อยากหาที่ระบายค่ะ
เรารู้จักน้องคนนึงที่ทำงานเป็นระยะเวลาเกือบ 10 เดือนค่ะ
มาสนิทกันในช่วง 6 เดือนให้หลัง แรกๆเค้าดูเป็นเด็กน่ารัก
พูดน้อย ออกจะเป็นเด็กบ้านนอกหน่อยๆ พูดอะไรให้ฟังก็ดูน่ารักไปหมด
จนเรารู้สึกเอ็นดู อยากพาไปเที่ยว ไปกินอะไรอร่อยๆ ใช้เวลาร่วมกัน
ตกกลางคืนก็พูดคุยปรึกษากัน โดยส่วนใหญ่เป็นเราที่รับฟังเค้าทุกเรื่อง
แม้กระทั้งเรื่องส่วนตัวที่เค้าพูดกับใครไม่ได้ และเค้าก็มักพูดเสมอว่าเรา
คือคนที่เค้าไว้ใจที่สุด แม้แต่ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่คบกันมานานยังไม่เคยรับรู้เรื่องของเค้ามากเท่าเรามาก่อน
จากความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้เราเริ่มผูกพันธ์ และค่อยๆรักเค้าในที่สุด
เวลาว่างวันหยุดเค้ามักอ้อนเราให้ไปหาที่บ้าน ทำอะไรกินด้วยกัน
ตกเย็นอาศัยทางกลับบ้านเส้นเดัยวกัน เราก็แวะไปทานข้าวบ้านเค้ากับพ่อแม่เค้าเกือบทุกวัน
ใช้ชีวิตแบบนี้ช่วงใหญ่ๆ จนเราเริ่มสัมผัสได้ว่าเค้าเริ่มเบื่อ
เริ่มปฏิเสธให้เราไปหา อ้างขับรถไกล จนล่าสุดเค้าบอกเราว่า
คนแถวบ้านเค้าไปลือกันว่าเห็นเรากับเค้ากอดกันที่ตลาดตอนไปซื้อของ
ทั้งที่ความจริงเราแค่จับมือกันข้ามถนน เค้าเริ่มแสดงออกให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่าเค้าแคร์สายตาคนรอบข้างเค้าเวลาไปไหนกะเรา หรือแม้แต่อยู่บ้านเค้าแล้วเพื่อนมาหา
เราเหมือนกลายเป็นอากาศ จะมองเห็นก็ต่อเมื่ออยากให้ไปทำอาหารให้
หรืออยากให้ทำอะไรก็จะได้คุยกันที..
เราอึดอัดกับเรื่องนี้เลยตัดสินใจพูดไปตรงๆ แต่เค้าบอกว่าถ้าเราคิดแบบนี้ก็คงอยู่ร่วมกันกับเค้าไม่ได้
เค้าติดเพื่อนค่ะ มีกิจกรรมร่วมกันตลอด ซึ่งแน่นอนไม่มีเราในนั้น ทั้งที่ก่อนหน้าเหมือนเค้ามีแค่เรา
เรารู้ว่ามันเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปหากจะให้เค้ามาทุ่มเทเวลาให้เราทั้งหมด
เราพยายามให้ที่ว่างเค้า คอยโทรหาบ้าง แต่เหมือนกลายเป็นไปทำให้เค้ารำคาญ
ความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่มีชื่อเรียกค่ะ เราเคยคุยกับเค้า
ว่าถ้าหากเค้าไม่ได้รู้สึกเหมือนกันกับเรา ก็ให้บอกแล้วกลับมาเป็นพี่เป็นน้อง
มาเป็นเหมือนเดิม แต่เค้าบอกว่ามันเกินกว่านั้น เค้ากลับไปไม่ได้
คุยกันครั้งล่าสุด เค้าบอกให้เราพักเรื่องส่วนตัวกับเค้าก่อน ให้มองไปที่อนาคต
ที่มองไว้ร่วมกัน เพราะเราคุยกันว่าจะหาประสบการณ์จากงาน แล้วออกไปเปิดบริษัทด้วยกัน
แต่ส่งที่เราเห็นจากเค้าคือ เค้าแค่พูดว่าอยากทำมัน แต่ยังใช้ชีวิตปกติ เสเพล กินเหล้า
และที่หนักกว่านั้นคือเราแอบรู้ว่าเค้ากลับไปคุยกับแฟนเก่า นัดเจอกันจากแชทที่เค้าลืมลบ ก่อนจะลบทิ้งทีหลัง
เพราะกลัวเราเห็น..
