[CR] เรียนอังกฤษ ชีวิตไม่ได้ปูด้วยพรมแดง


ประสบการณ์เรียนโทประเทศอังกฤษ ที่ได้มากกว่าใบปริญญา : )
ป.โทการตลาดที่อังกฤษ เรียนอะไรบ้าง

การตัดสินใจเรียนต่อปริญญาโทต่างในประเทศ มีหลายปัจจัยในการพิจารณา
ซึ่งหลายๆ คนก็มีเหตุผลแต่งต่างกันออกไป ส่วนเหตุผลของผมคือต้องรีบเรียนแล้ว
เดี๋ยวจะกลับบ้านมือเปล่า!!

เกือบสิบปีผ่านมาแล้ว หลังจากทำงานฝ่ายการตลาดแห่งหนึ่งย่านอโศกได้หนึ่งปี
ผมจึงตัดสินใจไปเรียนภาษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลาปีครึ่ง (ปรับนานมากกก
ภาษาอังกฤษตอนนั้นป่วยจริงๆ บอกทางฝรั่งยังไม่ถูกเลย!!)

ช่วงเรียนภาษาเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ได้เปิดโลก เจอเพื่อนใหม่ ฝึกภาษา
ทำงาน Part-time ค้นหาตัวเอง ได้ท่องเที่ยวไปหลายๆ ประเทศ ซึ่งบางคนอาจมองว่า
เสียเวลา แต่สิ่งที่ผมได้กลับมามันคุ้มค่ามากครับ


แต่แค่เรียนภาษาอย่างเดียว กลับมาบ้านเราคงหางานยาก มัวแต่เพลิดเพลิน
กับการใช้ชีวิตเกินไป ไม่ได้ละ ต้องเรียนโท ตามกระแส แต่เรียนอะไร เรียนที่ไหนดี
ก็หาข้อมูลเองบ้าง ปรึกษาคนรู้จักบ้าง

ด้วยการวางแผนที่ไม่ดีพอบวกกับระยะเวลาที่กระชั้นชิด จึงได้มาเรียนที่ Middlesex University
ช่วง January Intake ปี 2011 จากคำแนะนำของรุ่นพี่ท่านหนึ่ง


จริงๆ ก็แอบเสียดาย GPA ตัวเองตอน ป.ตรี เพราะถ้ารอก็จะมีตัวเลือกของมหาลัยที่
Ranking สูงกว่านี้ แต่รอไม่ได้แล้ว ต้องเข้าเรียนช่วงมกราเท่านั้น แม่สั่งมา!! ลองเสิร์ชๆ


Google ดู มหาลัยนี้ก็มีพี่หมิว ลลิตา เป็น Alumni นะ ก็คงโอล่ะ ถึงชื่อจะแปลกๆ
ไม่คุ้นหู แต่พอได้เรียนแล้วก็ตอบโจทย์ตัวเองพอสมควรครับ

คอร์สที่เลือกเรียน คือ MA Marketing Management ซึ่งตรงกับสายงานที่เคยทำมา
ซึ่งก่อนเริ่มเรียนโท ต้อง เรียน Presessional English ก่อนเพื่อปรับภาษาอังกฤษ


ส่วนใครจะได้เรียนกี่เดือน ก็แล้วแต่ผล IELTS ที่สอบได้เลยครับ ช่วงนี้ต้องเข้าเรียนทุกครั้ง
ทำงานส่งทุกชิ้นและสอบให้ผ่าน ไม่งั๊นโบกมือลากลับไทยจ้า

สภาพกว่าจะผ่าน กว่างานจะเสร็จ ก็ใต้ตาหมองคล้ำ อดหลับอดนอนกัน เบาๆ
(ภาพปลากรอบ)...

