ชีวิตผมนี่ไม่รู้จะว่ายังไงดีเลยครับ ถ้าเปรียบเทียบกับอนิเมะ ผมก็คงเป็นแบบฮาจิมังในเรื่อง Yahari ชีวิตผมคล้ายมันมากในหลายๆเรื่อง
ตลอดมาผมเหมือนเป็นคนไร้ตัวตน จะมีตัวตนเฉพาะตอนที่เราทำประโยชน์ให้พวกมันได้ บอกตามตรง จะเรียกผมว่าเเชด็กมีปัญหาก็ไม่ผิดหรอก
อยู่ที่โรงเรียนผมก็ทำอะไรคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ กินข้าวคนเดียว อ่านหนังสือคนเดียว นั่งเรียนคนเดียว ไม่ค่อยมีใครมาสนใจหรอก (ถึงผมจะไม่อยากให้มันสนใจอยู่แล้วก็ตาม)
ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง (ไม่รุ้ว่าเสียรึเปล่า) คือผมเป็นคนที่ชอบคิดต่างจากคนอื่น ชอบเถียง แต่การเถียงของผมมีเหตุผลที่ดีตลอด แต่ไม่มีใครเข้าใจเราเลย แม้แต่ครูก็ยังเข้าข้างพวกมัน
ยกตัวอย่างเช่น เวลาทำงานกลุ่ม พวกมันก็อยากจะทำเหมือนกันกับกลุ่มอื่น แล้วผมก็จะค้านตลอด ว่าทำไมต้องทำตาม พวกมันก็จะตอบกลับมาเสมอว่า ก็ของมันดีกว่าเรา สุดท้ายก็ลงเอบที่ว่า ผมทำคนเดียว ออกเงินคนเดียว จะบอกครูไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ขณะที่ผมทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย พวกมันเล่น ROV กันอย่างสบายใจ พอผมจะพักเล่นเน็ตบ้าง พวกมันก็บอกว่าให้ผมปิด เพราะมันจะทำให้เน็ตช้า (ใช้ WIFI โรงเรียน)
แล้วบังเอิญว่าห้องผมมี 29 คน จะมีงานคู่ทีไร ผมก็ต้องไม่มีคู่แล้วทำคนเดียวทุกครั้ง ใจนึงมันก็โอเค แต่อีกใจนึงมันก็รู้สึกว่ามันบ้าชัดๆ
ถึงผมจะมีกลุ่มเพื่อนอยู่บ้าง แต่มันก็เหมือนไม่มี เพราะผมพึ่งย้ายโรงเรียนมา แต่พวกมันอยู่กันมานานแล้ว ผมเลยแตกแยกพอสมควร บางทีก็โดนนินทาลับหลัง ขนาดตอนไปทัศนศึกษากัน พวกมันยังทิ้งผมให้หลงอยู่ในฝุงคน ต้องเดินคนเดียวเป็นชั่วโมง
แต่ผมจะมีตัวตนทันทีเลยครับ เวลาที่พวกมันเดือดร้อนกัน ผมโดนยืมเงินหลายครั้งมาก แต่พวกมันก็ไม่คืน ผมเลยปล่อยๆไป เพราะถึงทวงก็ไม่ได้อยู่ดี
ผมเป็นโอตาคุตัวพ่อคนนึงเลยด้วย เพราะงั้นผมก็เลยเป็นตัวประหลาดอยู่พอสมควร ไปโรงเรียนแต่ละวันต้องเอามังงะกับไลท์โนเวลไปวันละสามสี่เล่ม รูปหน้าจอมือถือก็เป็นรูปอนิเมะล้วนๆ แล้วจะโดนด่าว่าบ้าอยู่ประจำ ผมเลยตีตัวออกห่างจากพวกมัน
