หากนำผลกำไร และผลขาดทุนของแต่ละออเดอร์รวมกัน แต่ละท่านมีสัดส่วนยอดของขาดทุนรวม
ต่อผลกำไรรวมอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้างครับ เช่นยกตัวอย่าง ยอดกำไรรวม 10,000 ยอดขาดทุนรวม 5,000
นั่นก็เท่ากับว่า มียอดขาดทุน/กำไรรวมที่ 50% เป็นต้น ซึ่งส่วนตัวจะใช้เรียกค่านี้ว่า L/G(%) ครับ
ซึ่งผมใช้เป็นค่าชี้วัดเชิงคุณภาพของการเทรดด้วยครับ หรือหากยิ่งค่าสัดส่วนนี้น้อยเท่าไหร่ บ่งบอกถึง
คุณภาพการเทรดดีขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างค่า L/G(%) เทียบสัดส่วนของกำไรรวม และขาดทุนรวมครับ
กำไรรวม ขาดทุนรวม ผลตอบแทน L/G(%)
20,000 6,000 +14,000 30%
20,000 10,000 +10,000 50%
20,000 14,000 +6,000 70%
20,000 20,000 0 100%
หรือระดับคุณภาพการเทรด จะลดลงเรื่อยๆ ไปจนถึงระดับ 100% ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของกำไร เกินจากนี้
ก็คือขาดทุนแล้วนั่นเอง ส่วนตัวมองระดับคุณภาพที่ <30% ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว ระดับดีอยู่ที่ 30-40%
ระดับปานกลาง40-70% และระดับต่ำอยู่ที่ 70-100% ไม่มีแย่นะครับ เพราะหากกำไรถือว่าดีแล้วนะครับ
การให้คะแนน เพื่อวัดคุณภาพค่านี้ หากมองอีกมุมหนึ่ง ก็จะเป็นการประเมิน "ความผิดพลาด" ที่มีมาก
หรือน้อยกว่านะครับ หรือเข้าตลาด 10รอบ จำนวนการผิดพลาดมีกี่รอบ หากค่ายิ่งออกมาน้อย ก็บอกถึง
คุณภาพของเทรดเดอร์รายนั้นๆด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ(%) ต่อต้นทุน ก็ให้ความสำคัญ
มาเป็นลำดับแรก เพียงแต่ค่า L/G(%) นี้ ใช้วัดด้านคุณภาพรองลงมาเท่านั้นเองครับ
ซึ่งค่าวัดคุณภาพการเทรด ผมดูหลักๆก็มีเพียง 3อย่าง ดังนี้ครับ
1.กำไรสุทธิ(%) ต่อต้นทุน
2.L/G(%)
3.กำไรสุทธิ(%) ต่อเงินลงทุนรวม
ในข้อที่ 3 หากเทรดเดอร์สองคนมียอด กำไรสุทธิ(%) ต่อต้นทุน ในระดับที่เท่ากัน แต่ถ้าจะถามว่า
แล้วใครที่ผลงานมีคุณภาพมากกว่ากัน ผมก็จะไปดูมูลค่าการเทรดทั้งหมดครับ(แต่ละออเดอร์)
หากคนแรกมีมูลค่าการเทรดรวม 1แสน ในขณะที่คนที่สองมียอดรวม 7หมื่น ในกรณีนี้ก็ต้องบอกว่า
