ตอนแรกเราก็เป็นแค่เล็กน้อย มีปัญหาแค่ตอนที่ต้องเป็นจุดสนใจหรือต้องพรีเซ้นท์งาน เพราะเรามีปมตอนอนุบาลที่ต้องเป็นพิธีกรหน้าเสาธงโดยที่เป็นเด็กใหม่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโรงเรียนเลย แถมยังต้องโดนครูด่าเรื่องนี้บ่อยแต่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนตัวเรากับคนอื่น หนักสุดคือโดนบ่นหน้าแถวแล้วทุกคนหันมาดู เราเลยกลัวการที่ต้องเป็นจุดสนใจ แม้แต่การรำหรือการท่องกลอนที่เราชอบเราก็เลิกไป การเป็นพิธีกรที่เราอยากเป็นเราก็ไม่เคยอยู่ในจุดนั้นอีกเลย เพราะเรากลัวการถูกจ้อง พอถูกคนรอบข้างจ้องแล้วเราจะตัวสั่น เหงื่อแตก บางทีถ้าทำเรื่องน่าอายเราถึงกับหนีไปร้องไห้ แต่เราก็กลัวแค่เวลาถูกคนเยอะๆจ้อง ไม่เคยมีปัญหาในการเข้าสังคมเลย
จนมาถึงตอนม.2 กลุ่มเราถูกเพื่อนในห้องแบน เราไม่รู้ว่าแบนเพราะอะไร จู่ๆก็แบนมาเลย ทั้งโดนข่าวเสียๆหายๆที่ไม่เป็นความจริง แต่งมาเพื่อสนุกปากคนเล่า ตอนนั้นเราถึงกับร้องไห้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราทำอะไรผิด ทำไมต้องทำแบบนี้กับพวกเราด้วย มันคือฝันร้ายของเราก็ว่าได้ ตอนนั้นเราคิดมาก เรากลัวทุกคนในห้อง กลัวว่าจะไปทำเรื่องให้เขาไม่พอใจเพิ่มอีก เราแทบไม่คุยใครนอกจากคนที่เราสนิท เราก็ทนๆจนจบม.ต้น ตอนแรกว่าจะเบนสายจากสายที่เราอยากเข้าเพราะเราไม่อยากอยู่กับคนพวกนี้แล้ว แต่เราก็คิดว่าผลการเรียนเราคงไม่ดีเท่าคนในห้อง ดีไม่ดีอาจได้อยู่คนละห้องกัน แต่เราคิดผิด....คนที่อยู่ห้องเดียวกับเราเรียกได้ว่าเป็นคนที่(น่าจะ)นำทุกคนให้เกลียดกลุ่มเรา แต่ก็มีบางส่วนกระจายไปบ้าง ตอนแรกเราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรหลอก ก็โตๆกันแล้ว แต่ผลการเรียนในวิชาที่มีแต่คนบอกว่ายากที่สุดเราก็ออกมาดี คนที่เข้ามาทำดีกับเราก็คือคนที่แบนเราเป็นส่วนมาก บางคนปีแล้วแทบไม่มองหน้าเรา แต่ตอนนี้กลับอยากนั่งข้างเรา เราก็รู้แหละว่าต้องการอะไร แล้วเราก็กลัวด้วย หลังๆเรามักปลีกไปนั่งห้องอื่นที่เงียบๆ ไปอยู่คนเดียวที่ห้องสมุดบ้าง
ตอนแรกเราคิดว่าอาการของเราคงมีแค่ที่บอกไปในคอนแรก แต่ไม่เลย เราเป็นหนักกว่าเดิม บางทีครูจะแรนด้อมกลุ่ม ทำให้เราต้องไปอยู่กับพวกหัวโจกที่เคยแบนเรา หรือคนที่เราไม่รู้จักดี เวลาเราคุยกับคนที่เราไม่สนิทด้วย แบบที่เราไม่รู้ว่าคิดดีคิดร้าย เราจะมีอาการเหงื่อแตก ใจเต้นแรง อึดอัด สมองคิดแต่ว่าเราจะไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีกรึเปล่านะ บางทีเราก็หลบๆมาอยู่กับคนที่เราไว้ใจ แต่เราก็กลัวอีกว่าพวกเขาจะว่าเราที่เราออกมา ในหัวก็มีแต่ภาพตอนที่ถูกแบน ยิ่งถูกปล่อยไว้คนเดียวก็คนพวกนั้นเรายิ่งมึนหัวเลย เคยมีตอนที่เราหลบออกมาเพราะมึนหัวที่อยู่กับคนพวกนั้นโดยไม่มีคนที่เราไว้ใจอยู่ด้วยแล้วเราก็หน้ามึดจนเกือบตกบันได
ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในชีวิตมากแต่หลังๆนี่เริ่มมากแล้ว เพราะจากการที่เราเป็นคนเข้าสังคมเก่งหลังๆเราไม่ค่อยได้เข้าหาใครนอกจากคนที่เราไว้ใจเลย ขอสอบถามหน่อยนะคะว่าเราจะแก้ยังไงดี เราไม่อยากให้เรื่องพวกนี้ต้องมาเป็นปัญหาในชีวิตเรามากค่ะ เรื่องที่ถูกแบนมันร้ายแรงในความทรงจำของเรามากจริงๆ ทุกวันนี้บางทีที่เราคิดถึงมันเรายังนั่งร้องไห้อยู่เลย
เราเคยขอให้พาเราไปพบจิตแพทย์แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่พาไปค่ะ เพราะทางครอบครัวมองว่าโตไปก็หายเอง
อาจจะเขียนงงหน่อยนะคะ ผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษด้วยค่ะ
[แก้ไขคำผิด]
เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมเพราะเคยถูกแบนและมีปมตอนเด็ก แก้ยังไงดี?