แต่ผมก็มีนิสัยเสียอีกอย่างคือ ผมเป็นคนที่ขี้โมโหอยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายใคร เวลาโมโหอะไรชอบทำร้ายตัวเอง มีครั้งนึงเพื่อนมันมาด่าผมจนผมโมโหแล้วต่อยกำแพงมือเป็นแผลเลย หลังจากนั้นพวกมันก็ชอบมาปั่นให้ผมโมโห พอผมโมโหก็หัวเราะ บางทีก็ชอบแกล้งนินทาแบบว่า "ระวังนะ เดี๋ยวมันก็ต่อยหรอก" ทั้งๆที่ผมไม่เคยต่อยใครเลยสักครั้ง
ตั้งแต่ย้ายโรงเรียนมาได้เทอมหนึ่งแล้ว ผมแทบจะๆไม่เคยยิ้มหรือหัวเราะเลย พวกมันเล่นมุขกันผมก็ไม่เคยขำ ตอนโรงเรียนพาไปเที่ยวผมก็ไม่มีรอยยิ้มโผล่มาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่เห็นอย่างนี้ผลการเรียนผมก็โอเคอยู่นะ ล่าสุดก็สอบได้ที่สี่ของห้อง เพราะก่อนหน้านี้ผมเรียนโรงเรียนเอกชนอย่างดีมา ย้ายมารัฐบาลที่ข้อสอบง่ายกว่าเยอะก็เลยดูฉลาดกว่าที่เก่ามาก
ที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่าผมมีชีวิตที่คล้ายกับฮาจิมัง มีอีกเรื่องนึงที่ผมเหมือนมันเลย เล่นเทนนิสคนเดียวตลอด เล่นบาสก็คนเดียว
เวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยที่คนอื่นมาทำผม แทบจะไม่ได้ยินคำว่าขอโทษเลยครับ เดินชนแล้วก็ผ่านไป
มีครั้งหนึ่งที่ผมไปช่วยครูยกของหนัก แต่ร่างกายผมมันผอมแห้งมาก เวลาผมยกผมก็จะทำท่ายกไม่เหมือนลูกผู้ชายเท่าไหร่ ก็จะมีเพื่อนมาหัวเราะเยาะ ล้อเลียนจนผมโมโหอยู่หลายครั้ง แต่ก้เก็บอาการไว้ ก็คนมันยกไม่ไหว จะให้ทำยังไง พวกที่ล้อผมเห็นพวกมันเอาแต่ยืนกันเฉยๆ ทั้งๆที่ร้างกายแข็งแรงกว่าผมต้องเยอะ
อีกอย่าง ผมเป้นเหมือนกระสอบทรายเลย เวลาเพื่อนทำผิดอะไรมันก็ชอบโบ้ยมาให้ผมโดนด่าตลอด ครูก็เชื่อด้วย ผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎโรงเรียน แต่ก็โดนตลอด ทำดีอะไรมีแต่คนทำเลวกลับมา ไม่เคยได้ดีแม้แต่ครั้งเดียว
ผมเป็นคนที่มีอุปกรณ์การเรียนครบ บางคนก็มาหาว่าผมเหมือนตุ๊ด ทั้งๆที่ผมก็ชอบผู้หญิง
แล้วผู้หญิงโรงเรียนนี้แต่ละคนมันเสื่อมสัทธาจริงๆ ทำตัวเหมือนพวกที่มาแกล้งผมเลยครับ
เพราะงั้นแหละผมถึงเป็นเด็กไม่มีเพื่อน เพราะชอบทำอะไรต่างจากคนอื่น เค้าเล่น ROV กันผมก็ไม่เล่น ไปเล่นของญี่ปุน
วันๆผมก็เอาแต่ดูการ์ตูน อ่านมังงะ อ่านไลท์โนเวล ดูข่าวการ์ตูนอยู่ในห้องสมุดเวลาพักหรือคาบว่าง บางครั้งก็นั่งพิมนิยายที่ตัวเองแต่งอยู่ แต่ก้ดดนด่าว่าไร้ประโยชน์ ปัญยาอ่อน
