หรือเราโง่เอง18+

เรื่องมีอยู่ว่า เรารู้จักกับผู้ชายคนนึงผ่านแอพแชท ขออนุญาติไม่เปิดเผยนะคะ ผู้ชายนี้หน้าตาดี เรียนจบสูง หน้าที่การงานดี เรียกได้ว่าโปรไฟล์ดีเลยทีเดียวค่ะ เขาทักแชทเรา ซึ่งแอพนี้ จะคุยกันได้ต้องกดถูกใจกันทั้งสองฝ่ายเท่านั้นถึงจะคุยกันได้ บางคนที่เล่นแอพนี้อยู่จะรู้ว่ามันคือแอพอะไร เขาเข้ามาคุยกับเราถามนู้นนี่นั่นเรา

ตอนนั้นเราไม่ได้รู้สึกอะไร เราตอบข้อความเขาปกติ เขาถามคำเราตอบคำ ข้อเสียของแอพนี้คือเวลาที่มีคนส่งข้อความมาถ้าหากไม่ได้เปิดแอพ จะไม่มีการแจ้งเตือนขึ้น ผู้ชายคนนั้นได้ขอไลน์เรา นี่เป็นสาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น...........
เราให้ไลน์เขาไปค่ะ แล้วเขาก็แอดมา เขาส่งข้อความมาหาเรา ถามนู้นนี่นั่น คุยกัน เขาเป็นคนที่คุยแล้วสนุก เราอายุ20 ค่ะ เขา 32 เขาห่างกับเรา12ปี หน้าที่การการเขาเป็นที่เคารพ

เขาเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งค่ะ เราคุยกับเขาเรายอมรับว่าเราติดเขานะคะ เขาดูเป็นคนอบอุ่น คุยด้วยแล้วสบายใจ เราคุยกับเขาเรารู้สึกสบายใจ เขาเหมือนจะเข้าใจในทุกๆเรื่อง เราก็คุยกับเขามาเรื่อยๆ เล่าให้ฟังว่าไปไหนบ้าง กินอะไรบ้าง มีอะไรสนุกๆก็แชร์ให้เขาฟัง ถ่ายรูปนู้นนี่นั่นให้เขาดู เขาจะคอยห้ามไม่ให้เรานอนดึก ไม่ให้ดื่มแอลกอฮอร์ สอนสิ่งต่างๆให้เรา  
ช่วงนั้นเหมือนโลกเป็นสีชมพูทั้งใบ มองอะไรก็สดใส สวยงาม แต่ใครจะไปรู้ว่าความสุขมันจะอยู่กับเราได้นานซักเท่าไหร่ เราคุยกับเขามาได้ประมาณเดือนนึง เขาก็ชวนเราไปกินข้าว ตอนนั้นเราไว้ใจเขามาก เราไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายกับเราได้ขนาดนี้ เขานัดเราไปที่หน้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งใกล้กับที่เราอยู่ แต่ไม่ใช่มหลัยที่เขาสอนนะคะ แต่มหาลัยนี้อยู่ใกล้ๆกัน

ตอนนั้นเราไม่มีรถค่ะ เราไปไม่ถูกเราเลยนัดเขาที่ห้างเซ็ลทรัลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน เขาไม่ไปค่ะ เขาบอกว่าเขากลัวนักศึกษามาเห็น เขาไม่เคยไปเที่ยวไหนกับผู้หญิงเลย เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของเขา ตอนนั้นเราก็เข้าใจเขานะคะ เราเปลี่ยนเป็นนัดกันที่ห้างแมคโคร เรานั่งแท็กซี่ไปรอเขาที่แมคโคร เรารอเขาประมาณ 30 นาที เขาบอกว่ารถติด ซึ่งตอนนั้นเราก็เข้าใจเขานะ เพราะเรานัดกันช่วง 5โมงเย็น รถก็ติดเป็นธรรมดา

