นี่คือแฟนฟิค มิใช่เนื้อหาของละครนะจ๊ะ มโนเอาขำรับซีซั่นใหม่เฉย ๆ
Parallel world : Office first time
" น้องใหม่แผนกเธอหล่อจัง "
สาว(น้อย)แก่(มาก)ออกปากแซวอย่างคะนองด้วยอาวุโสสูงกว่า
" จะไปแซวเด็กมันทำมั้ยยยย เพิ่งจบเหมือนผ้าบิดไม่ทันหมาด "
คนเป็นหัวหน้าสายตรงปรายตามองไปเบื้องหลัง
" บิดจนจะเป็นเลขแปดแล้วมั้งน่ะ "
เด็กจบใหม่ยังคงยืนทำตัวไม่ถูก เมื่อตกอยู่ในวงล้อมพี่ ๆ ที่ทำงานทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ใครจะไปนึกล่ะว่าอดีตเฮดว้ากผู้เกรียงไกรจะมีวันนี้ได้
" ชื่ออะไรนะเรา"
" อาทิตย์ครับ "
" ยาว "
ผู้เป็นนายวิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้า
สองพยางค์นี่ยาวละเรอะ อาทิตย์คิดในใจ
" ชื่อเล่นมีไหม เอาอะไรง่าย ๆ สั้น ๆ พยางค์เดียว "
" อุ่นครับ "
คราวนี้คนถามมองขึ้นมองลงนิดหน่อย
" ดูซอฟท์ไป "
" งั้นเรียกอาทิตย์ก็ได้ "
คนถูกถามเริ่มปวดหัวเป็นริ้ว ๆ ที่เขาว่าโลกแห่งการทำงานมันไม่ง่ายก็คงแบบนี้นี่เองสินะ
" อ่ะ นี่โต๊ะ "
จากนั้นคำอธิบายยาวเหยียดว่าอะไรอยู่ที่ไหนใครชื่ออะไรตำแหน่งไหนบ้างออกจากปาก "พี่" หัวหน้าแผนกเร็วปรื๋อเหมือนรถไฟด่วน ด่วนกว่าเล็คเชอร์ของอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าไวกว่าแสงตอนสมัยเรียนเสียอีก แล้วตอนที่สมองกำลังจะประมวลผล ตอนที่ปากกำลังจะเอ่ยถาม เรื่องที่สั่งก็เปลี่ยนไปไกลหลายหัวข้อเสียแล้ว
" อือ ตามนี้เจอกันตอนเย็นนะ "
เจ้าตัวคงหมายถึงงานเลี้ยงรับพนักงานใหม่เย็นนี้
" ติดรถพี่ไปแล้วกัน ยังไม่มีรถใช่ไหมเรา"
ยังไม่ทันพยักหน้าหรือตอบปฏิเสธ ก็เห็นหลังไว ๆ แวบออกประตูไปซะอย่างนั้น
" แบบนี้แหละ งานด่วน งานเร่งงานร้อนตลอดล่ะ แผนกเรา "
พี่สาวใส่แว่นท่าทางเรียบร้อยค่อยอรรถาธิบาย แล้วมาด้วยท่าทางเห็นใจ
" สักพักเดี๋ยวก็ชิน "
" ฟังไม่ทันก็ดูแฟ้มงานบนโต๊ะแน่ะ พี่เขาทำดรรชนีไว้ให้หมดแล้ว่าทำอะไรบ้าง "
เมื่อเห็นอาทิตย์เปิดดูแล้วทำหน้าเหวอ
" ถ้าอ่านไม่ออก ถามแถวนี้ได้ทุกคนนะ "
เธอผู้นั้นยิ้มอ่อน
" ยินดีต้อนรับสู่แผนกเราจ้ะ "
....