คนที่สองมีคุณภาพมากกว่า เพราะใช้เงินลงทุนรวมที่น้อยกว่านั่นเองนะครับ
สิ่งที่ทำให้เกิดผลรวมที่มากน้อยแตกต่างกัน(ทั้งที่กำไรก็เท่ากัน) เนื่องจากเทรดเดอร์คนที่มียอดสูงกว่า
เทรดมากกว่า ใช้ทุนที่สูงกว่า แต่ผลตอบแทนกลับไม่ได้สูงตามปริมาณทุนที่ใช้ไป เมื่อเทียบกับคนที่สอง
หรือใช้เงินลงทุนสูง แต่ไม่ได้เพิ่มมูลค่ากำไรขึ้นมา ก็แสดงถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดมากกว่าได้เช่นกัน
ในขณะที่เทรดเดอร์คนที่สอง ตัดสินใจน้อยกว่า แต่แสดงถึงการตัดสินใจเข้าออกแต่ละครั้ง มีผลลัพธ์
ที่ดีกว่าคนแรก หรือหากวัดที่"จำนวนครั้งการตัดสินใจ" ให้มีจำนวนที่เท่าๆกัน เทรดเดอร์คนที่สองย่อม
มีผลกำไรที่ดีกว่า เพราะการตัดสินใจการเทรดแต่ละครั้ง มีคุณภาพมากกว่าเทรดเดอร์คนแรกนั่นเองครับ
และนอกจากค่า L/G(%) นี้จะเป็นตัววัดค่าเชิงคุณภาพแล้ว ยังสามารถวางแผนการเทรด ตามเป้าหมาย
กำไรที่ต้องการได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการมีกำไร ไม่ต้องมากมายครับ แค่ 15,000 ต่อเดือน
เป็นตัวเลขเงินเดือนพนักงานบริษัททั่วๆไป และเป็นตัวเลขยอดรายรับขั่นต่ำที่สามารถทำบัตรเครดิตได้
หรือหากคิดเป็นรายได้ต่อวันเทรด(22วัน) ก็จะตกเฉลี่ยวันละ 682บาท(20.5$) ,(กำไร 5$ ต่อ 1Pips)
กำหนดให้ค่า L/G(%) ที่ระดับ 35% ,ระดับเลฟเวอเรจที่ 1:500 ,เรทที่ 33.3 และขนาดล็อตที่ 0.50/รอบ
และกำไรต่อ 0.01L.=0.10$
หรือหากมองแบบง่ายๆ(แต่เกิดขึ้นยากมาก55) หากค่า L/G(%) ที่ระดับ 0% (หรือกำไรทุกรอบง่ะว่างั้น)
นั่นคือทำกำไรให้ได้เพียงแค่วันละ 4.1Pipsเท่านั้น ก็มีรายได้แล้วเดือนละ 1.5หมื่นบาท แบบชิวๆ แต่นั่น
เป็นกรณีทำกำไรได้ตลอดไม่มีพลาดเลย ทีนี้เรามาดูสภาพความเป็นจริงกันบ้างนะครับ ที่การขาดทุน
เป็นเรื่องปกติของการเทรด จากข้างต้นใช้ค่า L/G(%) ที่ระดับ 35%
ผลตอบแทน กำไรรวม ขาดทุนรวม ผลตอบแทน L/G(%)
15,000 23,000 8,000 +15,000 34.8
จากข้างต้น เราต้องทำยอดกำไรรวมให้ได้อย่างน้อยที่สุด 23,000บาท เพื่อที่จะให้ได้กำไรสุทธิ 1.5หมื่นบ./ด.
