ชีวิตจริงยิ่งโต ยิ่งเศร้า ยิ่งโดดเดี่ยวจริงใช่ไหม?

สวัสดีค่ะ กระทู้นี้ไม่ใช่คำถามแต่เป็นการเล่าเรื่องราวแชร์ประสบการณ์ความรู้สึกของนิสิตปี 1 คนนึงในช่วงเวลาเกือบจะหนึ่งเทอมที่ผ่านมา

"การได้เริ่มต้นสังคมใหม่ของชีวิตจริงมันไม่เหมือนในจินตนาการ"

ฉันเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ตอนแรกที่รู้ว่าได้ที่นี่ฉันรู้สึกดีใจมากนอกจากได้เรียนตามที่ตั้งใจไว้แล้วยังมีเพื่อนๆในห้องติดที่เดียวกันอยู่หลายคนรวมถึงเพื่อนสนิทในกลุ่มฉันคนนึงก็ติดที่นี่เหมือนกัน ฉันเลยคิดว่าฉันคงไม่เหงาแน่ๆเพราะมีเพื่อนมาด้วยกันเยอะ

แต่คุณรู้ไหมว่าฉันคือคนที่ต้องอยู่คนเดียวบ่อยที่สุด

มันเรื่มตั้งแต่การรับน้องฉันเป็นคนเดียวที่เรียนคณะต่างจากเพื่อน ช่วงรับน้องฉันเบื่อมากจริงๆเพราะนอกจากการรับน้องจะไม่ค่อยสนุกแล้วฉันยังไม่มีเพื่อนเลยสักคนเพราะไม่รู้จะคุยกับใคร ไม่รู้ทำไมเมือนกันว่าปากที่พูดอยู่บ่อยๆกลับไม่ทักไม่ทายใครเลย หนึ่งวันเต็มที่ทิ้งไปกับการตบมือแบบขอไปที นั่งรอฝนหยุดตก แล้วก็กลับหอ แต่มันก็ไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะพอกลับหอมาเพื่อนฉันก็ยังอยู่ ฉันไม่ได้ยุ่งกับใครนอกจากเพื่อนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันและเหตุผลนี้ วันที่พี่ปี 2 นัดปี 1 ในสาขาฉันก็ไม่มีเพื่อนเหมือนเดิม มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก มันเกิดขึ้นแล้วกับตัวฉันคนนี้คนที่คิดว่าตัวเอเฟรนลี่กับทุกคนสุดๆ กลายเป็นคนที่นั่งหงอยเหมือนปลาแห้งอยู่คนเดียวในหมู่เพื่อนร่วมสาขา 70 กว่าคน คิดในใจว่าในนี้จะไม่มีสักคนเลยหรอที่จะคุยกับเราเป็นเพื่อนกับเรา ยิ่งคิดยิ่งหดหู่สุดๆไปเลย ในช่วงนั้นฉันร้องไห้ทุกวันเพราะเพื่อนๆที่มาจากโรงเรียนเดียวกันก็เริ่มทำกิจกรรมของคณะของเจอร์ตัวเองบ้างแล้ว

แต่มันก็ยังไม่แย่ขนาดนั้นนะเพราะฉันก็มีเพื่อนในเจอร์จนได้ การรวมตัวของคนที่ยังไม่มีเพื่อน ฟังดูตลกใช่ไหม แต่มันคือจุดเริ่มต้นของกลุ่มของเราจริงๆ ในช่วงนี้เรื่องเพื่อนมันไปได้ดีมาก พวกเราสนุกกันมากเพราะต่างคนต่างเป็นคนเฮฮา หัวเราะกันตลอดที่อยู่ด้วยกัน

แต่ฉันก็มีปัญหาเรื่องเรียนเข้ามาแทนที่ คือฉันเข้ามาเรียนสาขานี้เพราะคิดว่าตัวเองต้องทำมันได้ดีแน่ๆ เอาความมั่นใจไปเต็มที แต่พอเรียนเข้าจริงๆฉันกลับทำมันได้ห่วยที่สุดของที่สุดที่จะทำได้ อาจจะดูเวอร์แต่สำหรับฉันมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

สมมติว่าคุณเคยเรียนตอนม.ปลาย คุณสอบได้ที่หนึ่งของห้องทุกปีและอยู่อันดับไม่เกิน 30 ของระดับชั้น เกรดเฉลี่ยไม่เคยต่ำกว่า 3.50 แต่พอสอบเก็บคะแนนของวิชาเจอร์คุณสอบได้อันดับสุดท้ายของเจอร์และสอบเก็บคะแนนนี้อาจารย์บอกว่าเป็นแค่ส่วนพื้นฐานปูพื้นธรรมดา

คุณจะรู้สึกยังไง?