จนมาถึงตอนม.2 กลุ่มเราถูกเพื่อนในห้องแบน เราไม่รู้ว่าแบนเพราะอะไร จู่ๆก็แบนมาเลย ทั้งโดนข่าวเสียๆหายๆที่ไม่เป็นความจริง แต่งมาเพื่อสนุกปากคนเล่า ตอนนั้นเราถึงกับร้องไห้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราทำอะไรผิด ทำไมต้องทำแบบนี้กับพวกเราด้วย มันคือฝันร้ายของเราก็ว่าได้ ตอนนั้นเราคิดมาก เรากลัวทุกคนในห้อง กลัวว่าจะไปทำเรื่องให้เขาไม่พอใจเพิ่มอีก เราแทบไม่คุยใครนอกจากคนที่เราสนิท เราก็ทนๆจนจบม.ต้น ตอนแรกว่าจะเบนสายจากสายที่เราอยากเข้าเพราะเราไม่อยากอยู่กับคนพวกนี้แล้ว แต่เราก็คิดว่าผลการเรียนเราคงไม่ดีเท่าคนในห้อง ดีไม่ดีอาจได้อยู่คนละห้องกัน แต่เราคิดผิด....คนที่อยู่ห้องเดียวกับเราเรียกได้ว่าเป็นคนที่(น่าจะ)นำทุกคนให้เกลียดกลุ่มเรา แต่ก็มีบางส่วนกระจายไปบ้าง ตอนแรกเราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรหลอก ก็โตๆกันแล้ว แต่ผลการเรียนในวิชาที่มีแต่คนบอกว่ายากที่สุดเราก็ออกมาดี คนที่เข้ามาทำดีกับเราก็คือคนที่แบนเราเป็นส่วนมาก บางคนปีแล้วแทบไม่มองหน้าเรา แต่ตอนนี้กลับอยากนั่งข้างเรา เราก็รู้แหละว่าต้องการอะไร แล้วเราก็กลัวด้วย หลังๆเรามักปลีกไปนั่งห้องอื่นที่เงียบๆ ไปอยู่คนเดียวที่ห้องสมุดบ้าง
ตอนแรกเราคิดว่าอาการของเราคงมีแค่ที่บอกไปในคอนแรก แต่ไม่เลย เราเป็นหนักกว่าเดิม บางทีครูจะแรนด้อมกลุ่ม ทำให้เราต้องไปอยู่กับพวกหัวโจกที่เคยแบนเรา หรือคนที่เราไม่รู้จักดี เวลาเราคุยกับคนที่เราไม่สนิทด้วย แบบที่เราไม่รู้ว่าคิดดีคิดร้าย เราจะมีอาการเหงื่อแตก ใจเต้นแรง อึดอัด สมองคิดแต่ว่าเราจะไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีกรึเปล่านะ บางทีเราก็หลบๆมาอยู่กับคนที่เราไว้ใจ แต่เราก็กลัวอีกว่าพวกเขาจะว่าเราที่เราออกมา ในหัวก็มีแต่ภาพตอนที่ถูกแบน ยิ่งถูกปล่อยไว้คนเดียวก็คนพวกนั้นเรายิ่งมึนหัวเลย เคยมีตอนที่เราหลบออกมาเพราะมึนหัวที่อยู่กับคนพวกนั้นโดยไม่มีคนที่เราไว้ใจอยู่ด้วยแล้วเราก็หน้ามึดจนเกือบตกบันได
ตอนแรกเราก็ไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาในชีวิตมากแต่หลังๆนี่เริ่มมากแล้ว เพราะจากการที่เราเป็นคนเข้าสังคมเก่งหลังๆเราไม่ค่อยได้เข้าหาใครนอกจากคนที่เราไว้ใจเลย ขอสอบถามหน่อยนะคะว่าเราจะแก้ยังไงดี เราไม่อยากให้เรื่องพวกนี้ต้องมาเป็นปัญหาในชีวิตเรามากค่ะ เรื่องที่ถูกแบนมันร้ายแรงในความทรงจำของเรามากจริงๆ ทุกวันนี้บางทีที่เราคิดถึงมันเรายังนั่งร้องไห้อยู่เลย
เราเคยขอให้พาเราไปพบจิตแพทย์แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่พาไปค่ะ เพราะทางครอบครัวมองว่าโตไปก็หายเอง
อาจจะเขียนงงหน่อยนะคะ ผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษด้วยค่ะ
[แก้ไขคำผิด]