ตอนนั้นเราไม่ได้ระแวงอะไรเลย ทั้งที่พี่ที่รู้จักได้เตือนเราแล้วว่าอย่าเพิ่งไว้ใจเขา แต่เรากลับไม่ฟัง เราคิดแต่ว่าเขาเป็นคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจ เราไว้ใจเขามากเรายอมรับเลยค่ะ พอเขามาถึงเขาก็โทรมาให้เราเดินไปที่รถค่ะ พอเราไปถึงเราก็ขึ้นรถ เราก็คุยกันว่าจะไปกินอะไรที่ไหนดี เราก็เสนอร้านไป ร้านนู้นเขาก็ไม่ไป ร้านนี้เขาก็ไม่ไป เขาพูดแต่ว่ากลัวนักศึกษาเขาเห็น เขาเป็นอาจารย์ เขาต้องรักษาเกียติเขาไว้

ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกไม่พอใจ มันเหมือนต้องหลบๆซ่อนๆอะไรหลายๆอย่าง เราเริ่มอึดอัด เราก็นั่งนิ่งซักพัก เขาก็ถามเราว่าเราดื่มได้ไหม เราก็คิดในใจว่าเขาเคยถามเราแล้วว่าเราไม่ดื่ม แถมเขายังห้ามไม่ให้เราดื่ืม เราก็ตอบเขาไปว่าเราไม่ดื่ม เขาก็บอกว่าวันนี้วันศุกร์ ทุกวันศุกร์เขาต้องดื่มนะ ผ่อนคลาย วันอื่นเขาออกกำลังเขาจะไม่ดื่ม เราก็ด้วยความใจดีก็บอกเขาว่าโอเครค่ะ พี่ดื่มแลยแต่หนูขอไม่ดื่ม
เราก็บอกเขาไปอย่างนี้ แล้วเขาก็ถามเราต่อว่ากินเสร็จแล้วจะกลับเลยไหม เราบอกเขาว่าเราจะกลับเราเลยเพราะเรากลัวมันดึก เขาก็พูดหว่านล้อมเราว่า นานๆเราจะได้อยู่ด้วยกัน ไปคุยกันต่อที่ห้องไหม ไปนั่งฟังเพลง กินขนม เขาก็บอกว่าเราไม่ไป เขาก็ยิ่งหว่านล้อมเราต่างๆนาๆว่า เขาเป็นอาจารย์นะ เราก็เลยบอกว่าเราไม่ไว้ใจเขา เราจะไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น เขาก็รีบพูดขึ้นมาว่า มันขึ้นอยู่กับคนสองคนไม่มีใครบังคับกันได้ อีกอย่างเขาไม่ทำอะไรเราหรอก เขามีเกียติมีศักศรีพอ เขาเป็นอาจารย์ อนาคตเขาอีกไกล เขาไม่ทำอะไรเรื่องแบบนี้หรอก คำพูดเขาฟังดูดีใช่ไหม ดูสวยหรูใช่ไหม แต่ทำไมเราฟังเหมือนเขาดูถูกเราเลย เราก็คิดว่าเขาคงไม่ทำอะไรเราหรอก ตอนนั้นเราไม่ได้สงสัยอะไรเขา แต่ในใจเราลึกๆเราก็แอบกลัว