อาทิตย์เงยหน้าจากกองงานสำหรับ "เด็กใหม่" ก็เป็นช่วงเที่ยงแล้ว แต่ยังไม่เห็นทีที่ว่าจะมีใครลุกจากโต๊ะ ต่างคนต่างขมักเขม้นกับปึกกระดาษในมือ บ้างก็เป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งพี่แว่นคนเดิมซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ถามชื่อเงยจากปึกกระดาษที่ตรวจอยู่ด้วยความเมื่อยล้าขึ้นมาสบตาเขา พร้อมเหลือบไปมองนาฬิกา
" เออ ลืมไปเลย มีใครบอกรึยังแคนทีนไปทางไหน "
เจ้าตัวหันไปด้านหลัง
" เธอไปเป็นเพื่อนน้องเค้าหน่อยสิ "
ผู้ชายอีกคนที่เขาไม่เห็นหน้าในตอนแรกเงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมฯ
" อะไรอีกยะยัยจืด สัญญาลูกค้ายังไม่แล้วจะให้ชั้นทำอะไรอีกยะแม่คุณ "
โอเค ... ไม่ชายก็ได้
น้ำเสียงโทนประชดกลายเป็นเสียงสองกะทันหันเมื่อเห็น "เด็กใหม่" นั่งมองสถานการณ์ด้วยความบ๊องแบ๊ว
" ใครอ่ะ "
ชาย ? คนนั้นถามกลับมายังพี่แว่นด้วยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกยากจะบรรยาย
" น้องใหม่แผนกเราไง หัวหน้าพามาเมื่อเช้า "
" ชั้นจะไปรู้ได้ไง "
สิ้นเสียงตอบเพียงชั่วกระพริบตาสองที ชาย ? ที่ก่อนหน้านั้นอยู่ซอกด้านในสุดก็ปรูดมาเกาะแขนเขาเรียบร้อย
" ชื่อไรอ่ะ "
" อาทิตย์ครับ "
" อุ๊ย ดูอบอุ่นเว่อร์วัง"
เสียงถอนหายใจยืดยาวดังมาจากพี่สาวแว่นอีกที ส่วนอาทิตย์ได้แต่ยืนตัวเกร็ง อยากจะบอกเหลือเกินว่าพี่ไปกับผมได้ไหม พี่ดูปกติสุดแล้ว
" เธอพาน้องเขาไปทัวร์ที เราทำบัญชีอยู่ "
ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วข้าว
" หล่อนเอาอะไรไหม ? "
" มะนาวโซดาแก้ว คะน้าหมูสับไข่ดาวไม่สุก "
คนรับออเดอร์ทำหน้าเบื่อหน่าย
" กินอะไรรู้จักแต่เดิม ๆ "
ว่าแล้วเขาก็ต้องโดนฉุดคู่เคียงไปกับ "ดาวเฉิดฉายแห่งออฟฟิศ" ตามที่ได้รับการบอกกล่าวจากคนนำทัวร์ข้างตัว ซึ่ง ... ก็สมฉายาดีอยู่ เพราะเดินไปที่ไหนคนก็รู้จัก มา 20 ก็รู้จักทักทาย 20 นั่นแหละ นอกจากนั้นยังมีพรรณนาโวหารสาธกโวหารประกอบซาวน์เอฟเฟ็คชนิดถึงพริกถึงขิง
" เห็นยัยป้าคนนั้นไหม "
" เออ ชุดดำ ย้อมผมทองนั่นน่ะ "
" ระวังนะยะรายนั้นแม่เสือดี ๆ นี่เอง ฉายานักสอย "
"ส่วนโน่น "
คนเล่าน้ำลายแตกฟองบุ้ยส่งไปยังผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ แต่ใส่ชุดลูกไม้ระบายกรุยกรายราวกับสาวเดบูตองวินเทจวิคตอเรียน
" นี่ก็อีก ตีนกามาเป็นฝูง ยังทำฟรุ้งฟริ้งเหมือนเด็ก 17 อยู่ได้ "
" ระวังนางมาแบ๊วใส่ นี่เตือนไว้ คืนนี้ชีก็คงมา เรื่องรื่นเริงละไม่พลาด พอเรื่องงานละหาย มาถึง 9 โมง ไปกินข้าว 11 โมงกลับเข้าออฟฟิศบ่ายสอง สี่โมงเย็นกลับบ้าน "