หรือต้องทำกำไรให้ได้วันละ 6.3Pips การทั้งเดือนต้องทำกำไรให้ได้เป็นจำนวน 138.6Pips(6.3*22วันเทรด)
หรือหากเพิ่มเป้าหมายรายได้จาก 15,000 เป็น 30,000บาท/ด. ก็เพิ่มขนาดล็อตลงทุนไปอีกเท่าตัว หรือไม่ก็
เพิ่มจำนวนPips เป็นเท่าตัว อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้แบบไหน(ส่วนตัวเพิ่มขนาดล็อตครับ) หรือจากข้างต้น จากรอบละ
0.50ล็อต ก็เพิ่มเป็น 1.0ล็อตต่อรอบ หรือเพิ่มจำนวนเป้าหมายT/P Pips จาก 6.3Pips ก็เป็น 12.6Pips เป็นต้น
หรือจากข้างต้น เมื่อเพิ่มเป้าหมายเป็น 3หมื่น/ด. จากแผนข้างต้น จะทำให้เกิดยอดกำไรรวมที่ 46,154บ.(1,386$)
และยอดขาดทุนรวมที่ 16,154บ.(485$) กำไรสุทธิ +30,000บาท ซึ่งไม่ว่าจะเพิ่มขนาดล็อต หรือจะเพิ่มจำนวน
Pips แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาในสัดส่วนที่มีจำนวนเท่ากันตามข้างต้น
หรือง่ายๆเลยก็คือ สามารถนำตัวเลขขนาดล็อตที่ลงทุนแต่ละรอบ ในที่นี้คือ 0.50L. และเป้าหมายกำไรPips ที่ 6.3
ในระดับค่า L/G(%) ที่ 35% นี้ ไปประยุกต์ใช้เพื่อวางแผนรายได้ต่อเดือนในระดับต่างๆได้ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ
***โดยทั้งนี้ฐานข้อมูลนั่นคือค่าL/G(%) และเลฟที่ 500 เหมือนกันนะครับ
ทั้งนี้ ผมจะเพิ่มเป้าหมายรายได้ขั้นละ 7,500บาท ซึ่งจะได้ขนาดล็อต และจำนวนปิ๊บ ตามด้านล่างนี้
7,500= 0.50L./รอบ , 3.15Pips/วัน
หรือ 0.25L./รอบ , 6.30Pips/วัน
หรือทุกๆ 7,500บาท ของแผนรายได้ จะมีขนาดล็อต และจำนวนPips = 0.25L. และ 3.15Pips ครับ
ซึ่งก็จะได้แผนรายได้ตามระดับขั้นต่างๆ จากฐานค่าเฉลี่ยการเทรดที่มี L/G(%) ที่ระดับ 35% ตามนี้ครับ
22,500=0.75L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 34,615 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 2.25 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 9.5Pips /วัน
30,000=1.00L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 46,154 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 3 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 12.6Pips /วัน
37,500=1.25L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 57,692 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 3.75 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 15.8Pips /วัน
45,000=1.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 69,231 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 4.5 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 18.9Pips /วัน
52,500=1.75L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 80,769 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 5.25 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 22.1Pips /วัน
60,000=2.00L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 92,308 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 6 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 25.2Pips /วัน
67,500=2.25L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 103,846 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 6.75 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 28.4Pips /วัน
75,000=2.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 115,385 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 7.5 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 31.5Pips /วัน
จากข้างต้น หากสังเกตจะพบว่า ตัวเลขของจำนวนPipsต่อวัน ที่ 6.3 ในบรรทัดแรก และค่าในส่วนของ
