไปจนกว่าจะเจอหลังตลาด
จะมีแผงปลาขายอยู่ ซึ่งเขาบอกมาว่าตอนเช้าเขาก็ขายปลาสดแบบนี้เนี่ยแหละ
แต่แค่เรามาถึงบ่าย2กว่าๆตลาดวายแล้ว เขาก็เอาปลาที่เหลือจากขายไม่หมดตอนเช้ามาขายต่อ ให้คนไปปล่อย
ปลามีหลายแบบอยู่ เราเห็นมันดิ้นๆ สงสารมาก
เห็นปลาบางตัวดูเหมือนสภาพไม่ไหวแล้ว เราก็จะให้แม่ค้าจับให้ดูว่ามันยังไม่ได้นิ่งตายไปใช่ไหม
สรุปได้ปลาดุก3โล ปลาไหลโลครึ่ง ปลาหมอ9ตัว และเห็นปลาบู่เหลืออยู่ในถังตัวเดียว เลยเอามาด้วย
ทั้งหมดก็600กว่าบาท รีบซื้อรีบไปปล่อยมันลงน้ำ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่พอดีวันที่ไปน้ำท่วมในท่าวัด ปล่อยไม่ได้
เขาเลยแนะนำไปท่ากาหลง เดินเลยวัดไปนิดนึงไม่เกิน500เมตร ปล่อยได้เหมือนกัน
แล้วพี่พนักงานที่ร้านเขาก็ขนปลาไปส่งเราที่ท่า
ท่ากาหลงที่เราไปปล่อยเป็นเรือนร้านอาหาร
แต่เห็นน้ำก็ชัดเลยว่าท่วมขึ้นมาสูงมากๆ
ก่อนปล่อยเขาก็ให้กระดาษสวด
แต่เรารีบสวดเพราะสงสารมันอยู่ในถุงนาน อยากรีบปล่อยให้
ตอนปล่อยปลาก็ค่อยๆปล่อยมัน ให้มันปรับสภาพ(ไปอ่านวิธีปล่อยปลามาคร่าวๆก่อน) บางตัวก็นิ่งอยู่สักพักกว่าจะเริ่มว่ายได้
ก็ไม่รู้เหมือนกันมันจะรอดไหม แต่ก็อาจจะดีกว่านอนรอในถาดน้ำน้อยๆลุ้นขึ้นเขียงไปเรื่อยๆ
หลังจากปล่อยปลาเสร็จ ห่างกันไม่ไกลก็มีจุดให้อาหารปลา ปลาเยอะมากกก
จากนั้นก็เดินกลับเข้ามาในวัดกันต่อ เข้าไหว้พระพุทธเทวราชปฏิมากร ในพระอุโบสถ
ซึ่งถ้าใครอยากถวายเครื่องสักการะ ที่นี่เขาจะนิยมถวายผ้าไตร แทนดอกไม้ธูปเทียน (ตามความเชื่อนะคะ)
ต่อมาที่มณฑปจัตุรมุข อยู่ข้างๆกันกับพระอุโบสถ
ภายในประดิษฐาน หลวงพ่อดำ และ พระเก่าแก่มากมาย
อีกที่นึงที่ไม่ควรพลาดหากมาที่วัดเทวราชนี้คือพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง
ที่ด้านหน้าทางเข้าเป็นที่ประดิษฐาน ประติมากรรมพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
เสียค่าเข้าชมเป็นค่าทำนุบำรุงคนละ30บาทนะคะ
เข้าไปในอาคาร แอร์เย็น ดับร้อนที่ไปเดินๆมาได้ดีเลย
ห้องทางด้านซ้ายด้านล่าง มีพระสยามเทวาธิราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทย องค์จำลองประดิษฐานอยู่ ให้กราบไว้เป็นสิริมงคลกัน
ส่วนบริเวณรอบๆชั้นล่างจะเป็นประวัติของพิพิธภัณฑ์
และประวัติของท่าน ศ.ดร.อุกฤษและท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน (ผู้มอบบ้านไม้สักทองหลังนี้แก่ทางวัดไว้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์)
