[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ขออนุญาติ ใช้คำสามัญนะครับ ครั้งนี้ขอกล่าวความรู้สึกจากใจจริงๆ
วันพรุ่งนี้ เป็นวันเก็บอัฐิของ "พ่อ"
หนึ่งปีแล้วที่พ่อจากพวกเราไป แต่ความรู้สึกในวันนี้ ก็ยังไม่ต่างจากวันที่ 13 ตุลาคม
สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ หน้าจะแทนความรู้สึกของ "พวกเราทุกคน" ได้เป็นอย่างดี และหากพ่อสามารถรับรู้ด้วย "ญาณวิถี" ขอให้พ่อ ได้อ่าน"จดหมายฉบับสุดท้าย" จากประชาชนชาวไทยทุกคนนี้ด้วย
เมื่อ 70 ปีก่อน
ตอนนั้น เป็นช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน บ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย นักการเมือง(หรือทหาร)ในตอนนั้นไม่มีใครสนใจความทุกข์ยากของประชาชน ทุกต่อต่างต่อสู้เพื่อ "แย่งชิง" และ "รักษา" อำนาจของตัวเอง เกิดการปฏิวัติ กบฏ หลายต่อหลายครั้ง เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย
ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม กำลังทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ผืนดินมีแต่ความแห้งแล้ง มองไปทางไหนก็มีแต่ความแตกระแหงอยู่ทั่วไป ประเทศไทยในเวลานั้นไม่ต่างจากประเทศด้อยพัฒนาหลายประเทศในแอฟริกา ต่างจากยุโรป หรือ อเมริกามาก
ในเวลานั้น "สถาบันกษัตริย์" ที่เป็นสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจได้ เหลือเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ อำนาจที่เคยมีก็ถูกยึดไป ทรัพย์สินก็ถูกรัฐบาลยึดไปเกือบหมด ที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือ กษัตริย์ในเวลานั้นก็ดันมาจากไปอย่างมีเงื่อนงำอีก ประเทศไทยในเวลานั้นมีแต่เมฆหมอกสีดำปกคลุมอยู่ทั้งทั้งแผ่นดิน
......ในช่วงเวลาที่แสนเลวร้ายนั้น มี "ชายคนหนึ่ง" ที่ความจริงแล้วควรจะมีความสุขกับการเป็นนักดาราศาสตร์มากกว่า ควรจะมีความสุขกับการเป็นนักดนตรี ควรจะมีความสุขไปกับการเป็นนักแล่นเรือใบ แต่ในที่สุดก็ต้องมารับภาระอันหนักหน่วงนี้ต่อจากพี่ชาย
หลังจากรับภาระนั้นไม่นาน "ชายผู้นั้น" ที่พวกเราเรียกว่า "พ่อ" ก็เดินทางไปต่างประเทศทันที
วันที่ "พ่อ" กำลังนั่งรถไปที่สนามบิน พวกเราทุกคนรู้สึกว้าเหว่ สิ้นหวัง
พวกเรา"สงสัย" ว่า พ่อ กำลังจะไปไหน....
ทำไมพ่อ ต้องไปยุโรป....
....พวกเราคิดว่า "พ่อ" กำลังจะทิ้งพวกเราไปแล้ว
จนในที่สุด พวกเราคนหนึ่งในนั้นได้ตะโกนใส่พ่ออย่างสุดเสียงว่า "อย่าทิ้งประชาชน"
พ่อตอบชายคนนั้นไปว่า "ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะทิ้งประชาชนอย่างไรได้"
เป็น "คำสัญญา" ที่พวกเราทุกคนจำได้ และจะรอคอย "คำสัญญา" นั้น
แล้วพ่อ ก็จากไป...
.......
หลายไปผ่านไป "พ่อ" ก็กลับมา....
แต่พ่อ...ไม่ได้กลับมามือเปล่า....
พ่อนำ
"ปาฏิหารย์" กลับมาด้วย....