จำนวนล็อตต่อรอบ ที่ 0.50 ในบรรทัดที่สอง จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ตามระดับแผนรายได้ที่
เพิ่มขึ้นตามระดับขั้นเรื่อยๆ
หรือหากลงลดระดับลงมาอีก คือลดตัวเลขขั้นรายได้จาก 7,500 บาท ลงมาที่ 3,000 บาท ก็จะได้ดังนี้
3,000= 0.50L./รอบ , 1.26Pips/วัน
หรือ 0.10L./รอบ , 6.30Pips/วัน
หรือทุกๆ 3,000บาท ของแผนรายได้ จะมีขนาดล็อต และจำนวนPips = 0.10L. และ 1.26 Pips ครับ
ซึ่งก็จะได้แผนรายได้ตามระดับขั้นต่างๆ จากฐานค่าเฉลี่ยการเทรดที่มี L/G(%) ที่ระดับ 35% ตามนี้ครับ
9,000=0.30L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 13,846 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 9 พันบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 3.8Pips /วัน
12,000=0.40L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 18,462 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 1.2 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 5.1Pips /วัน
18,000=0.60L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 27,692 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 1.8 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 7.6Pips /วัน
21,000=0.70L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 32,308 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 2.1 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 8.9Pips /วัน
78,000=1.75L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 120,000 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 7.8 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 22.1Pips /วัน
81,000=2.00L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 124,615 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 8.1 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 25.2Pips /วัน
84,000=2.25L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 129,231 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 8.4 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 28.4Pips /วัน
87,000=2.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 133,846 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 8.7 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 31.5Pips /วัน
90,000=2.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 138,461 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 9 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 31.5Pips /วัน
ซึ่งผมก็นำค่าเฉลี่ยจาก L/G(%) ที่ได้มาคำนวณวางแผนได้เช่นกันครับ ซึ่งจากข้างต้นแล้ว จะเห็นได้เลยนะครับว่า
1.5-2หมื่นบาท/ด. นี่สามารถทำได้ไม่ยากเลยนะครับ หาจังหวะเข้าให้ได้เพียงแค่วันละไม่ถึง 10Pipsเท่านั้นเอง
ซึ่งเหมาะกับการวางแผนเล่นสั้นนะครับ ในวันหนึ่งๆ แนวรับ-ต้าน ทั้งด้านราคา ทั้งเทรนด์ไลน์ ทั้งเส้นค่าเฉลี่ยฯ
มีเยอะแยะมากมายที่หาจังหวะเล่นได้ในจังหวะสั้นๆนี้ ที่ในบริเวณนี้ที่ราคาจะสวิงมากกว่าปกติ ก็อย่างที่ทราบๆกัน
นะครับ เช้านี้อากาศดีนะครับ เลยตั้งใจว่าจะมาแชร์แบ่งปันอะไรกันบ้างเล็กๆน้อยๆครับ
ถามพี่น้องชาวฟอเร็กซ์ ตัวเลขยอดขาดทุนรวม ต่อกำไรรวม อยู่ในสัดส่วนเฉลี่ยเท่าไหร่กันบ้างครับ
ต่อผลกำไรรวมอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้างครับ เช่นยกตัวอย่าง ยอดกำไรรวม 10,000 ยอดขาดทุนรวม 5,000
นั่นก็เท่ากับว่า มียอดขาดทุน/กำไรรวมที่ 50% เป็นต้น ซึ่งส่วนตัวจะใช้เรียกค่านี้ว่า L/G(%) ครับ