ขึ้นมาชั้นที่2
ตรงโถงกลางจะพบกับพระพุทธรูปโบราณสมัยอยุธยา
แล้วก็เข้าห้องฝั่งซ้ายมือไปสักการะหุ่นขี้ผึ้งอดีตสมเด็จพระสังฆราช 19 พระองค์กันต่อ
ตอนเดินเข้าไปในห้องรู้สึกถึงความขลังและน่าเคารพของพระทุกองค์มากๆ
แม้จะเป็นหุ่นขี้ผึ้ง แต่ตอนกราบไหว้เรารู้สึกเหมือนได้ไหว้ตัวจริงๆเลย
ส่วนในห้องฝั่งขวามือ เป็นห้องจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งเหมือนกัน
แต่เป็นองค์พระมหาเถระรูปสำคัญและเกจิอาจารย์ชื่อดังของไทย อาทิ หลวงพ่อคุณ, สมเด็จพุฒาจารย์โต, หลวงปู่ชา, หลวงปู่โต๊ะ และอีกหลายๆรูป
และกลางห้องนี้มีมณฑปจำลองสำหรับประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุให้ได้กราบสักการะอีกเช่นกัน
เสร็จแล้วก็เดินออกมาซื้อน้ำดื่มเย็นชื่นใจ
เริ่มหิวกันแล้ว...
ความจริงแถวเทเวศน์ก็มีของกินเยอะ แต่หาที่จอดลำบาก เราเลยตัดสินใจไปที่ยอดพิมานriver walk กันแทน
เพราะมีที่จอดรถ มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ แถมวิวสวยด้วย
ขับออกมาจากวัดก็ไม่ไกลมาก ประมาณ5กม.
ส่วนใครที่ไม่รู้จักยอดพิมานriver walk มันก็คือตรงปากคลองตลาดเลยค่า
มีที่จอดรถแบบลิฟท์อัตโนมัติ ไฮเทคมากๆ (รับบัตรจอด เสียค่าที่จอด)
แต่เราขับเจ้ารถมินิคันนี้กันไป เลยไม่สามารถรองรับนวัตกรรมใหม่ของที่จอดรถนี้ได้
เนื่องจากรถเล็กและเตี้ยมาก ท้องเลยชนกับฐานยกรถในลิฟท์
พี่ๆพนักงานเขาเห็นก็เข้าใจเลยชี้ให้เรามาจอดที่หน้าStarbucksนี้แหล่ะค่า
ที่ยอดพิมานนี้มีร้านอาหารเยอะเลย เรา2คนเดินขึ้นไปชมวิวชั้น2
บรรยากาศแถบนี้วิวดีมากๆๆ ยิ่งมาช่วงเย็นๆแล้วแดดเริ่มหาย ลมโกรกแทน
เจอร้านMango tree(ริมสุดฝั่งขวามือ หากหันหน้าเข้าแม่น้ำ) ดูหน้าตาใช้ได้ เลยเข้าไปนั่งทานข้าวกัน
เมนูที่สั่งตอนนี้มีแต่เมนูมังสวิรัตหมดเลยค่ะเนื่องจากคุณแฟนเราตั้งใจจะกินช่วงนี้
สั่งเมนูเต้าหู้ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานกับต้มยำเห็ดข้าวโพดอ่อนน้ำใสไป
สั่งไปแต่กับข้าวอย่างเดียวเพราะร้านนี้เค้ามีบริการข้าวกล้องให้ฟรี ดีเน้ออ รสชาติถือว่าพอใช้ได้เลยค่ะให้ผ่าน
ก่อนกลับขอโพสถ่ายรูปกับลูกชายสุดหล่อกันนิดนึง อิอิ
วันนี้ขอจบรีวิวเท่านี้นะค้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน้า
หวังว่าจะได้ลองเอาไปเป็นไอเดียแก้เบื่อชีวิตในเมือง และได้ไปทำบุญทำทานกันนะคะ : )
ฝากติดตามกันด้วยนะค้า
https://www.facebook.com/faisupats