แผ่นดินที่แห้งแล้ง ก็กลายเป็นแผ่นดินที่ชุ่มฉ่ำ ที่ไหนที่ไม่มีน้ำ อยู่ๆก็มีแหล่งน้ำออกมาหล่อเลี้ยงพื้นที่นั้นจนอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ในขณะที่นักการเมือง(ในสมัยนั้น) มัวแต่ทะเลาะกัน...."พ่อ" ขึ้นดอยไปหาชาวเขา มอบอาชีพให้กับพวกเขา จนพวกเขามั่นคง มีรายได้มั่นคง...จนทุกวันนี้...
ที่ไหนทุกข์ยาก...ความช่วยเหลือของ "พ่อ" จะต้องอยู่ที่นั้นเสมอ
ที่ไหนรถติด....แล้วรับรู้ถึง "พ่อ" ปัญหาในที่นั้นจะต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น
ที่ไหนน้ำท่วม...แล้วรู้ถึงหูพ่อเมื่อไหร่ ที่นั้นก็จะไม่น้ำท่วมอีกเลย...
ที่สำคัญ....พ่อบุกป่าฝ่าดง ไปยังทุกที่....ไปยังที่ ที่ไม่มีใครเคยไป ทุกที่ทุรกันดาร พ่อไปมาหมด แต่เมื่อไหร่ที่พ่อไป จะต้องความเจริญเข้าไปยังที่เหล่านั้นเสมอ
นี่แหละที่เค้าเรียกว่า
ปาฏิหารย์
.......
....เวลาพาโลกเปลี่ยนไป
ประเทศต่างๆทั่วโลก ต่างพัฒนากันไปอย่างก้าวกระโดด
แต่ประเทศไทย กำลังพัฒนาบนพื้นฐานของความ "พอเพียง"
พวกเราทุกคนมีความสุข บนพื้นฐานของความพอประมาณ พวกเราทุกคนต่างยืนได้ด้วยขาของตนเอง ไม่ลำบาก เหมือนแต่ก่อนแล้ว....
............
จนวันนี้....ผ่านมา....70 ปี....
พ่อได้จากไปแล้ว.....
แต่พวกเรา คนไทยทุกคน มีบางสิ่ง อยากจะบอกพ่อ
....ขอบคุณ สำหรับโครงการพระราชดำริ 4000 กว่าโครงการ ที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้กับพวกเรา
....ขอบคุณ สำหรับทุกคำสอน ที่ช่วยให้พวกเรายึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
....ขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ทำให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤติต่างๆมาได้
....ขอบคุณ ที่ปลูกต้นไม้ให้พวกเรา....จนต้นไม้นั้นเติบโตสูงใหญ่ ออกผลให้เก็บกิน และแตกใบให้ร่มเงา...จนทุกวันนี้
....ขอบคุณ ที่พ่อ เป็น "พลังแห่งแผ่นดิน" ทำให้ก้อนดินที่แตกระแหง "บวกกันเป็นดินเดียว"
....ขอบคุณ ที่สละความสุข "ตลอดชีวิต" ให้กับลูกๆทุกคน
....ขอบคุณ ที่พ่อ "ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
และสุดท้าย....สิ่งที่ลูกทุกคน อยากจะบอกพ่อ....
....ขอบคุณ...ที่พ่อ...ไม่ลืม "คำสัญญา" ในวันนั้น
ว่าจะ "ไม่ทิ้งประชาชน"
....ผ่านมาแล้ว 70 ปี วันนี้ลูกรู้แล้ว ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อไม่เคยลืมคำสัญญาในวันนั้นเลย
ไม่มีวันไหนเลย...ที่พ่อไม่คิดถึงประชาชน....
ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา....พวกเราอยากจะบอกพ่อว่า....พวกเรามีความสุขมาก....ที่มีพ่อคนนี้....
พ่อทำให้พวกเราแข็งแรง สามารถพึงพาตนเองได้ และทำให้พวกเรามีทุกวันนี้.....