เราคิดแต่ว่าเราจะไม่ไว้ใจเขาเด็ดขาด เราคิดแต่ว่าเราจะเอาตัวรอดได้ คิดแต่ว่าเขาจะไม่ทำอะไรเรา  แล้วเขาก็ถามเราอีกครั้งว่าจะเอายังไง เราก็บอกว่ากินเสร็จไปคุยกันที่ห้องก็ได้ แล้วเราก็ถามเขาว่าสรุปเขาจะกินอะไร เขาบอกเราว่าเขาอยากกินปลาเผาเพราะกินกับเบียร์ได้ด้วย เขาถามเราว่าเราชอบกินปลาไหม เราก็บอกว่าเราไม่ชอบกินเรากินแล้วจะอ้วก เขาก็พูดขึ้นมาว่า แต่เขาอยากกิน แล้วเขาก็สตาร์ทรถขับไปร้าน เราก็แบบ คิดในใจ คือจะถามเราทำไมวะ พอไปถึงร้านเราก็หยิบแต่โทรศัพท์ไป เราทิ้งกระเป๋าตังค์กับกระเป๋าสะพายไว้ในรถ ไม่ได้เอาลงไปด้วย เราไม่ได้คิดระวังหรือรอบคอบอะไรเลย เขาให้เราเดินนำไปก่อน เขาบอกจะแวะเข้าห้องน้ำ เรารู้แหละว่าจะให้เราเข้าไปก่อนเพราะเขากลัวเจอคนรู้จัก เราก็เดินเข้ามาก่อน ซักพักเขาก็เดินตามมา พอมาถึงเขาก็สั่งอาหาร สั่งปลาเผามาชุดเดียว กับเบียร์ เราก็อึ้งคือเขาไม่ได้ถามเราเลย เราก็ขอเมนูเขาใหม่ เราก็สั่งส้มตำมาเพิ่มอีก 1 จาน พออาหารมาเขาก็ตั้งหน้าตั้งตากินเลยไม่สนใจเราเลย เรายอมรับว่าเราอึดอัดมาก ชวนคุยก็ถามคำตอบเรา แล้วเขาก็นั่งหันซ้ายหันขวาตลอดเหมือนกลัวคนรู้ หรือเพราะเขาอาจจะไม่อยากคุยกับเราเพราะเราไม่สวยก็ได้ เขากินไปเล่นโทสับไป เราก็เล่นโทรศัพท์ไป ไม่ค่อยกินเพราะเราไม่ชอบกินปลา สงสัยเพราะไม่กินปลามั้งเลยทำให้เราไม่ฉลาด เขากินซักพักก็มีสายโทรเข้ามาหาเขา เขาพูดจาหวานมาก ซึ่งสัณชาตญาณของผู้หญิงฟังดูก็ร็ว่าต้องมีอะไรพิเศษมากกว่านั้น เรานั่งฟังเขาคุยกัน เราเหมือนธาตุอากาศเลย
เราก็ไลน์ไปหาเพื่อนเล่าสถานการณ์ให้เพื่อนฟัง เพื่อนเราบอกให้เรากลับ ตอนนั้นเราเพิ่งคิดได้ว่า กระเป๋าเราอยู่ในรถ เราไม่มีตังค์ติดตัวเลย เราก็อดทน คิดหาวิธีจะกลับบ้าน เขาก็กินเบียร์ไปเรื่อยๆ จนเราทนไม่ไหว เราบอกว่าเราอึดอัด ขอกลับแล้วนะ เขาก็รีบบอกว่า เนี่ยเบียร์เหลือนิดเดียวให้ช่วยกินหน่อย จะได้ไปคุยกันต่อที่ห้อง ตอนนั้นเราอึดอัด ทั้งสับสน ไหนใครที่คอยห้ามไม่ให้กินเบียร์ คนที่คุยเก่งๆในแชทหายไปไหน คนที่แลดูอบอุ่น น่ายกย่อง และน่าไว้ใจ หายไปไหน เขาคะยั้นคะยอให้เรากิน เขาเผลอหลุดพูดออกมาว่า เรากินเราจะได้มีความสุขด้วยกัน ทั้งที่เขาพูดแบบนี้แท้ๆแต่เรายังไหวตัวไม่ทัน เราโกหกเขาว่าเราแพ้แอลกอฮอร์กินไม่ได้ เขาก็เลิกเซ้าซี้ พอกินเสร็จเขาเรียกพนักงานเก็บตัง เขาถามพนักงานว่ารับบัตรไหม พนักงานบอกว่าไม่รับ เขาก็เริ่มหันซ้ายหันขวา เขาเหมือนตังไม่พอ เราเลยบอกว่าเดี้ยวเราออกก่อน ค่าอาหาร2 อย่างรวมเหล้าประมาณ 600 บาทเราบอกเขาว่ากระเป๋าตังค์อยู่ในรถ เขาก็ยื่นกุญแจรถมาให้เรา ให้เราเดินไปเปิดรถ เราก็ไปหยิบตังค์มา ทุกคนคงจะคิดว่าเราโง่ เราหัวอ่อน แต่ด้วยความไว้ใจไงคะเลยไม่ได้คิดอะไร ตอนนั้นเรามีเงินสดติดตัว700 เพราะไม่ได้กดตังค์ เราตัดสินใจหยิบเอาไปแต่แบงค์500ไป เอาจริงๆเราเริ่มรู้สึกไม่โอเครกับเขา และกลัวว่าจะไม่ได้คืน แล้วก็ไปจ่ายตังค่ะ ตอนนั้นเวลาประมาณ2ทุ่มครึ่ง ซึ่งเรากำหนดเวลาไว้ว่าจะกลับบ้าน ตอน3ทุ่มตรง เขาก็ดูนาฬิกาไปเรื่อยๆ เขาขับไปหอเขาค่ะ เขาจะจอดเซเว่นเพื่อแวะซื้อเหล้าแต่พอไปถึงเจอนักศึกษาเยอะเพราะเป็นย่านนักศึกษาเขาก็ขับรถเลยไปเลยค่ะ เขาไม่จอด เราก็ถามเขาว่าไม่แวะแล้วหรอ เขาบอกว่ากลัวคนเห็น พอเขาพูดจบเรารู้สึกจี้ดเลยค่ะ เขาเปลี่ยนมาแวะบิ้กซีมินิแทน