สำหรับฉันยิ้มโคตรโหดร้ายเลย ความคิดแย่ๆเข้ามาเต็มไปหมดทั้งอยากซิ่ว ร้องไห้กับตัวเองซ้ำๆย้ำๆทุกวัน มันทรมานมากเลยที่ทำไม่ได้สักที ยิ่งทำยิ่งท้อ รู้สึกชีวิตมันยากไปไหมนะ เหนื่อยจริงๆเลย แต่สุดท้ายเพราะมีพ่อแม่ เพื่อนคอยช่วยปลอบและให้กำลังใจ ฉันเลยพยายามอีกครั้งและมันก็ทำได้ในที่สุด ตอนนี้มันกำลังไปได้ดี ถึงจะไม่ดีมากแต่มันก็ไม่แย่เหมือนตอนแรกๆ ฉันรู้สึกภูมิใจตัวเองนิดๆเหมือนกัน

แต่เมื่อไรมีความสุขความทุกข์ก็เข้ามา

ฉันมีปัญหากับเพื่อนในเจอร์ฉันทะเลาะกันเพราะความเอาแต่ใจของทั้งตัวฉันเองและตัวเขาด้วย ส่วนเรื่องเป็นมายังไงขอไม่เล่านะคะมันยาวและเข้าใจยาก ที่จริงมันเหมือนมีเรื่องที่ไม่พอใจกันเก็บไว้เยอะแล้วก็ต่างคนต่างไม่พูดเพราะคิดว่าเราเป็นเพื่อนใหม่กันอยากคบกันยาวๆเลยเก็บไว้ จนสุดท้ายมันก็มีขีดจำกัด มันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นนะคะแต่เพราะมันผิดใจกันครั้งนึงความไว้ใจและเชื่อใจมันก็ไม่เหมือนเดิมเท่านั้น พวกเรายังคุยกันอยู่แต่พูดกันน้อยลงทั้งๆที่ไปเรียนด้วยกัน เรียนด้วยกัน กลับด้วยกัน มันอึดอัดนะแต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงมันอธิบายยาก

และนอกจากนี้เพื่อนสนิทจากที่โรงเรียนเก่าฉันตอนนี้เขาก็มีเพื่อนในคณะของตัวเองรู้สึกพวกเขาจะไปได้ดี แต่สำหรับฉันแล้วมันไม่ดีเลย พวกเขาชอบพากันไปปาร์ตี้บ่อยๆอาทิตย์นึงก็ 2-3 ครั้งแล้วเพื่อนของฉันก็จะไม่ไปเรียนทั้งๆที่เมื่อก่อนเพื่อนฉันไม่เคยทิ้งเรื่องเรียนเลย แต่กลายเป็นชอบดื่มและไปบ่อย ดื่มไปหนักจนไม่ไปเรียนหลายครั้ง และนอกจากนี้เมื่อเขาออกไปข้างนอกฉันจะอยู่ห้องคนเดียวเสมอและช่วงนี้ก็ถี่มากจนฉันรู้สึกว่ามันไม่โอเคทั้งตัวฉันและเพื่อนฉันด้วย ฉันเคยบอกเพื่อนแล้วแต่รู้สึกมันจะไม่ได้เรื่องอะไร ฉันงอนเขาแต่เขาไม่ได้สนใจฉันเลยเพราะคิดว่าเดี๋ยวฉันก็หายเองและมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

และเพราะเรื่องมันผูกกันยังไงก็ไม่รู้กลายเป็นว่าตอนนี้ฉันอยู่คนเดียว ถึงจะมีเพื่อนคนอื่นหรือพี่ๆที่รู้จักทักทายแต่มันเหมือนไม่สนิทใจกับใครเลย รู้สึกเหมือนตัวคนเดียว โลกนี้มีแค่ฉันกับโต๊ะ เตียง ที่นอนที่ฉันพูดระบายใส่มันบ่อยๆและการร้องไห้ก็เป็นสิ่งที่ฉันทำมันบ่อยๆเช่นกัน เหมือนคนบ้าหรือไม่ก็โรคจิตมันเป็นเวลาแค่ไม่กี่เดือนที่รู้สึกว่ายาวนานและอยากให้มันพ้นๆไปเร็วๆ ฉันคิดว่าคงอยู่กับมันไปได้สักพักจนกว่าจะสอบปลายภาค ฉันรอที่จะปิดเทอมกลับไปบ้านมันคงจะดีถ้าได้ไปพักผ่อนสมอง

ทั้งหมดนี้มันก็แค่การระบายความรู้สึกของคนๆนึงเท่านั้นและถ้าใครตอนนี้คุณกำลังเป็นเหมือนฉัน ฉันคงหวังว่าพวกเราจะผ่านมันไปได้ด้วยดี เพราะฉันดูการ์ตูนวันพีชบ่อยเเละเชื่อคำพูดนึงว่า ไม่มีใครจะถูกปล่อยให้อยู่คนเดียวตลอดชีวิต ดังนั้นหวังว่าจะมีใครสักคนที่เขาเปิดใจยอมรับเรา และเราก็เปิดใจยอมรับเขาได้จริงๆ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่