มีเพียงวันเดียว ที่พ่อทำให้พวกเราเสียใจ....คือวันที่ 13 ตุลาคม....เพราะวันนั้นเป็นวันเดียวที่พ่อ "ผิดสัญญา"
"จากใจ" ประชาชนชาวไทยทุกคน ถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
วันพรุ่งนี้ เป็นวันเก็บอัฐิของ "พ่อ"
หนึ่งปีแล้วที่พ่อจากพวกเราไป แต่ความรู้สึกในวันนี้ ก็ยังไม่ต่างจากวันที่ 13 ตุลาคม
สิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ หน้าจะแทนความรู้สึกของ "พวกเราทุกคน" ได้เป็นอย่างดี และหากพ่อสามารถรับรู้ด้วย "ญาณวิถี" ขอให้พ่อ ได้อ่าน"จดหมายฉบับสุดท้าย" จากประชาชนชาวไทยทุกคนนี้ด้วย
เมื่อ 70 ปีก่อน
ตอนนั้น เป็นช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่นาน บ้านเมืองมีแต่ความวุ่นวาย นักการเมือง(หรือทหาร)ในตอนนั้นไม่มีใครสนใจความทุกข์ยากของประชาชน ทุกต่อต่างต่อสู้เพื่อ "แย่งชิง" และ "รักษา" อำนาจของตัวเอง เกิดการปฏิวัติ กบฏ หลายต่อหลายครั้ง เกิดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินมากมาย
ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม กำลังทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ผืนดินมีแต่ความแห้งแล้ง มองไปทางไหนก็มีแต่ความแตกระแหงอยู่ทั่วไป ประเทศไทยในเวลานั้นไม่ต่างจากประเทศด้อยพัฒนาหลายประเทศในแอฟริกา ต่างจากยุโรป หรือ อเมริกามาก
ในเวลานั้น "สถาบันกษัตริย์" ที่เป็นสิ่งเดียวที่สามารถยึดเหนี่ยวจิตใจได้ เหลือเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ อำนาจที่เคยมีก็ถูกยึดไป ทรัพย์สินก็ถูกรัฐบาลยึดไปเกือบหมด ที่เลวร้ายยิ่งกว่า คือ กษัตริย์ในเวลานั้นก็ดันมาจากไปอย่างมีเงื่อนงำอีก ประเทศไทยในเวลานั้นมีแต่เมฆหมอกสีดำปกคลุมอยู่ทั้งทั้งแผ่นดิน
......ในช่วงเวลาที่แสนเลวร้ายนั้น มี "ชายคนหนึ่ง" ที่ความจริงแล้วควรจะมีความสุขกับการเป็นนักดาราศาสตร์มากกว่า ควรจะมีความสุขกับการเป็นนักดนตรี ควรจะมีความสุขไปกับการเป็นนักแล่นเรือใบ แต่ในที่สุดก็ต้องมารับภาระอันหนักหน่วงนี้ต่อจากพี่ชาย
หลังจากรับภาระนั้นไม่นาน "ชายผู้นั้น" ที่พวกเราเรียกว่า "พ่อ" ก็เดินทางไปต่างประเทศทันที
วันที่ "พ่อ" กำลังนั่งรถไปที่สนามบิน พวกเราทุกคนรู้สึกว้าเหว่ สิ้นหวัง
พวกเรา"สงสัย" ว่า พ่อ กำลังจะไปไหน....
ทำไมพ่อ ต้องไปยุโรป....
....พวกเราคิดว่า "พ่อ" กำลังจะทิ้งพวกเราไปแล้ว
เป็น "คำสัญญา" ที่พวกเราทุกคนจำได้ และจะรอคอย "คำสัญญา" นั้น
แล้วพ่อ ก็จากไป...
หลายไปผ่านไป "พ่อ" ก็กลับมา....
แต่พ่อ...ไม่ได้กลับมามือเปล่า....
พ่อนำ "ปาฏิหารย์" กลับมาด้วย....
