ผมนั่งดู พี่ตูนและทีมงาน ก้าวคนละก้าว มา 2วันเต็มๆแล้วครับ ตอนทำงานต้องหาอนุญาติ พี่ๆเข้าเปิดคอมแล้วเข้าไปที่ เพจ ก้าว เพื่อจะดู การไลฟ์สดของ
พี่ตูนและทีมงาน ผมรู้สึก ดีใจและประทับแทน พี่น้องชาว 3จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก น้ำตามันไหลโดยไม่รู้ตัว ผมรู้สึกว่า ดินแดนแห่งอารยธรรม แห่งนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่ข่าวนำเสนอเลย เวลาดูข่าวนานมาแล้วที่ไม่เคยเห็น รอยยิ้มที่น่ารักและ แสนบริสุทธิ์ อย่างนี้
ดูสิครับ มีแต่ความน่ารัก และ ความมีน้ำใจ พวกเขาอยากแสดง ออกมานานแล้วครับ ว่า พวกเขาพร้อมที่จะทำความดี และอยาก แสดงให้เห้นว่า พวกเขานั้นไม่ได้แตกต่างกับ เราๆเลย มีไอดอลในดวงใจ มี จิตใจที่สะอาด ผมดีใจนะ เพราะ พวกเขาไม่รู้จะ เจอ คนดังๆ นักร้อง ที่เขาชอบ อีกเมื่อไหร่ เขาอยากเจอ เขาอยากดู แต่เพราะ สถานการณ์ ที่ไม่เอื้อ อำนวย ทำให้อาจจะไม่สะดวก แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นว่า เขาอยากเซลฟี่ อยาก พูดคุยกับ พี่ตูนมากเท่าไหร่ มีคนเอา สมุดมาให้เช็น บ้างก็ เสื้อผ้า บางก็ กีตาร์ก็มี เด็กๆ นักเรียนที่นั้นก็น่ารักมากครับ


ผมเชื่อว่า พวกเราทุกคนจะศาสนาไหนก็สอนให้เราเป็นคนดีครับ เพียงแต่ เวลาข่าวนำเสนอเราก็จะกลัวกัน แต่ที่ผมได้ดู การไลฟ์สด นั้นไม่ใช่เลย ทุกคนเป็นมิตร เมื่อวานวิ่งผ่าน น่าจะเป็น ชุมชนเล็กๆ ก็ชวน พี่ตูนและทีมงาน กิน ขนมเจาะหู กัน (ซึ่งชื่อจริงๆก็คือ ขนมดีซำ ) ดูสิครับ ไม่ได้น่ากลัวเลย

อย่างภาพนี้ครับ เขาบอกไว้ว่า “แบตูน ก๊ะช่วยบริจาคเงิน ตั้งใจวิ่งนะ”
ภาพนี้เล่าเรื่องราวสังคมและวัฒนธรรมของคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ การอยู่ร่วมกันแบบพหุสังคมพุทธและมุสลิม ช่วยเหลือกันในเวลาทุกข์ยาก ไม่แบ่งแยกศาสนา นี้แหละครับ ความน่ารักของ พี่น้องชาว มุสลิม 3 จังหวัดและผมเชื่อว่า ทุกๆคนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ครับ

และอย่างพี่คนนี้ เขาบอกไว้ว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลว่า
พี่ตูนและคณะกำลังจะวิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาลธารโต ในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แม้ในขนาดนั้นเขากำลังนอนพักรักษาตัวจากอาการป่วยโดยโรคมาลาเลียก็ตาม แต่ในวินาทีนั้นเขาขออนุญาตคุณหมอเพื่อออกมาเฝ้ารอ เพื่อได้เจอพี่ตูนซักครั้งในชีวิต เพื่อขอบคุณในสิ่งที่พี่ตูนได้ลงมือทำ
เพื่อนและพยาบาลช่วยกันเข็นรถวีลแชร์ขึ้นมาเฝ้ารออยู่ริมทางหน้าโรงพยาบาล
ถึงแดดจะร้อน
และเหงื่อก็ไหลออกมาทั่วใบหน้า...