ซึ่งผมใช้เป็นค่าชี้วัดเชิงคุณภาพของการเทรดด้วยครับ หรือหากยิ่งค่าสัดส่วนนี้น้อยเท่าไหร่ บ่งบอกถึง
คุณภาพการเทรดดีขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างค่า L/G(%) เทียบสัดส่วนของกำไรรวม และขาดทุนรวมครับ
กำไรรวม ขาดทุนรวม ผลตอบแทน L/G(%)
20,000 6,000 +14,000 30%
20,000 10,000 +10,000 50%
20,000 14,000 +6,000 70%
20,000 20,000 0 100%
หรือระดับคุณภาพการเทรด จะลดลงเรื่อยๆ ไปจนถึงระดับ 100% ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของกำไร เกินจากนี้
ก็คือขาดทุนแล้วนั่นเอง ส่วนตัวมองระดับคุณภาพที่ <30% ถือว่าดีเยี่ยมแล้ว ระดับดีอยู่ที่ 30-40%
ระดับปานกลาง40-70% และระดับต่ำอยู่ที่ 70-100% ไม่มีแย่นะครับ เพราะหากกำไรถือว่าดีแล้วนะครับ
การให้คะแนน เพื่อวัดคุณภาพค่านี้ หากมองอีกมุมหนึ่ง ก็จะเป็นการประเมิน "ความผิดพลาด" ที่มีมาก
หรือน้อยกว่านะครับ หรือเข้าตลาด 10รอบ จำนวนการผิดพลาดมีกี่รอบ หากค่ายิ่งออกมาน้อย ก็บอกถึง
คุณภาพของเทรดเดอร์รายนั้นๆด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ(%) ต่อต้นทุน ก็ให้ความสำคัญ
มาเป็นลำดับแรก เพียงแต่ค่า L/G(%) นี้ ใช้วัดด้านคุณภาพรองลงมาเท่านั้นเองครับ
ซึ่งค่าวัดคุณภาพการเทรด ผมดูหลักๆก็มีเพียง 3อย่าง ดังนี้ครับ
1.กำไรสุทธิ(%) ต่อต้นทุน
2.L/G(%)
3.กำไรสุทธิ(%) ต่อเงินลงทุนรวม
ในข้อที่ 3 หากเทรดเดอร์สองคนมียอด กำไรสุทธิ(%) ต่อต้นทุน ในระดับที่เท่ากัน แต่ถ้าจะถามว่า
แล้วใครที่ผลงานมีคุณภาพมากกว่ากัน ผมก็จะไปดูมูลค่าการเทรดทั้งหมดครับ(แต่ละออเดอร์)
หากคนแรกมีมูลค่าการเทรดรวม 1แสน ในขณะที่คนที่สองมียอดรวม 7หมื่น ในกรณีนี้ก็ต้องบอกว่า
คนที่สองมีคุณภาพมากกว่า เพราะใช้เงินลงทุนรวมที่น้อยกว่านั่นเองนะครับ
สิ่งที่ทำให้เกิดผลรวมที่มากน้อยแตกต่างกัน(ทั้งที่กำไรก็เท่ากัน) เนื่องจากเทรดเดอร์คนที่มียอดสูงกว่า
เทรดมากกว่า ใช้ทุนที่สูงกว่า แต่ผลตอบแทนกลับไม่ได้สูงตามปริมาณทุนที่ใช้ไป เมื่อเทียบกับคนที่สอง
หรือใช้เงินลงทุนสูง แต่ไม่ได้เพิ่มมูลค่ากำไรขึ้นมา ก็แสดงถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดมากกว่าได้เช่นกัน
ในขณะที่เทรดเดอร์คนที่สอง ตัดสินใจน้อยกว่า แต่แสดงถึงการตัดสินใจเข้าออกแต่ละครั้ง มีผลลัพธ์
ที่ดีกว่าคนแรก หรือหากวัดที่"จำนวนครั้งการตัดสินใจ" ให้มีจำนวนที่เท่าๆกัน เทรดเดอร์คนที่สองย่อม
มีผลกำไรที่ดีกว่า เพราะการตัดสินใจการเทรดแต่ละครั้ง มีคุณภาพมากกว่าเทรดเดอร์คนแรกนั่นเองครับ
และนอกจากค่า L/G(%) นี้จะเป็นตัววัดค่าเชิงคุณภาพแล้ว ยังสามารถวางแผนการเทรด ตามเป้าหมาย
กำไรที่ต้องการได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการมีกำไร ไม่ต้องมากมายครับ แค่ 15,000 ต่อเดือน
เป็นตัวเลขเงินเดือนพนักงานบริษัททั่วๆไป และเป็นตัวเลขยอดรายรับขั่นต่ำที่สามารถทำบัตรเครดิตได้
หรือหากคิดเป็นรายได้ต่อวันเทรด(22วัน) ก็จะตกเฉลี่ยวันละ 682บาท(20.5$) ,(กำไร 5$ ต่อ 1Pips)
กำหนดให้ค่า L/G(%) ที่ระดับ 35% ,ระดับเลฟเวอเรจที่ 1:500 ,เรทที่ 33.3 และขนาดล็อตที่ 0.50/รอบ
และกำไรต่อ 0.01L.=0.10$
หรือหากมองแบบง่ายๆ(แต่เกิดขึ้นยากมาก55) หากค่า L/G(%) ที่ระดับ 0% (หรือกำไรทุกรอบง่ะว่างั้น)
นั่นคือทำกำไรให้ได้เพียงแค่วันละ 4.1Pipsเท่านั้น ก็มีรายได้แล้วเดือนละ 1.5หมื่นบาท แบบชิวๆ แต่นั่น
เป็นกรณีทำกำไรได้ตลอดไม่มีพลาดเลย ทีนี้เรามาดูสภาพความเป็นจริงกันบ้างนะครับ ที่การขาดทุน
เป็นเรื่องปกติของการเทรด จากข้างต้นใช้ค่า L/G(%) ที่ระดับ 35%
ผลตอบแทน กำไรรวม ขาดทุนรวม ผลตอบแทน L/G(%)
15,000 23,000 8,000 +15,000 34.8
จากข้างต้น เราต้องทำยอดกำไรรวมให้ได้อย่างน้อยที่สุด 23,000บาท เพื่อที่จะให้ได้กำไรสุทธิ 1.5หมื่นบ./ด.