เจ้าตัวเปลี่ยนเรื่องไวปุ๊บปั๊บจนอาทิตย์หัวหมุน
" บ้องแบ๊วอย่างเธอ แฟนท่าจะยังไม่มี "
ทางนั้นไม่ปล่อยให้เขาได้เอื้อนเอ่ยซักคำ
" ถ้ามี ... พักกลางวันแบบนี้ชะนีโทรจิกแล้ว "
" สาว ๆ สวย ๆ โสด ๆ ก็พอดี สนใจคนไหนก็บอกได้นะ "
แต่ว่าไป
" อยู่ใกล้ชั้นกับยัยจืดไว้ละดี "
" ไม่มีพิษภัย "
คนพูดสรุป
" อ่ะ ... ถึงละแคนทีน "
ฟังเพลิน ๆ ถึงกับชะงัก เมื่อเงยหน้าก็เห็นความวุ่นวายวินาศสันตะโร ราวกับพนักงานทุกแห่งหนมารวมศูนย์อยู่ที่นี่
" แถวนี้แม่มเถื่อน บอกตรง ๆ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้หรอกย่ะ "
ไกด์ทัวร์กิติมศักดิ์สูดหายใจราวกับจะไปรบทัพจับศึก
สายตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวของคนข้างตัวเริ่มทำงาน อ๊ะ นั่นไงโต๊ะว่าง
" เธอ ด้านขวาสิบนาฬิกา วิ่งจองโต๊ะเดี๋ยวนี้เลย "
" วันนี้เธอเอางานง่ายไปก่อนจองโต๊ะ งานยากอย่างเข้าแถวต่อคิวเดี๋ยวฉันเอง "
" จะกินอะไร ? "
ขณะที่นิ่งคิดแล้วกำลังจะตอบ
" โอ๊ยช้า อาหารสิ้นคิดละกัน กะเพราะไก่ไข่ดาวนะ "
" เอ้าเร็วสิเธอ โน่นเขาวิ่งจะเข้าโต๊ะแล้ว ไปเร้ว ๆๆๆๆๆๆ "
แล้วจะว่าอย่างไรได้นอกจากทำตามคำบอกกล่าว
อะไร ๆ ที่นี่ดูจะเร่งเร็ววุ่นวายไปเสียทุกอย่างเลยแฮะ อาทิตย์คิดขณะที่ไล่เกียร์มาไปจองโต๊ะราวเล่นเก้าอี้ดนตรี เมื่อได้ทรุดตัวลงนั่น โทรศัพท์ก็สั่นรัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงพอดี
" ือือ "
" ทำงานเป็นยังไงบ้างครับวันแรก "
เจ้าตัวนึกถึงบทสนทนาว่าด้วย "ชะนี" โทรจิกเมื่อตะกี้ แล้วยิ้มขำ ...
พอดีแฟนไม่ใช่ชะนี และ พอดีไม่คิดจะมองใครคนไหนนอกจากคนในโทรศัพท์นี่แหละ
SOTUS the series (กึ่งแต่งเรื่อง) : Sotus S โลกคู่ขนาน ... รับซีซั่นใหม่
Parallel world : Office first time
" น้องใหม่แผนกเธอหล่อจัง "
สาว(น้อย)แก่(มาก)ออกปากแซวอย่างคะนองด้วยอาวุโสสูงกว่า
" จะไปแซวเด็กมันทำมั้ยยยย เพิ่งจบเหมือนผ้าบิดไม่ทันหมาด "
คนเป็นหัวหน้าสายตรงปรายตามองไปเบื้องหลัง
" บิดจนจะเป็นเลขแปดแล้วมั้งน่ะ "
เด็กจบใหม่ยังคงยืนทำตัวไม่ถูก เมื่อตกอยู่ในวงล้อมพี่ ๆ ที่ทำงานทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ใครจะไปนึกล่ะว่าอดีตเฮดว้ากผู้เกรียงไกรจะมีวันนี้ได้
" ชื่ออะไรนะเรา"
" อาทิตย์ครับ "
" ยาว "
ผู้เป็นนายวิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้า
สองพยางค์นี่ยาวละเรอะ อาทิตย์คิดในใจ
" ชื่อเล่นมีไหม เอาอะไรง่าย ๆ สั้น ๆ พยางค์เดียว "
" อุ่นครับ "
คราวนี้คนถามมองขึ้นมองลงนิดหน่อย
" ดูซอฟท์ไป "
" งั้นเรียกอาทิตย์ก็ได้ "