แต่เขาก็ไม่มีสีหน้าถอดใจ
ตรงกันข้าม ยิ่งเขาเห็นขบวนวิ่งอยู่ไม่ไกล
สายตาจับจ้องมองหาผู้ชายที่ชื่อ ตูน อย่างไม่กระพริบตา
ผมเฝ้ารอดูถึงภาพตรงหน้า....
ในเวลานั้นคนมาเฝ้ารอเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงพยาบาล
พี่ตูนวิ่งผ่านด้านหลังของคนป่วยเข้าไปในฝูงชน
ไปไกลเกือบ 10 เมตร
ดูเหมือนความฝันจะพังทลาย..
พี่ตูนวิ่งผ่านไป...และไม่อาจจะรู้เลยว่า โอกาสที่จะได้ให้กำลังใจกันแบบนี้จะมีอีกไหม...
เขานั่งนิ่ง มองไปที่หัวขบวน
ผมไม่รู้ว่า ในความคิดเขารู้สึกอย่างไร
แต่ถ้าเป็นผม นอกจากความเข้าใจ อาจจะแอบเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสพบเจอ แล้วรีบเข็นวีลแชร์ไปหลบแดด นอนพักรักษาตัว
เสียงตะโกนจากทีมงาน...
"พี่ตูนวิ่งกลับมาข้างหลังครับ
แจ้งว่าวิ่งไปหาคนป่วยที่นั่งวีลแชร์ครับ"
คนป่วยทั้งให้กำลังใจและขอบคุณที่กลับมา
เวลาตอนนั้นดูเหมือนจะหยุดลง ทั้งโผล่ใส่เข้าหากันเพื่อเติมพลังให้กันและกัน
"เสียดายครับ ผมซ้อมวิ่งมาหลายวัน ดันมาป่วยเป็นโรคมาลาเรีย เลยอดวิ่งกับพี่เลย " คนป่วยบอกกับพี่ตูน
"ไม่เป็นไร เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน...ขอให้หายไวไว แล้วออกมาร่วมกันนะครับ ผมจะรอ" พี่ตูนพูดเสร็จพร้อมกับยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อขอจับมือมิตรสหายริมทางท่านนี
ก่อนจากกันทั้งคู่กำมือกันแน่นขนัด
แม้ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้
แต่สายตาทั้งสองกำลังสื่อสารภาษาเดียวกัน
แม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาที และไม่ได้ก้าวเท้าไปด้วยกันบนถนน
แต่ผมว่าคนสองคนจะไม่มีทางลืมช่วงเวลาดีดีที่เจอกัน
ซึ่งตรงนี้ผมก็ดู เขาไลฟ์สดอยู่ตรง หน้า โรงพยาบาล ธารโตครับ มีความสุขครับ เมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้




ขอบคุณที่ตูนและทีมงานครับ ที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขาอยากแสดงออก อยาก มีกิจกรรม อยากให้คนที่มาเยี่ยม 3 จังหวัดเยอะๆครับ ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
และสุดท้ายครับ ขอบคุณ พี่ๆทหาร พี่ๆ ตชด ที่ช่วยดูแลความปลอดภัยและการ จราจรตลอดมาครับ สู้ๆนะครับ พี่ๆ

อยากฝากเป็นสิ่งสุดท้ายครับ วันนี้ พี่น้องชาว 3 จังหวัดได้แสดงให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นแล้วครับ ว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ เปิดใจและลองมาเที่ยวครับ มิตรไมตรี น้ำใจ และ มิตรภาพรอ พี่น้องชาวไทย ลงมาเที่ยวอยู่ครับ