เราพูดประชดว่า ถ้ากลัวคนเห็นก็ลงไปคนเดียวสิ เขาบอกว่า ก็ใช่ไงเขาจะลงไปคนเดียว มันเหมือนมีเสามาตอกหน้าเราค่ะ คือเขาไม่ได้แคร์ความรู้สึกเราซักนิด แล้วเขาก็ลงไปแต่ไม่ได้เอาโทรศัพท์เขาไปด้วย ไลน์ใครมากมายเด้งขึ้นมา ภาพที่เราเห็นเป็นไลน์ผู้หญิงเยอะมาก ไม่ซ้ำหน้าเลย แถมข้อความเข้าถี่เลย มีคิดถึง มีนู้นนี่นั่น เราพยายามอ่าน แต่หน้าจอมันดับไวแล้วเขามาพอดี เขาเอาของไว้หลังรถเราก็สงสัยว่าทำไมไม่ไว้ข้างหน้า แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ตอนนั้นเรารู้สึกจะอ้วกค่ะ เพราะกินปลาเข้าไป เขาก็ถามว่าเป็นอะไร เราก็บอกว่าจะอ้วก เขาก็ดึงเราเข้าไปกอด ละก็หอมแก้ม แต่เราไม่ได้ยอมนะคะ เราทำตัวแข็งๆไม่ให้เขากอด เขาก็ดึงเราไปกอดไปหอม
ตอนนั้นเราทำตัวไม่ถูกเราไม่คยมีแฟนมาก่อน เราไม่รู้ต้องทำยังไง แล้วเขาก็ขับรถมาซักพักก็ถึงหอเขา ประโยคเดิม ให้เราลงไปก่อนแล้วก็ยื่นคีย์การ์ดให้เรา คือเราไม่โอเครกับเขาแล้ว หอเราก็ไม่ใช่ เข้าทางไหนเราก็ไม่รู้