คนถูกถามเริ่มปวดหัวเป็นริ้ว ๆ ที่เขาว่าโลกแห่งการทำงานมันไม่ง่ายก็คงแบบนี้นี่เองสินะ
" อ่ะ นี่โต๊ะ "
จากนั้นคำอธิบายยาวเหยียดว่าอะไรอยู่ที่ไหนใครชื่ออะไรตำแหน่งไหนบ้างออกจากปาก "พี่" หัวหน้าแผนกเร็วปรื๋อเหมือนรถไฟด่วน ด่วนกว่าเล็คเชอร์ของอาจารย์ที่ขึ้นชื่อว่าไวกว่าแสงตอนสมัยเรียนเสียอีก แล้วตอนที่สมองกำลังจะประมวลผล ตอนที่ปากกำลังจะเอ่ยถาม เรื่องที่สั่งก็เปลี่ยนไปไกลหลายหัวข้อเสียแล้ว
" อือ ตามนี้เจอกันตอนเย็นนะ "
เจ้าตัวคงหมายถึงงานเลี้ยงรับพนักงานใหม่เย็นนี้
" ติดรถพี่ไปแล้วกัน ยังไม่มีรถใช่ไหมเรา"
ยังไม่ทันพยักหน้าหรือตอบปฏิเสธ ก็เห็นหลังไว ๆ แวบออกประตูไปซะอย่างนั้น
" แบบนี้แหละ งานด่วน งานเร่งงานร้อนตลอดล่ะ แผนกเรา "
พี่สาวใส่แว่นท่าทางเรียบร้อยค่อยอรรถาธิบาย แล้วมาด้วยท่าทางเห็นใจ
" สักพักเดี๋ยวก็ชิน "
" ฟังไม่ทันก็ดูแฟ้มงานบนโต๊ะแน่ะ พี่เขาทำดรรชนีไว้ให้หมดแล้ว่าทำอะไรบ้าง "
เมื่อเห็นอาทิตย์เปิดดูแล้วทำหน้าเหวอ
" ถ้าอ่านไม่ออก ถามแถวนี้ได้ทุกคนนะ "
เธอผู้นั้นยิ้มอ่อน
" ยินดีต้อนรับสู่แผนกเราจ้ะ "
....
อาทิตย์เงยหน้าจากกองงานสำหรับ "เด็กใหม่" ก็เป็นช่วงเที่ยงแล้ว แต่ยังไม่เห็นทีที่ว่าจะมีใครลุกจากโต๊ะ ต่างคนต่างขมักเขม้นกับปึกกระดาษในมือ บ้างก็เป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งพี่แว่นคนเดิมซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ถามชื่อเงยจากปึกกระดาษที่ตรวจอยู่ด้วยความเมื่อยล้าขึ้นมาสบตาเขา พร้อมเหลือบไปมองนาฬิกา
" เออ ลืมไปเลย มีใครบอกรึยังแคนทีนไปทางไหน "
เจ้าตัวหันไปด้านหลัง
" เธอไปเป็นเพื่อนน้องเค้าหน่อยสิ "
ผู้ชายอีกคนที่เขาไม่เห็นหน้าในตอนแรกเงยหน้าขึ้นมาจากจอคอมฯ
" อะไรอีกยะยัยจืด สัญญาลูกค้ายังไม่แล้วจะให้ชั้นทำอะไรอีกยะแม่คุณ "
โอเค ... ไม่ชายก็ได้
น้ำเสียงโทนประชดกลายเป็นเสียงสองกะทันหันเมื่อเห็น "เด็กใหม่" นั่งมองสถานการณ์ด้วยความบ๊องแบ๊ว
" ใครอ่ะ "
ชาย ? คนนั้นถามกลับมายังพี่แว่นด้วยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังรู้สึกยากจะบรรยาย
" น้องใหม่แผนกเราไง หัวหน้าพามาเมื่อเช้า "
" ชั้นจะไปรู้ได้ไง "
สิ้นเสียงตอบเพียงชั่วกระพริบตาสองที ชาย ? ที่ก่อนหน้านั้นอยู่ซอกด้านในสุดก็ปรูดมาเกาะแขนเขาเรียบร้อย
" ชื่อไรอ่ะ "
" อาทิตย์ครับ "
" อุ๊ย ดูอบอุ่นเว่อร์วัง"
เสียงถอนหายใจยืดยาวดังมาจากพี่สาวแว่นอีกที ส่วนอาทิตย์ได้แต่ยืนตัวเกร็ง อยากจะบอกเหลือเกินว่าพี่ไปกับผมได้ไหม พี่ดูปกติสุดแล้ว
" เธอพาน้องเขาไปทัวร์ที เราทำบัญชีอยู่ "
ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้วข้าว
