กลับมาอีกครั้งกับศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และคู่ใหญ่ประจำสัปดาห์นี้เป็นการพบกันเพื่อชิงพื้นที่อันดับ 2 อย่างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ต้องเปิดโรงละครแห่งความฝันรับการมาเยือนของทีมที่ฟอร์มกำลังฮอตสุด ๆ อย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่มีเดิมพันมากกว่า 3 คะแนน และแมนยูมีข่าวดีเมื่อ จะได้เอริค ไบยี่ กองหลังทีมชาติไอวอรี่โคสต์ หายเจ็บกลับมาลงซ้อมแล้ว และข่าวดียิ่งกว่าเมื่อ สเปอร์ส จะไม่มี แฮร์รี่ เคน กองหน้าตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บ ทำให้พลาดในเกมนี้ นับว่าเป็นข่าวร้ายของสเปอร์ของจริง
5. เกมบุกของแมนยู vs เกมรับของสเปอร์
แมนยูเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างร้อนแรงไล่ถล่มคู่แข่งเป็นว่าเล่น แต่แล้วดูเหมือนว่า 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกมบุกของเขาดูน่ากลัวน้อยลงไปเยอะเลย โดยเฉพาะการขาด ป็อกบา และ มาคิทาร์ยาน
ซึ่งสวนทางกับ สเปอร์ ที่กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง และสเปอร์ยังมีสถิติเกมรับดีที่สุดในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาและในฤดูกาลนี้ พวกเขามีทั้ง โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ,แยน เวอร์ตองเกน , ดาวินซอน ซานเชซ ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังดี และแมนยู จะต้องพยายามมากกว่าที่เคยเพื่อชัยชนะในนัดนี้
4. เบอร์ 10 ที่แมนยู ขาดหาไป
มาคิทาร์ยาน เริ่มต้นฤดูกาลด้วยตำแหน่งหมายเลข 10 และเขาก็ทำมันได้ดีแต่แล้วช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนฟอร์มที่ดีๆเหล่านั้นก็หายไปซะอย่างนั้น ฆวน มาต้า ก็ยังไม่ใช่ในตำแหน่งหมายเลข 10 สักเท่าไหร่เพราะในเวลาทีทีมต้องการก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก
3.อาการบาดเจ็บของ เฮอร์ริเคน
แฮร์รี่ เคน เริ่มต้นฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงสุดๆ ด้วยยิงประตูอันดับสูงสุดในพรีเมียร์ลีก (8 ประตู) และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (5 ประตู) แต่แล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ โปเซ็ตติโน่ ยืนยันว่า แฮร์รี่ เคน มีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาในเกมพบกับลิเวอร์พูลและเป็นที่แน่นอนว่าไม่สามารถลงเล่นกับแมนยูได้แน่นอน
2.ลูกากู ปืนฝืด เมื่อเจอทีมใหญ่
โรเมลู ลูกากู ในเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับทีมท็อป 6 มักจะปืนฝืด โดย 58 นัดที่ ลูกากู ลงเล่นกับ 6 ทีมชั้นนำ ยิงได้เพียง 15 ประตูเท่านั้น เฉลี่ย จะยิงประตูได้ทุกๆ 348 นาที และ 7 ประตูที่ลูกากูยิงได้ในปีนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการยิงทีมเล็กทั้งนั้น ถ้าแมนยูอยากจะลุ้นสามแต้ม “ลูกากู” จะต้องอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเขา
1. การหยุด ‘อีริคเซ่น’ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะสเปอร์ส
อีริคเซ่น คือกองกลางที่เป็นความหวังของทีมอย่างแท้จริง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การผ่านบอลที่แม่นยำ ลูกฟรีคิกที่หวังผลได้ และถ้าแมนยูจะหยุดความอันตรายของสเปอร์ลง ก็ต้องส่ง ‘อันเดร์ เอร์เรร่า’ ลง
ที่มา :
http://th.13322.com/news/football/20171028/20667.html
5 เรื่องเล่าก่อนเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด vs ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์
5. เกมบุกของแมนยู vs เกมรับของสเปอร์
แมนยูเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างร้อนแรงไล่ถล่มคู่แข่งเป็นว่าเล่น แต่แล้วดูเหมือนว่า 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกมบุกของเขาดูน่ากลัวน้อยลงไปเยอะเลย โดยเฉพาะการขาด ป็อกบา และ มาคิทาร์ยาน
ซึ่งสวนทางกับ สเปอร์ ที่กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง และสเปอร์ยังมีสถิติเกมรับดีที่สุดในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาและในฤดูกาลนี้ พวกเขามีทั้ง โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ,แยน เวอร์ตองเกน , ดาวินซอน ซานเชซ ที่กำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังดี และแมนยู จะต้องพยายามมากกว่าที่เคยเพื่อชัยชนะในนัดนี้
4. เบอร์ 10 ที่แมนยู ขาดหาไป
มาคิทาร์ยาน เริ่มต้นฤดูกาลด้วยตำแหน่งหมายเลข 10 และเขาก็ทำมันได้ดีแต่แล้วช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนฟอร์มที่ดีๆเหล่านั้นก็หายไปซะอย่างนั้น ฆวน มาต้า ก็ยังไม่ใช่ในตำแหน่งหมายเลข 10 สักเท่าไหร่เพราะในเวลาทีทีมต้องการก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก
3.อาการบาดเจ็บของ เฮอร์ริเคน
แฮร์รี่ เคน เริ่มต้นฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ร้อนแรงสุดๆ ด้วยยิงประตูอันดับสูงสุดในพรีเมียร์ลีก (8 ประตู) และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (5 ประตู) แต่แล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ โปเซ็ตติโน่ ยืนยันว่า แฮร์รี่ เคน มีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาในเกมพบกับลิเวอร์พูลและเป็นที่แน่นอนว่าไม่สามารถลงเล่นกับแมนยูได้แน่นอน
2.ลูกากู ปืนฝืด เมื่อเจอทีมใหญ่
โรเมลู ลูกากู ในเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับทีมท็อป 6 มักจะปืนฝืด โดย 58 นัดที่ ลูกากู ลงเล่นกับ 6 ทีมชั้นนำ ยิงได้เพียง 15 ประตูเท่านั้น เฉลี่ย จะยิงประตูได้ทุกๆ 348 นาที และ 7 ประตูที่ลูกากูยิงได้ในปีนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นการยิงทีมเล็กทั้งนั้น ถ้าแมนยูอยากจะลุ้นสามแต้ม “ลูกากู” จะต้องอยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเขา
1. การหยุด ‘อีริคเซ่น’ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะสเปอร์ส
อีริคเซ่น คือกองกลางที่เป็นความหวังของทีมอย่างแท้จริง ด้วยความคิดสร้างสรรค์ การผ่านบอลที่แม่นยำ ลูกฟรีคิกที่หวังผลได้ และถ้าแมนยูจะหยุดความอันตรายของสเปอร์ลง ก็ต้องส่ง ‘อันเดร์ เอร์เรร่า’ ลง
ที่มา : http://th.13322.com/news/football/20171028/20667.html