ตอนนี้เราเป็นทุกข์มากค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง จากนิสัยเค้าที่เปลี่ยนไป
เราพยายามเข้าใจว่ามันเป็นเพราะเค้าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง
แต่เรานิสัยตรงข้าม เราอยากอยู่ใกล้ อยากใช้เวลาร่วมกัน อยากคุยเหมือนเดิม
แต่ทำไม่ได้ ยังไม่รวมกับที่เราชอบดูแลเค้า แค่เค้าบอกว่าเค้าอยากได้อะไร
เราก็พร้อมจะช่วยหาข้อมูลหรือซื้อมาให้เพราะอยากให้เค้าได้ใช้
เวลาไปกินข้าวหรือทำอาหารร่วมกันเราก็จะเป็นฝ่ายออก เพราะคิดว่าเค้ามีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ
ทำอยู่แบบนี้..แต่เหมือนมันเป็นแค่ความเคยชิน เค้ามักจะทำร้ายจิตใจเรา
ด้วยคำพูดเวลาไม่พอใจของที่เราซื้อให้ บอกให้ไปโยนทิ้งบ้าง เลิกทำบ้าง ไม่มีโล่รางวัลให้บ้าง
เราทำได้แค่เดินไปหยิบของชิ้นนั้น แล้วเอาไปเปลี่ยนให้ หรือเก็บกลับมา
หรือบางทีเค้าก็รับมันแบบไม่เต็มใจ ใช้เพราะไม่มีอย่างอื่นให้ใช้บ้าง
เราคิดว่ามันเป็นเพราะกำแพงอายุที่ห่างกันเกือบ 10 ปี เลยทำให้เราไม่เข้าใจกัน
หรือมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกันเสมอ เราพยายามหาเหตุผลเพื่อเข้าใจเค้า แต่จบลงที่การร้องไห้คนเดียวทุกที
คนรอบข้างที่มองเห็นเรา บ้างก็บอกให้เราหยุด บ้างก็บอกให้รอเพราะเค้าอาจยังสับสน
แต่เรายังควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เลยยังเจ็บแบบนี้
ความสัมพันธ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาพ่อแม่เค้า ตอนแรกเราก็กลัวพ่อแม่เค้าจะอึดอัด
เพราะเราก็ดูเหมือนไปติดลูกเค้าซะมากกว่า คอยเทียวไปหา ซื้อไรดีๆไปให้กิน
ตอนหลังๆ เราเหมือนเริ่มรู้สึกว่าเค้ายอมรับเรามากขึ้น เพราะเราดูแลลูกเค้า
ล่าสุดพากันไปลงทะเบียนเรียนเพิ่ม เหมือนเค้าโอเคกับตรงนี้
แต่เค้าก็เลยไม่อึดอัดใจกับเรา
ตอนนี้เราสับสนมากเลยค่ะ ไม่มีที่ระบาย ไม่มีใครให้คุยด้วย เหมือนตัวคนเดียว
เอาแต่คิดถึงเค้า โทรหาก็เหมือนเค้ารำคาญ อยากหายๆไปซะแต่ติดปัญหาหลายๆอย่าง
รวมถึงใจเราก็ยังไม่พร้อม สมเพชตัวเองก็สมเพช ที่ต้องคอยร้องขอหาความรักจากเค้า
ขอกำลังใจ และข้อคิดเตือนสติหน่อยค่ะ เรารู้ว่าเรื่องของเราควรหยุดมากกว่าไปต่อ
แต่ตอนนี้เราแค่ต้องการเวลาทำใจและต้องการให้ตัวเองเข้มแข็งกว่านี้ก่อน
ขอบคุณที่อ่านกันจนจบค่ะ.