" หล่อนเอาอะไรไหม ? "
" มะนาวโซดาแก้ว คะน้าหมูสับไข่ดาวไม่สุก "
คนรับออเดอร์ทำหน้าเบื่อหน่าย
" กินอะไรรู้จักแต่เดิม ๆ "
ว่าแล้วเขาก็ต้องโดนฉุดคู่เคียงไปกับ "ดาวเฉิดฉายแห่งออฟฟิศ" ตามที่ได้รับการบอกกล่าวจากคนนำทัวร์ข้างตัว ซึ่ง ... ก็สมฉายาดีอยู่ เพราะเดินไปที่ไหนคนก็รู้จัก มา 20 ก็รู้จักทักทาย 20 นั่นแหละ นอกจากนั้นยังมีพรรณนาโวหารสาธกโวหารประกอบซาวน์เอฟเฟ็คชนิดถึงพริกถึงขิง
" เห็นยัยป้าคนนั้นไหม "
" เออ ชุดดำ ย้อมผมทองนั่นน่ะ "
" ระวังนะยะรายนั้นแม่เสือดี ๆ นี่เอง ฉายานักสอย "
"ส่วนโน่น "
คนเล่าน้ำลายแตกฟองบุ้ยส่งไปยังผู้หญิงวัยสามสิบต้น ๆ แต่ใส่ชุดลูกไม้ระบายกรุยกรายราวกับสาวเดบูตองวินเทจวิคตอเรียน
" นี่ก็อีก ตีนกามาเป็นฝูง ยังทำฟรุ้งฟริ้งเหมือนเด็ก 17 อยู่ได้ "
" ระวังนางมาแบ๊วใส่ นี่เตือนไว้ คืนนี้ชีก็คงมา เรื่องรื่นเริงละไม่พลาด พอเรื่องงานละหาย มาถึง 9 โมง ไปกินข้าว 11 โมงกลับเข้าออฟฟิศบ่ายสอง สี่โมงเย็นกลับบ้าน "
เจ้าตัวเปลี่ยนเรื่องไวปุ๊บปั๊บจนอาทิตย์หัวหมุน
" บ้องแบ๊วอย่างเธอ แฟนท่าจะยังไม่มี "
ทางนั้นไม่ปล่อยให้เขาได้เอื้อนเอ่ยซักคำ
" ถ้ามี ... พักกลางวันแบบนี้ชะนีโทรจิกแล้ว "
" สาว ๆ สวย ๆ โสด ๆ ก็พอดี สนใจคนไหนก็บอกได้นะ "
แต่ว่าไป
" อยู่ใกล้ชั้นกับยัยจืดไว้ละดี "
" ไม่มีพิษภัย "
คนพูดสรุป
" อ่ะ ... ถึงละแคนทีน "
ฟังเพลิน ๆ ถึงกับชะงัก เมื่อเงยหน้าก็เห็นความวุ่นวายวินาศสันตะโร ราวกับพนักงานทุกแห่งหนมารวมศูนย์อยู่ที่นี่
" แถวนี้แม่มเถื่อน บอกตรง ๆ ไม่แน่จริงอยู่ไม่ได้หรอกย่ะ "
ไกด์ทัวร์กิติมศักดิ์สูดหายใจราวกับจะไปรบทัพจับศึก
สายตาคมกริบเหมือนเหยี่ยวของคนข้างตัวเริ่มทำงาน อ๊ะ นั่นไงโต๊ะว่าง
" เธอ ด้านขวาสิบนาฬิกา วิ่งจองโต๊ะเดี๋ยวนี้เลย "
" วันนี้เธอเอางานง่ายไปก่อนจองโต๊ะ งานยากอย่างเข้าแถวต่อคิวเดี๋ยวฉันเอง "
" จะกินอะไร ? "
ขณะที่นิ่งคิดแล้วกำลังจะตอบ
" โอ๊ยช้า อาหารสิ้นคิดละกัน กะเพราะไก่ไข่ดาวนะ "
" เอ้าเร็วสิเธอ โน่นเขาวิ่งจะเข้าโต๊ะแล้ว ไปเร้ว ๆๆๆๆๆๆ "
แล้วจะว่าอย่างไรได้นอกจากทำตามคำบอกกล่าว
อะไร ๆ ที่นี่ดูจะเร่งเร็ววุ่นวายไปเสียทุกอย่างเลยแฮะ อาทิตย์คิดขณะที่ไล่เกียร์มาไปจองโต๊ะราวเล่นเก้าอี้ดนตรี เมื่อได้ทรุดตัวลงนั่น โทรศัพท์ก็สั่นรัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงพอดี
" ือือ "
" ทำงานเป็นยังไงบ้างครับวันแรก "
เจ้าตัวนึกถึงบทสนทนาว่าด้วย "ชะนี" โทรจิกเมื่อตะกี้ แล้วยิ้มขำ ...
พอดีแฟนไม่ใช่ชะนี และ พอดีไม่คิดจะมองใครคนไหนนอกจากคนในโทรศัพท์นี่แหละ