หรือต้องทำกำไรให้ได้วันละ 6.3Pips การทั้งเดือนต้องทำกำไรให้ได้เป็นจำนวน 138.6Pips(6.3*22วันเทรด)
หรือหากเพิ่มเป้าหมายรายได้จาก 15,000 เป็น 30,000บาท/ด. ก็เพิ่มขนาดล็อตลงทุนไปอีกเท่าตัว หรือไม่ก็
เพิ่มจำนวนPips เป็นเท่าตัว อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้แบบไหน(ส่วนตัวเพิ่มขนาดล็อตครับ) หรือจากข้างต้น จากรอบละ
0.50ล็อต ก็เพิ่มเป็น 1.0ล็อตต่อรอบ หรือเพิ่มจำนวนเป้าหมายT/P Pips จาก 6.3Pips ก็เป็น 12.6Pips เป็นต้น
หรือจากข้างต้น เมื่อเพิ่มเป้าหมายเป็น 3หมื่น/ด. จากแผนข้างต้น จะทำให้เกิดยอดกำไรรวมที่ 46,154บ.(1,386$)
และยอดขาดทุนรวมที่ 16,154บ.(485$) กำไรสุทธิ +30,000บาท ซึ่งไม่ว่าจะเพิ่มขนาดล็อต หรือจะเพิ่มจำนวน
Pips แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาในสัดส่วนที่มีจำนวนเท่ากันตามข้างต้น
หรือง่ายๆเลยก็คือ สามารถนำตัวเลขขนาดล็อตที่ลงทุนแต่ละรอบ ในที่นี้คือ 0.50L. และเป้าหมายกำไรPips ที่ 6.3
ในระดับค่า L/G(%) ที่ 35% นี้ ไปประยุกต์ใช้เพื่อวางแผนรายได้ต่อเดือนในระดับต่างๆได้ตามตัวอย่างข้างล่างนี้ครับ
***โดยทั้งนี้ฐานข้อมูลนั่นคือค่าL/G(%) และเลฟที่ 500 เหมือนกันนะครับ
ทั้งนี้ ผมจะเพิ่มเป้าหมายรายได้ขั้นละ 7,500บาท ซึ่งจะได้ขนาดล็อต และจำนวนปิ๊บ ตามด้านล่างนี้
7,500= 0.50L./รอบ , 3.15Pips/วัน
หรือ 0.25L./รอบ , 6.30Pips/วัน
หรือทุกๆ 7,500บาท ของแผนรายได้ จะมีขนาดล็อต และจำนวนPips = 0.25L. และ 3.15Pips ครับ
ซึ่งก็จะได้แผนรายได้ตามระดับขั้นต่างๆ จากฐานค่าเฉลี่ยการเทรดที่มี L/G(%) ที่ระดับ 35% ตามนี้ครับ
22,500=0.75L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 34,615 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 2.25 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 9.5Pips /วัน
30,000=1.00L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 46,154 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 3 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 12.6Pips /วัน
37,500=1.25L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 57,692 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 3.75 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 15.8Pips /วัน
45,000=1.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 69,231 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 4.5 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 18.9Pips /วัน
52,500=1.75L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 80,769 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 5.25 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 22.1Pips /วัน
60,000=2.00L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 92,308 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 6 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 25.2Pips /วัน
67,500=2.25L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 103,846 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 6.75 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 28.4Pips /วัน
75,000=2.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 115,385 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 7.5 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 31.5Pips /วัน