ปล.หากผมเขียนไม่น่าอ่าน หรือ ลงรูปไม่ค่อยสวย ขอ อภัยด้วยครับ พอดีหัวผมนึกคำพูดออกมา เลยตั้งใจจะมาเขียนครับ เดียวลืม ^^
เครติดรูปภาพ เพจกลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้
เพจ ก้าว
ขอบคุณทุกๆคนเลยครับ ที่สละเวลาเข้ามาอ่าน ผมหวังว่า กระทู้นี้ จะช่วยเปลี่ยน ความน่ากลัวของคนส่วนใหญ่เป็นความน่ารักของ พี่น้องชาวไทยพุทธ มุสลิมใน 3 จังหวัดนะครับ ^__^
นานแค่ไหนแล้วครับที่เราไม่ได้เห็นรอยยิ้มของพี่น้องชาว 3 จังหวัด อยากขอบคุณ โครงการก้าวคนละก้าว มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
พี่ตูนและทีมงาน ผมรู้สึก ดีใจและประทับแทน พี่น้องชาว 3จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก น้ำตามันไหลโดยไม่รู้ตัว ผมรู้สึกว่า ดินแดนแห่งอารยธรรม แห่งนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่ข่าวนำเสนอเลย เวลาดูข่าวนานมาแล้วที่ไม่เคยเห็น รอยยิ้มที่น่ารักและ แสนบริสุทธิ์ อย่างนี้
ดูสิครับ มีแต่ความน่ารัก และ ความมีน้ำใจ พวกเขาอยากแสดง ออกมานานแล้วครับ ว่า พวกเขาพร้อมที่จะทำความดี และอยาก แสดงให้เห้นว่า พวกเขานั้นไม่ได้แตกต่างกับ เราๆเลย มีไอดอลในดวงใจ มี จิตใจที่สะอาด ผมดีใจนะ เพราะ พวกเขาไม่รู้จะ เจอ คนดังๆ นักร้อง ที่เขาชอบ อีกเมื่อไหร่ เขาอยากเจอ เขาอยากดู แต่เพราะ สถานการณ์ ที่ไม่เอื้อ อำนวย ทำให้อาจจะไม่สะดวก แต่พวกเขาก็แสดงให้เห็นว่า เขาอยากเซลฟี่ อยาก พูดคุยกับ พี่ตูนมากเท่าไหร่ มีคนเอา สมุดมาให้เช็น บ้างก็ เสื้อผ้า บางก็ กีตาร์ก็มี เด็กๆ นักเรียนที่นั้นก็น่ารักมากครับ
ภาพนี้เล่าเรื่องราวสังคมและวัฒนธรรมของคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ การอยู่ร่วมกันแบบพหุสังคมพุทธและมุสลิม ช่วยเหลือกันในเวลาทุกข์ยาก ไม่แบ่งแยกศาสนา นี้แหละครับ ความน่ารักของ พี่น้องชาว มุสลิม 3 จังหวัดและผมเชื่อว่า ทุกๆคนส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ครับ
และอย่างพี่คนนี้ เขาบอกไว้ว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลว่า
พี่ตูนและคณะกำลังจะวิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาลธารโต ในอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แม้ในขนาดนั้นเขากำลังนอนพักรักษาตัวจากอาการป่วยโดยโรคมาลาเลียก็ตาม แต่ในวินาทีนั้นเขาขออนุญาตคุณหมอเพื่อออกมาเฝ้ารอ เพื่อได้เจอพี่ตูนซักครั้งในชีวิต เพื่อขอบคุณในสิ่งที่พี่ตูนได้ลงมือทำ
เพื่อนและพยาบาลช่วยกันเข็นรถวีลแชร์ขึ้นมาเฝ้ารออยู่ริมทางหน้าโรงพยาบาล
ถึงแดดจะร้อน
และเหงื่อก็ไหลออกมาทั่วใบหน้า...