แผ่นดินที่แห้งแล้ง ก็กลายเป็นแผ่นดินที่ชุ่มฉ่ำ ที่ไหนที่ไม่มีน้ำ อยู่ๆก็มีแหล่งน้ำออกมาหล่อเลี้ยงพื้นที่นั้นจนอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในน้ำมีปลาในนามีข้าว
ในขณะที่นักการเมือง(ในสมัยนั้น) มัวแต่ทะเลาะกัน...."พ่อ" ขึ้นดอยไปหาชาวเขา มอบอาชีพให้กับพวกเขา จนพวกเขามั่นคง มีรายได้มั่นคง...จนทุกวันนี้...
ที่ไหนทุกข์ยาก...ความช่วยเหลือของ "พ่อ" จะต้องอยู่ที่นั้นเสมอ
ที่ไหนรถติด....แล้วรับรู้ถึง "พ่อ" ปัญหาในที่นั้นจะต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น
ที่ไหนน้ำท่วม...แล้วรู้ถึงหูพ่อเมื่อไหร่ ที่นั้นก็จะไม่น้ำท่วมอีกเลย...
ที่สำคัญ....พ่อบุกป่าฝ่าดง ไปยังทุกที่....ไปยังที่ ที่ไม่มีใครเคยไป ทุกที่ทุรกันดาร พ่อไปมาหมด แต่เมื่อไหร่ที่พ่อไป จะต้องความเจริญเข้าไปยังที่เหล่านั้นเสมอ
นี่แหละที่เค้าเรียกว่า ปาฏิหารย์
....เวลาพาโลกเปลี่ยนไป
ประเทศต่างๆทั่วโลก ต่างพัฒนากันไปอย่างก้าวกระโดด
แต่ประเทศไทย กำลังพัฒนาบนพื้นฐานของความ "พอเพียง"
พวกเราทุกคนมีความสุข บนพื้นฐานของความพอประมาณ พวกเราทุกคนต่างยืนได้ด้วยขาของตนเอง ไม่ลำบาก เหมือนแต่ก่อนแล้ว....
จนวันนี้....ผ่านมา....70 ปี....
พ่อได้จากไปแล้ว.....
แต่พวกเรา คนไทยทุกคน มีบางสิ่ง อยากจะบอกพ่อ
....ขอบคุณ สำหรับโครงการพระราชดำริ 4000 กว่าโครงการ ที่ช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้กับพวกเรา
....ขอบคุณ สำหรับทุกคำสอน ที่ช่วยให้พวกเรายึดเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
....ขอบคุณ สำหรับความช่วยเหลือในหลายๆครั้งที่ผ่านมา ทำให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤติต่างๆมาได้
....ขอบคุณ ที่ปลูกต้นไม้ให้พวกเรา....จนต้นไม้นั้นเติบโตสูงใหญ่ ออกผลให้เก็บกิน และแตกใบให้ร่มเงา...จนทุกวันนี้
....ขอบคุณ ที่พ่อ เป็น "พลังแห่งแผ่นดิน" ทำให้ก้อนดินที่แตกระแหง "บวกกันเป็นดินเดียว"
....ขอบคุณ ที่สละความสุข "ตลอดชีวิต" ให้กับลูกๆทุกคน
....ขอบคุณ ที่พ่อ "ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"
และสุดท้าย....สิ่งที่ลูกทุกคน อยากจะบอกพ่อ....
....ขอบคุณ...ที่พ่อ...ไม่ลืม "คำสัญญา" ในวันนั้น
ว่าจะ "ไม่ทิ้งประชาชน"
....ผ่านมาแล้ว 70 ปี วันนี้ลูกรู้แล้ว ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา พ่อไม่เคยลืมคำสัญญาในวันนั้นเลย
ไม่มีวันไหนเลย...ที่พ่อไม่คิดถึงประชาชน....
ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา....พวกเราอยากจะบอกพ่อว่า....พวกเรามีความสุขมาก....ที่มีพ่อคนนี้....
พ่อทำให้พวกเราแข็งแรง สามารถพึงพาตนเองได้ และทำให้พวกเรามีทุกวันนี้.....
มีเพียงวันเดียว ที่พ่อทำให้พวกเราเสียใจ....คือวันที่ 13 ตุลาคม....เพราะวันนั้นเป็นวันเดียวที่พ่อ "ผิดสัญญา"