ในที่สุดก็ผ่าน Academic course

ช่วงเปิดเรียนโท ก็แอบรอลุ้นว่าจะได้เจอเพื่อนแซ่บส์ๆ หรือน้องๆ เด็ก ๆ ที่เพิ่งเรียนจบ
จากไทยหน้าใสๆ บ้างรึเปล่าน้า  สุดท้ายก็ลงตัวกับกลุ่มเพื่ิอนสาวจากไทย ที่โชคชะตาส่งมา
ให้เรียนห้องเดียวกัน แต่ต้องขอบคุณทุกนางที่คอยช่วยเหลือกันทำรายงาน ติวนู่นนั่นนี่
ตลอดรอดฝั่งจนเรียนจบ



เทอมแรกค่อนข้างหินเอาการ ถึงแม้จะเรียนแค่ 4 วิชาก็ตาม วิชาที่น่าเบื่อสุดต้องยกให้
Marketing Strategy ตอนตรีที่เมืองไทยเจออาจารย์ปิ้งแผ่นใส มาอังกฤษก็เจออีกจ้า

ปิ้งจนใหม้ (สมัยนั้นยังไม่มี Smart board) แถมเป็นภาษาอังกฤษอีก ฟังทันบ้างไม่ทันบ้าง
สุดท้ายต้องยืม Lecture เพื่อนมาอ่านตามสไตล์เด็กหลังห้องอีกเช่นเคย 555

พูดถึงเรื่อง course work เหรอ หึ!! : ( ยากมาก อาจารย์ให้โจทย์มาบรรทัดเดียว แต่ใช้เวลา
ทำเป็นอาทิตย์ ช่วงสามสี่วันแรก ก็ชิวๆ ลำไย ปล่อยเวลา ไปหาของอร่อยๆ กินที่โซโหบ้าง

ยังเหลืออีกหลายวัน ชิวสิรออะไร

ไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้าง ทำงาน Part-time หาเงินบ้าง มาหัวฟู ไม่หลับไม่นอน ช่วงสองสามวัน
สุดท้ายก่อน Deadline และวงจรชีวิตก็จะเป็นเช่นนี้วนๆ ไปจนจบเทอม

ใกล้วันส่ง ก็จะมีตารางประจำวันเบาๆ ทำไมทัน!

จะส่งแล้ว เวลาทุกนาทีมีค่า

ช่วงเร่งๆ (ใกล้จะส่ง) ก็หัวฟู

ห้องสมุดก็กลายเป็นบ้านหลังที่สอง เอาไว้ใช้ไฟฟรี หาข้อมูลต่างๆ นานา เพราะที่นี่จะเน้นการเรียน
แบบค้นคว้าด้วยตัวเอง จะมาก๊อบงานเพื่อน แปะของคนนั้นนิด คนนั้นหน่อย ไม่ได้นะจ๊ะ โดนจับ
Pagalism ปรับตก อดได้ปริญญาแน่นอน

งานนี้ได้ Pagalism 10% ถือว่าโอเคอยู่ ใครได้สูงๆต้องระวัง


ส่วน Hilight ของการเรียนคณะนี้ที่ Middlesex University เห็นจะเป็น Field trip ฟรีหนึ่งสัปดาห์
ที่ Newcastle บอกได้คำเดียวว่าเผ็ด!! จำอะไรเกี่ยวกับ Marketing ไม่ได้เลย จำได้แต่ชื่อผับและ



อีเวนท์ในแต่ละคืนที่นั่น หนุ่มๆ แซ่บส์เว่อร์ พูดเหน่อนิดๆ และทุกคน Friendly สุดๆ
เด็กๆ นักศึกษาก็ปาร์ตี้กันสุดพลัง ไม่ยอมแพ้ แม้อากาศจะหนาวแค่ไหน ทริปนี้ทำให้เพื่อนๆ
ในคณะสนิทกันมากขึ้น แถมอาจารย์ก็จำชื่อเราได้เลย เพราะนั่งผงกหัว (หลับ) ทุกครั้งในคลาสบรรยาย



