พ่อของผมเป็นเพียงมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ตำแหน่งฝ่ายขาย เป็นพนักงานขาย สียี่ห้อชื่อดัง การทำงานออกนอกพื้นที่ และเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ถูก บริษัท ไม่ให้ความเมตตา กับ พ่อผมเลย คือ ปัญหาเมื่อช่วงต้นเดือน เป็นเวลาที่พ่อผมไปทำงาน และ กำลังปฏิบัติหน้าที่ทั่วไปตามปกติ และ พ่อผมได้ไปเก็บเงินสดจากลูกค้าพ่อที่ขายสี จำนวนเกือบ 30000 บาท และ เกิดเหตุพ่อผมโดน มิจฉาชีพ กรีดกระเป๋า ทำให้เงินในกระเป๋าที่พ่อผมสพายไปนั้นหาย และ พ่อได้แจ้งกับบริษัทว่าเงินโดนเอาไป เพราะเกิดเหตุ โดนกรีดกระเป๋า และ พ่อผมได้ไปแจ้งความกับทางตำรวจ วันต่อมาบริษัท สอบสวนพ่อผมและต้องการความจริงจากตัวพ่อผมก็บอกเหตุการณ์หมดทุกอย่างว่าโดนไรมาบ้าง และ ทางบริษัทได้ไปติดต่อกับ ทางลูกค้าเพื่อขอทราบความจริงว่าได้มีพนักงานบริษัท หรือพ่อผมไปเก็บเงินเวลานั้น ตรงกับเงินที่ถูกเอาไปไหม และ สรุปว่าตรงกันกัเหตุการณ์ แต่พ่อผมก็แสดงความผิดชอบว่าจะขอจ่ายเงินส่วนที่ถูกเอาไปแต่จะขอผ่อนชำระ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และที่สุดคือ ทางบริษัทจะทำการหักเงินเดือนพ่อผมหมดเลย ไม่เหลือให้แม้แต่บาทเดียว และ ทำงานใช้หนี้ให้บริษัทเกือบ จะ 3 เดือนฟรีๆ พ่อผมแจ้งว่า ขอผ่อนชำระได้ไหม ไม่ยินยอม
ผมคิดว่าขนาดศาลยังให้มีการใช้หนี้มีให้เก็บดอกเป็นร้อยละยังทำได้ แต่ทำไมบริษัทกับไม่เห็นใจพ่อผมเลย ครอบครัวต้องทำมาหากินกันตลอด ทั้ง พ่อแม่ตัวผมที่เป็นลูก ทำงานหาเงินกันทุกคน เพื่อจ่ายมีหนี้สิน และ ไหนจะมีทั้งค่าเทอม ของน้องชายน้องสาว และ ตัวผม ที่กำลังรออยู่ข้างหน้ากัน ก็เยอะพอสมควรแล้ว ที่มาบอกในวันนี้ผมต้องการคำแนะนำ พี่ ๆ ทุกคนครับ พ่อแม่ผมจะท้อกันหมดแล้ว
ขอบคุณครับผมอยากจะระบายมากในตอนนี้
วันนี้ผมมีเรื่องเดือดร้อนมาก เพราะ มันเป็นเรื่องที่กระทบการดำรงชีวิตประจำวันทั้วไปมากสำหรับครอบครัวของผมมากเลยครับ
ผมคิดว่าขนาดศาลยังให้มีการใช้หนี้มีให้เก็บดอกเป็นร้อยละยังทำได้ แต่ทำไมบริษัทกับไม่เห็นใจพ่อผมเลย ครอบครัวต้องทำมาหากินกันตลอด ทั้ง พ่อแม่ตัวผมที่เป็นลูก ทำงานหาเงินกันทุกคน เพื่อจ่ายมีหนี้สิน และ ไหนจะมีทั้งค่าเทอม ของน้องชายน้องสาว และ ตัวผม ที่กำลังรออยู่ข้างหน้ากัน ก็เยอะพอสมควรแล้ว ที่มาบอกในวันนี้ผมต้องการคำแนะนำ พี่ ๆ ทุกคนครับ พ่อแม่ผมจะท้อกันหมดแล้ว
ขอบคุณครับผมอยากจะระบายมากในตอนนี้