แต่เขาก็ไม่มีสีหน้าถอดใจ
ตรงกันข้าม ยิ่งเขาเห็นขบวนวิ่งอยู่ไม่ไกล
สายตาจับจ้องมองหาผู้ชายที่ชื่อ ตูน อย่างไม่กระพริบตา
ผมเฝ้ารอดูถึงภาพตรงหน้า....
ในเวลานั้นคนมาเฝ้ารอเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงพยาบาล
พี่ตูนวิ่งผ่านด้านหลังของคนป่วยเข้าไปในฝูงชน
ไปไกลเกือบ 10 เมตร
ดูเหมือนความฝันจะพังทลาย..
พี่ตูนวิ่งผ่านไป...และไม่อาจจะรู้เลยว่า โอกาสที่จะได้ให้กำลังใจกันแบบนี้จะมีอีกไหม...
เขานั่งนิ่ง มองไปที่หัวขบวน
ผมไม่รู้ว่า ในความคิดเขารู้สึกอย่างไร
แต่ถ้าเป็นผม นอกจากความเข้าใจ อาจจะแอบเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสพบเจอ แล้วรีบเข็นวีลแชร์ไปหลบแดด นอนพักรักษาตัว
เสียงตะโกนจากทีมงาน...
"พี่ตูนวิ่งกลับมาข้างหลังครับ
แจ้งว่าวิ่งไปหาคนป่วยที่นั่งวีลแชร์ครับ"
คนป่วยทั้งให้กำลังใจและขอบคุณที่กลับมา
เวลาตอนนั้นดูเหมือนจะหยุดลง ทั้งโผล่ใส่เข้าหากันเพื่อเติมพลังให้กันและกัน
"เสียดายครับ ผมซ้อมวิ่งมาหลายวัน ดันมาป่วยเป็นโรคมาลาเรีย เลยอดวิ่งกับพี่เลย " คนป่วยบอกกับพี่ตูน
"ไม่เป็นไร เราเป็นกำลังใจให้กันและกัน...ขอให้หายไวไว แล้วออกมาร่วมกันนะครับ ผมจะรอ" พี่ตูนพูดเสร็จพร้อมกับยื่นแขนไปข้างหน้าเพื่อขอจับมือมิตรสหายริมทางท่านนี
ก่อนจากกันทั้งคู่กำมือกันแน่นขนัด
แม้ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้
แต่สายตาทั้งสองกำลังสื่อสารภาษาเดียวกัน
แม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาที และไม่ได้ก้าวเท้าไปด้วยกันบนถนน
แต่ผมว่าคนสองคนจะไม่มีทางลืมช่วงเวลาดีดีที่เจอกัน
ซึ่งตรงนี้ผมก็ดู เขาไลฟ์สดอยู่ตรง หน้า โรงพยาบาล ธารโตครับ มีความสุขครับ เมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้
และสุดท้ายครับ ขอบคุณ พี่ๆทหาร พี่ๆ ตชด ที่ช่วยดูแลความปลอดภัยและการ จราจรตลอดมาครับ สู้ๆนะครับ พี่ๆ
อยากฝากเป็นสิ่งสุดท้ายครับ วันนี้ พี่น้องชาว 3 จังหวัดได้แสดงให้คนไทยทั้งประเทศได้เห็นแล้วครับ ว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ เปิดใจและลองมาเที่ยวครับ มิตรไมตรี น้ำใจ และ มิตรภาพรอ พี่น้องชาวไทย ลงมาเที่ยวอยู่ครับ
เครติดรูปภาพ เพจกลุ่มต่อต้านมุสลิมหัวรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนใต้
เพจ ก้าว
ขอบคุณทุกๆคนเลยครับ ที่สละเวลาเข้ามาอ่าน ผมหวังว่า กระทู้นี้ จะช่วยเปลี่ยน ความน่ากลัวของคนส่วนใหญ่เป็นความน่ารักของ พี่น้องชาวไทยพุทธ มุสลิมใน 3 จังหวัดนะครับ ^__^