ขอคำปรึกษาและหาที่ระบาย อยากตัดใจจากคนที่คอยให้ความหวังค่ะ
เรารู้จักน้องคนนึงที่ทำงานเป็นระยะเวลาเกือบ 10 เดือนค่ะ
มาสนิทกันในช่วง 6 เดือนให้หลัง แรกๆเค้าดูเป็นเด็กน่ารัก
พูดน้อย ออกจะเป็นเด็กบ้านนอกหน่อยๆ พูดอะไรให้ฟังก็ดูน่ารักไปหมด
จนเรารู้สึกเอ็นดู อยากพาไปเที่ยว ไปกินอะไรอร่อยๆ ใช้เวลาร่วมกัน
ตกกลางคืนก็พูดคุยปรึกษากัน โดยส่วนใหญ่เป็นเราที่รับฟังเค้าทุกเรื่อง
แม้กระทั้งเรื่องส่วนตัวที่เค้าพูดกับใครไม่ได้ และเค้าก็มักพูดเสมอว่าเรา
คือคนที่เค้าไว้ใจที่สุด แม้แต่ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทที่คบกันมานานยังไม่เคยรับรู้เรื่องของเค้ามากเท่าเรามาก่อน
จากความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้เราเริ่มผูกพันธ์ และค่อยๆรักเค้าในที่สุด
เวลาว่างวันหยุดเค้ามักอ้อนเราให้ไปหาที่บ้าน ทำอะไรกินด้วยกัน
ตกเย็นอาศัยทางกลับบ้านเส้นเดัยวกัน เราก็แวะไปทานข้าวบ้านเค้ากับพ่อแม่เค้าเกือบทุกวัน
ใช้ชีวิตแบบนี้ช่วงใหญ่ๆ จนเราเริ่มสัมผัสได้ว่าเค้าเริ่มเบื่อ
เริ่มปฏิเสธให้เราไปหา อ้างขับรถไกล จนล่าสุดเค้าบอกเราว่า
คนแถวบ้านเค้าไปลือกันว่าเห็นเรากับเค้ากอดกันที่ตลาดตอนไปซื้อของ
ทั้งที่ความจริงเราแค่จับมือกันข้ามถนน เค้าเริ่มแสดงออกให้เราเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่าเค้าแคร์สายตาคนรอบข้างเค้าเวลาไปไหนกะเรา หรือแม้แต่อยู่บ้านเค้าแล้วเพื่อนมาหา
เราเหมือนกลายเป็นอากาศ จะมองเห็นก็ต่อเมื่ออยากให้ไปทำอาหารให้
หรืออยากให้ทำอะไรก็จะได้คุยกันที..
เราอึดอัดกับเรื่องนี้เลยตัดสินใจพูดไปตรงๆ แต่เค้าบอกว่าถ้าเราคิดแบบนี้ก็คงอยู่ร่วมกันกับเค้าไม่ได้
เค้าติดเพื่อนค่ะ มีกิจกรรมร่วมกันตลอด ซึ่งแน่นอนไม่มีเราในนั้น ทั้งที่ก่อนหน้าเหมือนเค้ามีแค่เรา
เรารู้ว่ามันเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปหากจะให้เค้ามาทุ่มเทเวลาให้เราทั้งหมด
เราพยายามให้ที่ว่างเค้า คอยโทรหาบ้าง แต่เหมือนกลายเป็นไปทำให้เค้ารำคาญ
ความสัมพันธ์ของเราสองคนไม่มีชื่อเรียกค่ะ เราเคยคุยกับเค้า
ว่าถ้าหากเค้าไม่ได้รู้สึกเหมือนกันกับเรา ก็ให้บอกแล้วกลับมาเป็นพี่เป็นน้อง
มาเป็นเหมือนเดิม แต่เค้าบอกว่ามันเกินกว่านั้น เค้ากลับไปไม่ได้
คุยกันครั้งล่าสุด เค้าบอกให้เราพักเรื่องส่วนตัวกับเค้าก่อน ให้มองไปที่อนาคต
ที่มองไว้ร่วมกัน เพราะเราคุยกันว่าจะหาประสบการณ์จากงาน แล้วออกไปเปิดบริษัทด้วยกัน
แต่ส่งที่เราเห็นจากเค้าคือ เค้าแค่พูดว่าอยากทำมัน แต่ยังใช้ชีวิตปกติ เสเพล กินเหล้า
และที่หนักกว่านั้นคือเราแอบรู้ว่าเค้ากลับไปคุยกับแฟนเก่า นัดเจอกันจากแชทที่เค้าลืมลบ ก่อนจะลบทิ้งทีหลัง
เพราะกลัวเราเห็น..