จากข้างต้น หากสังเกตจะพบว่า ตัวเลขของจำนวนPipsต่อวัน ที่ 6.3 ในบรรทัดแรก และค่าในส่วนของ
จำนวนล็อตต่อรอบ ที่ 0.50 ในบรรทัดที่สอง จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ตามระดับแผนรายได้ที่
เพิ่มขึ้นตามระดับขั้นเรื่อยๆ
หรือหากลงลดระดับลงมาอีก คือลดตัวเลขขั้นรายได้จาก 7,500 บาท ลงมาที่ 3,000 บาท ก็จะได้ดังนี้
3,000= 0.50L./รอบ , 1.26Pips/วัน
หรือ 0.10L./รอบ , 6.30Pips/วัน
หรือทุกๆ 3,000บาท ของแผนรายได้ จะมีขนาดล็อต และจำนวนPips = 0.10L. และ 1.26 Pips ครับ
ซึ่งก็จะได้แผนรายได้ตามระดับขั้นต่างๆ จากฐานค่าเฉลี่ยการเทรดที่มี L/G(%) ที่ระดับ 35% ตามนี้ครับ
9,000=0.30L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 13,846 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 9 พันบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 3.8Pips /วัน
12,000=0.40L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 18,462 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 1.2 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 5.1Pips /วัน
18,000=0.60L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 27,692 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 1.8 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 7.6Pips /วัน
21,000=0.70L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 32,308 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 2.1 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 8.9Pips /วัน
78,000=1.75L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 120,000 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 7.8 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 22.1Pips /วัน
81,000=2.00L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 124,615 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 8.1 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 25.2Pips /วัน
84,000=2.25L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 129,231 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 8.4 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 28.4Pips /วัน
87,000=2.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 133,846 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 8.7 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 31.5Pips /วัน
90,000=2.50L./ , 6.3Pips /วัน ยอดกำไรรวม 138,461 เพื่อที่จะมีรายได้สุทธิ 9 หมื่นบาท/ด.
หรือ 0.50L./ , 31.5Pips /วัน
ซึ่งผมก็นำค่าเฉลี่ยจาก L/G(%) ที่ได้มาคำนวณวางแผนได้เช่นกันครับ ซึ่งจากข้างต้นแล้ว จะเห็นได้เลยนะครับว่า
1.5-2หมื่นบาท/ด. นี่สามารถทำได้ไม่ยากเลยนะครับ หาจังหวะเข้าให้ได้เพียงแค่วันละไม่ถึง 10Pipsเท่านั้นเอง
ซึ่งเหมาะกับการวางแผนเล่นสั้นนะครับ ในวันหนึ่งๆ แนวรับ-ต้าน ทั้งด้านราคา ทั้งเทรนด์ไลน์ ทั้งเส้นค่าเฉลี่ยฯ
มีเยอะแยะมากมายที่หาจังหวะเล่นได้ในจังหวะสั้นๆนี้ ที่ในบริเวณนี้ที่ราคาจะสวิงมากกว่าปกติ ก็อย่างที่ทราบๆกัน
นะครับ เช้านี้อากาศดีนะครับ เลยตั้งใจว่าจะมาแชร์แบ่งปันอะไรกันบ้างเล็กๆน้อยๆครับ