ตอนนั้นรู้สึกจะร้องไห้ พอเราเข้ามา แต่เขายังไม่มานะคะ เราก็ดันเจอเพื่อนผู้ชายค่ะ ที่ไม่เจอกันมา3ปี เพื่อนเราก็ด้วยความดีใจที่เจอกันถามสารทุกข์สุขดิบกันนาน เขาก็ส่งไลน์มาว่า นั่งคุยกับใคร คุยทำไมให้ไล่เพื่อนเราไป แล้วก็โทรไลน์มาว่า ให้เราขึ้นไปก่อนเลย แล้วค่อยลงมารับ เรานี่แบบ คือลิฟอยู่ทางไหนเรายังไม่รู้เลย ห้องเบอร์อะไรก็ไม่รู้ พอดีกับเพื่อนเรากลับห้องพอดีเพราะแฟนตาม เขาก็รีบมาเลยค่ะ สงสัยรอนาน พอเขาเข้ามาก็เดินไปขึ้นลิฟค่ะ เขาก็เริ่มกอด แต่พอดีลิฟเปิดก่อนเขาก็ปล่อยเรา พอไปถึงห้องเราก็เข้าไป เขาก็ทำตัวปกตินะคะ เราก็เริ่มคลายกังวลเราเป็นคนชอบอ่านหนังสือ เขามีหนังสือเยอะ เราก็ไปนั่งที่หน้าตู้หนังสือค่ะ ส่วนเขาหรอคะ กินเหล้ำแล้วก็นั่งตอบแชทในคอมค่ะ ซักพักเขาก็บอกว่าเดี้ยวพี่ขอเปลี่ยนชุดลำลองแปปนึง เราก็ไม่ได้สนใจอะไรค่ะ ระหว่างที่เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า เราก็ไปยืนตรงระเบียงค่ะ ข้างหลังมีรางรถไฟวิ่ง

ตอนกลางคืนมันเห็นวิวสวย เขามาตอนไหนไม่รู้เขาก็มากอดเราทางข้างหลังค่ะ กอดแล้วก็หอม เรารีบสะบัดตัวหนีบอกว่าอย่าทำแบบนี้ เขาบอกว่าแค่หอมเขาจะไม่ทำอะไรเรา เดี้ยวสามทุ่มเราก็กลับแล้ว เราฟังแล้วเราก็นาฬิกา ตอนนั้น2ทุ่ม40แล้ว เราก็เดินเข้ามาในห้องเท่านั้นแหละค่ะ เขาเริ่มเข้ามากอดเราแล้วก็หอมเรา เขาพยายามทำให้เรามีอารมณ์ เราก็ดิ้น แต่ยังดีที่เขาไม่ทำร้ายร่างกายเรานะคะ ตอนนี้เขาใส่บ้อกเซอร์ตัวเดียวค่ะ ไม่ได้ใส่กางเกงใน เขาพยายามให้เราอม เราทำไม่เป็นค่ะเราไม่เคย เขาก็พยายามถอดกางเกงเราค่ะ เขาไปหยิบถุงยางมาจากถุงเบียร์ทำให้เรารู้ว่าทำไมเขาเอาถุงเบียร์ไว้หลังรถ เราทั้งด่าเขา ตีเขา เขาจับขาแล้วเขายัดเลย เราเจ็บมาก เรารู้สึกแย่ เขาทำเราแค่5 นาที เขาถอดถุงยางแล้วมาปล่อยใส่หน้าเรา เรานอนนิ่งไม่กระดุกกระดิก เราไม่มีแรง อยากร้องไห้ แต่น้ำตามันกลับไม่ไหล เรารู้สึกแย่ เราเข้าใจหัวอกคนที่คิดสั้นเลย เป็นความรู้สึกที่อ้างว่าง ไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย ทำอะไรไม่ถูก

เราหยิบเสื้อผ้าไปใส่แล้วเราก็หยิบกระเป๋า ออกจากห้องเลย ส่วนผู้ชายคนนั้นหรอคะ ได้แล้วก็นอนเล่นโทสับ ไม่พูดอะไรออกมาเลย ขอโทดจากปากซักคำยังไม่มี เรามีเงินติดตัว 200 ที่เหลือเรานั่งแท็กซี่กลับบ้าน ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ทักไลน์หรือขอโทดเลย แต่จะว่าไปเขาจะขอโทษทำไม เพราะเราโง่เอง ความไว้ใจ ความไม่รอบคอบ เรากลับมาเรารีบกินยาคุมฉุกเฉิน เรามาแชร์เพื่อที่จะให้รู้ว่าบางทีความไว้ใจ อาจจะกลับมาทำร้ายตัวเราเอง อย่าหลงเชื่อคำพูดใครง่ายๆ สุดท้ายจะจบแบบเรา
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่