ตอนนี้เราเป็นทุกข์มากค่ะ ไม่รู้จะทำยังไง จากนิสัยเค้าที่เปลี่ยนไป
เราพยายามเข้าใจว่ามันเป็นเพราะเค้าเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง
แต่เรานิสัยตรงข้าม เราอยากอยู่ใกล้ อยากใช้เวลาร่วมกัน อยากคุยเหมือนเดิม
แต่ทำไม่ได้ ยังไม่รวมกับที่เราชอบดูแลเค้า แค่เค้าบอกว่าเค้าอยากได้อะไร
เราก็พร้อมจะช่วยหาข้อมูลหรือซื้อมาให้เพราะอยากให้เค้าได้ใช้
เวลาไปกินข้าวหรือทำอาหารร่วมกันเราก็จะเป็นฝ่ายออก เพราะคิดว่าเค้ามีภาระค่าใช้จ่ายเยอะ
ทำอยู่แบบนี้..แต่เหมือนมันเป็นแค่ความเคยชิน เค้ามักจะทำร้ายจิตใจเรา
ด้วยคำพูดเวลาไม่พอใจของที่เราซื้อให้ บอกให้ไปโยนทิ้งบ้าง เลิกทำบ้าง ไม่มีโล่รางวัลให้บ้าง
เราทำได้แค่เดินไปหยิบของชิ้นนั้น แล้วเอาไปเปลี่ยนให้ หรือเก็บกลับมา
หรือบางทีเค้าก็รับมันแบบไม่เต็มใจ ใช้เพราะไม่มีอย่างอื่นให้ใช้บ้าง
เราคิดว่ามันเป็นเพราะกำแพงอายุที่ห่างกันเกือบ 10 ปี เลยทำให้เราไม่เข้าใจกัน
หรือมีปัญหาเรื่องการสื่อสารกันเสมอ เราพยายามหาเหตุผลเพื่อเข้าใจเค้า แต่จบลงที่การร้องไห้คนเดียวทุกที
คนรอบข้างที่มองเห็นเรา บ้างก็บอกให้เราหยุด บ้างก็บอกให้รอเพราะเค้าอาจยังสับสน
แต่เรายังควบคุมความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เลยยังเจ็บแบบนี้
ความสัมพันธ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาพ่อแม่เค้า ตอนแรกเราก็กลัวพ่อแม่เค้าจะอึดอัด
เพราะเราก็ดูเหมือนไปติดลูกเค้าซะมากกว่า คอยเทียวไปหา ซื้อไรดีๆไปให้กิน
ตอนหลังๆ เราเหมือนเริ่มรู้สึกว่าเค้ายอมรับเรามากขึ้น เพราะเราดูแลลูกเค้า
ล่าสุดพากันไปลงทะเบียนเรียนเพิ่ม เหมือนเค้าโอเคกับตรงนี้
แต่เค้าก็เลยไม่อึดอัดใจกับเรา
ตอนนี้เราสับสนมากเลยค่ะ ไม่มีที่ระบาย ไม่มีใครให้คุยด้วย เหมือนตัวคนเดียว
เอาแต่คิดถึงเค้า โทรหาก็เหมือนเค้ารำคาญ อยากหายๆไปซะแต่ติดปัญหาหลายๆอย่าง
รวมถึงใจเราก็ยังไม่พร้อม สมเพชตัวเองก็สมเพช ที่ต้องคอยร้องขอหาความรักจากเค้า
ขอกำลังใจ และข้อคิดเตือนสติหน่อยค่ะ เรารู้ว่าเรื่องของเราควรหยุดมากกว่าไปต่อ
แต่ตอนนี้เราแค่ต้องการเวลาทำใจและต้องการให้ตัวเองเข้มแข็งกว่านี้ก่อน
ขอบคุณที่อ่านกันจนจบค่ะ.