มีความสนุกสนานก็ต้องมีความดราม่าระหว่างเรียนบ้าง นอกจากจะมีการดราม่าระหว่างเพื่อน
คนไทยด้วยกันเองแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น การเรียนที่นั่นนอกจากจะมีงานเดี่ยวแล้ว ยังต้องมี
งานที่ทำเป็นกลุ่ม บางงานอนุญาตให้คนไทยอยู่กลุ่มเดียวกันได้ แต่บางงานต้องรวมกลุ่ม Random
กับเพื่อนต่างชาติ สนุกเลยล่ะทีนี้

วิชา Marketing Event จริงๆ เป็นวิชาที่ชอบมากที่สุด แต่ดันต้องมาตีกับพวกเพื่อนต่างชาติ
ก็เริ่มไม่สนุกละ พอต้องตีกับพวกต่างชาติ รู้เลยว่าคนไทยนักกันที่สุด สามัคคีสุดพลัง


น้องๆ ในกลุ่มก็งานหาข้อมูลกันสุดพลัง ส่วนเราเป็นพี่ใหญ่ รับตำแหน่งต่อปากต่อคำและคอยฟาดฟัน
กับพวกต่างชาติที่คอยเอาเปรียบและคิดว่าคนไทยโง่ มาจ้า นอกจากเรียนโทแล้วยังต้องเรียนรบอีกด้วย

สุดท้าย Event Soccer Samba ก็สำเร็จลุล่วงมาได้ด้วยดี ภาพถ่ายบางรูปก็ต้องมีแอ๊บยิ้มรักกัน
กับเพื่อนในกลุ่ม ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะฟาดฟันกันมาสุดพลัง ตั้งแต่โทรไปจิกให้มาทำงาน



ลบชื่อคนที่ไม่ทำงานออกจากกลุ่ม ใครมาสายก็จิกๆๆๆ แล้วให้ทำงานชดเชย ถ้าไม่ทำก็เตรียมตัวมีเรื่อง!!
ดีที่อังกฤษค่อนข้างตรง อาจารย์เข้าใจนักเรียน ถ้ามีเรื่องอะไรเค้าจะรับฟังทุกปัญหา

คอร์ส ป.โท หนึ่งปีกว่า ถามว่าคุ้มมั๊ย กับค่าเรียน 7 แสนกว่า (สมัยนั้นปอนด์ละ 60 กว่าบาท)
ตอบเลยว่าคุ้มครับ เอาจริงๆ ภาษาพูดถ้าใครมาเรียนแค่ปีเดียว ไม่น่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเยอะครับ

แต่ถ้าใครภาษาเป๊ะมาอยู่แล้วก็อีกเรื่องนึง แต่ที่ได้เยอะคือภาษาเขียนที่เป็น Academic English
ที่ต้องจมปักอยู่กับการทำงานตลอดเวลา

นอกจากนี้ยังได้เรื่องกระบวนการคิด การทำงานที่เป็นระบบ การค้นคว้าหาข้อมูลมาคิด วิเคราะห์
เพื่อใช้ทำงาน การทำงานร่วมกันเป็นทีม และการทำงานกับเพื่อนต่างชาติ ทำให้เรารู้ Culture
การทำงานและนิสัยของชาติอื่นๆ





และสุดท้ายใบปริญญานี้ก็ได้นำไปสมัครงานที่อังกฤษ และต่อยอดมาทำธุรกิจในปัจจุบันนี้
แล้วเดี๋ยวจะมาเล่าต่อครับ : )
ชื่อสินค้า:   London
คะแนน:     
**CR - Consumer Review : ผู้เขียนรีวิวนี้เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือเสียค่าบริการเอง ไม่มีผู้สนับสนุนให้สินค้าหรือบริการฟรี และผู้เขียนรีวิวไม่ได้รับสิ่งตอบแทนในการเขียนรีวิว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่