ควรหยุดหรือไปต่อดี และไปต่ออย่างไรไม่ให้มีผลกระทบต่อลูก

กระทู้คำถาม
ขอพื้นที่ตรงนี้ได้ระบายความอึดอัด และขอคำปรึกษาจากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ด้วยนะคะ เนื่องจากเรื่องนี้ดิฉันไม่สามารถจะปรึกษาหรือระบายกับคนใกล้ตัวได้เลย เพราะไม่อยากให้เขาเครียดไปกับเราด้วย
เรื่องมีอยู่ว่า ดิฉันอายุ 34 ปี  แต่งงานมา 5 ปี มีลูกชาย 1 คน (2 ขวบ) ก่อนหน้าจะมีลูก เรา 2 คนก็ใช้ชีวิตปกติทั่วไป โดยอยู่กับพ่อของสามี และหลังจากที่ดิฉันคลอดลูกเราก็ย้ายมาอยู่ที่บ้านพ่อแม่ของดิฉัน เพราะต้องเอาหลานมาฝากให้แม่ช่วยดูในช่วงกลางวันที่ไปทำงาน พอลูกชายของดิฉันอายุได้ประมาณ 1 ขวบ พ่อของดิฉันก็ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย (และเสียชีวิตหลังจาก7 เดือนที่ออกจากงานมา) ทำให้ดิฉันต้องออกจากงานเพื่อมาช่วยแม่ดูแลพ่อและลูกชาย จึงขาดรายได้ที่เคยได้ไป จะหันไปทำอะไรตอนนี้ก็ลำบากเพราะลูกยังเล็ก แม่ก็อายุมากแล้ว ถ้าจะเอาลูกไปฝากเลี้ยงก็สงสาร เป็นห่วงในหลายๆ อย่าง เงินที่ได้จากการทำงานก็คงจะหมดไปกับเค่าเนอสเซอรี่ และค่ากินอยู่ ค่ารถ ค่าแต่งตัว เมื่อชั่งใจแล้วก็เลยเลือกที่จะเลี้ยงลูกเองดีกว่า และรอหลังจากลูกเข้าเรียนค่อยหาอะไรทำเพื่อเพิ่มรายได้ ระหว่างนี้ก็ใช้เงินเก็บและเงินของสามีเป็นหลัก ปัญหาหลายๆ อย่างก็เริ่มเกิดขึ้น สามีของดิฉันเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ขี้หงุดหงิด ลูกชายเข้าหาก็อารมณ์เสียใส่ ดิฉันต้องคอยกันลูกไม่ให้เข้าใกล้ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ค่อยลงรอยกับแม่ของดิฉัน สถานกรณ์ในบ้านมันอึดอัดตึงเครียดไปหมด ยิ่งเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆไม่เคยถามว่าดิฉันมีเงินใช้มั๊ย วันๆ เอาที่ไหนซื้อข้าว ซื้อนมลูก ทั้งๆ ก็รู้ว่าดิฉันใช้เงินเก็บหมดไปกับลูกกับพ่อตั้งนานแล้ว เมื่อไหร่ที่เอ่ยปากว่าจะต้องซื้อนั่น โน่น นี่ ของลูก ก็จะเริ่มไม่ค่อยพอใจ แสดงออกได้ชัด แต่ถ้าเป็นเรื่องของตัวเองคือเต็มที่  ชีวิตครอบครัวที่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก แต่มันไม่มีความสุขเลย อึดอัดไปหมด เคยคุยกันเรื่องนี้แล้วก็บอกว่าจะปรับตัว แต่ก็ลงเอยแบบซ้ำๆ เดิมๆ อีก ตอนนี้เครียดมากค่ะ ว่าควรจะจบเรื่องนี้อย่างดี อดทนเพื่อลูกมานานแล้วค่ะ ถ้าไม่มีลูกคงจบกันไปนานแล้ว เครียดจังเลยค่ะ พอตัดสินใจจะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี๋ยว ก็สงสารลูกไม่มีทางออกเลยค่ะ รบกวนขอคำแนะนำจากทุกๆ คนนะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่