ผมทำงานในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งในกรุงเทพ เมื่อกลางปีที่ผ่านมาผมรับพนักงานใหม่เข้ามาช่วยงานคนนึง วุฒิปริญญาตรี เงินเดือน 15000 และไม่ใช่เด็กจบใหม่ ความคาดหวังของผมในตอนที่รับเขาเข้ามา คือมาช่วยลดภาระงานของผม เพราะตอนนั้นผมมีงานอยู่หลายเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จในเวลาที่จำกัด
แต่พอเริ่มทำงานมันก็ไม่ใช่อย่างที่ผมคิดไว้แล้ว เริ่มแรงลายก็ยังไม่ออกเท่าไหร่ สงบเสงี่ยมดี เราก็เริ่มแบ่งงานง่ายๆให้ทำ การทำงานผิดในช่วงแรกๆอาจเป็นเพราะขาดความเข้าใจในงานอันนั้นเข้าใจ แต่ถ้าผิดซำ้ๆเรื่องเดิมๆ ผมว่าไม่ใส่ใจละ งานที่ผมสั่งให้ทำมันเหมือนผมสั่งให้ตัวเองทำเองยังไงก็ไม่รู้ ใช้งานคอมก็ไม่ค่อยได้ต้องถามตลอด ผมก็ไม่ต้องทำงานละ และที่สำคัญผมเกรียจคำพูดนี้มา "ทำๆไปเดี๋ยวก็แก้" ผมไม่ชอบคำพูดนี้มากมันหมายถึงความไม่ตั้งใจ พอมาหลังๆก็เล่นไลน์ในเวลางานผมเตือน ก็ชักสีหน้าใส่ คุยโทรศัพท์ในที่ทำงาน(คุณเคยเห็นคนงานพม่าทำไหมครับที่คุยตลอดเวลา เอาหูฟังใส่หูแล้วคุยพึมพัม ผมอดทนอยู่ 1 ชม. เลยบอกไปว่าถ้ามีธุระให้ไปคุยให้เสร็จก่อน เขาก็ตอบว่า ไม่คุยก็ได้ (วะ ผมเติมเอง) เมื่อเดือนก่อนทำทุกอย่างหนักขึ้น ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ
คุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าคุณมีลูกน้อง หลับ คุยโทรศัพท์ไม่ใช่เรื่องงาน ให้งานไปก็ไม่ตั้งใจทำ ดูยูทูบ ชักสีหน้าเวลาโดนดุ
แต่พอเริ่มทำงานมันก็ไม่ใช่อย่างที่ผมคิดไว้แล้ว เริ่มแรงลายก็ยังไม่ออกเท่าไหร่ สงบเสงี่ยมดี เราก็เริ่มแบ่งงานง่ายๆให้ทำ การทำงานผิดในช่วงแรกๆอาจเป็นเพราะขาดความเข้าใจในงานอันนั้นเข้าใจ แต่ถ้าผิดซำ้ๆเรื่องเดิมๆ ผมว่าไม่ใส่ใจละ งานที่ผมสั่งให้ทำมันเหมือนผมสั่งให้ตัวเองทำเองยังไงก็ไม่รู้ ใช้งานคอมก็ไม่ค่อยได้ต้องถามตลอด ผมก็ไม่ต้องทำงานละ และที่สำคัญผมเกรียจคำพูดนี้มา "ทำๆไปเดี๋ยวก็แก้" ผมไม่ชอบคำพูดนี้มากมันหมายถึงความไม่ตั้งใจ พอมาหลังๆก็เล่นไลน์ในเวลางานผมเตือน ก็ชักสีหน้าใส่ คุยโทรศัพท์ในที่ทำงาน(คุณเคยเห็นคนงานพม่าทำไหมครับที่คุยตลอดเวลา เอาหูฟังใส่หูแล้วคุยพึมพัม ผมอดทนอยู่ 1 ชม. เลยบอกไปว่าถ้ามีธุระให้ไปคุยให้เสร็จก่อน เขาก็ตอบว่า ไม่คุยก็ได้ (วะ ผมเติมเอง) เมื่อเดือนก่อนทำทุกอย่างหนักขึ้น ผมไม่ไหวแล้วจริงๆ