แม้แต่เพลงผมยังรสนิยมต่างจากพวกมันเลย พวกมันฟังเพลงไทย-ฝรั่ง แต่ผมฟังเพลงอนิเมะญี่ปุ่น เวลาพวกมันเปิดเพลงแดนซ์เต้นกันในห้อง ผมก็จะเป็นคนเดียวที่ไม่มีอารมณ์กับเพลงเลยสักนิด นั่งเฉยตลอด
ขนาดที่โรงเรียนผมยังขนาดนี้ ที่บ้านก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลยครับ มีแต่พ่อผมที่เข้าใจผมที่สุด แต่พ่อก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แม่กับยายก็ทะเลาะกันประจำ ปีนึงผมจะกินข้าวร่วมกับพวกเขาประมาณสี่ครั้งได้ เพราะผมจะแยกมากินคนเดียวในห้องตลอด เหมือนเป็นเด็กขาดความอบอุ่นไปเลย ผมไม่ค่อยได้ออกจากห้องเลย เพราะในห้องมันสงบที่สุดแล้ว สบายใจที่สุดที่อยู่ในห้อง มีทั้งคอม ทีวี ตู้หนังสือ เน็ตบ้านก็มีใช้ ผมเลยไม่อยากจะออกจากห้อง วันหยุดก็เปิดแค่คอม หนังสือการ์ตูน ทีวี แล้วก็ PS4 แค่นี้แหละ หิวข้าวก็ลงไปตักแล้วกลับมากิน ชีวิตผมมันวนเวียนอยู่แค่นี้แหละ
แม่กับยายผมเวลาทำผิดอะไร เขาจะรอดตลอด เพราะจะโบ้ายความผิดมาให้ผม หาเหตุผลทุกอย่างมาให้ผมผิดให้ได้ ทั้งๆที่ผมไม่เกี่ยวอะไร จานที่ผมกินผมก็ล้างเอง แต่พอมีจานที่พวกเขาไม่ล้าง เขาก็จะมาด่าผมว่าทำไมไม่ล้าง ทั้งๆที่แม่เป็นคนบอกเองว่าจานใครจานมัน
พ่อผมก็ตามใจผมอยู่เรื่อย อยากได้อะไรก็ซื้อให้ แต่จะโดนแม่ว่าทุกครั้ง เพราะงั้นเวลาจะซื้ออะไรก็ต้องแอบๆ ต่อให้เป็นของที่เก็บเงินซื้อเองก็ต้องแอบบ้าง โดเฉพาะยาย ชอบบอกว่าเครียดเรื่องเงิน แต่บ้านผมมันไม่จำเป็นต้องเครียดเลยสักนิด ไม่เข้าใจคนแก่เหมือนกัน
เวลาญาติมาบ้านผมก็แค่ออกไปสวัสดีตามที่แม่สั่ง จากนั้นก็เข้าไปคุดในห้องตามเดิม
ถ้าญาติเอาลูกที่เด็กกว่าผมมาด้วย แม่ผมก็ให้ผมดูแล แต่เด็กที่มาแต่ละคนนี่ซนสุดๆ บางคนก็ลื้อตู้หนังสือการ์ตูนผมที่จัดไว้อย่างดีจนเล๊ะเทะ แผ่นเกมก็โดนเอาออกมาเล่น ดีนะที่ผมห้ามทัน ฟิกเกิร์ที่ผมเรียงไว้ก็กระจัดกระจาย ผมเลยไม่ชอบเด็กเท่าไหร่ แต่พอไปบอกแม่ แม่ก็จะด่าผมว่าทำไมไม่ดูแลน้องให้ดี ทั้งๆที่ผมเป็นคนเสียหายแท้ๆ
สิ่งที่ผมเจอมามันทำให้ผมเกลียดตัวเองยังไงก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะว่าประหลาดกว่าคนอื่น แต่แปลกนะที่ผมไม่เคยคิดฆ่าตัวตายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะกลัวตายมากๆ
สรุปได้ว่า ผมก็เป็นไอ้โอตาคุน่ารังเกียจตัวนึงในสังคม เวลาดูการ์ตูน ผมก็จะเกลียดตัวละครที่โลกสวย อย่างเรื่อง Yahari ผมเกลียดฮายาโตะสุดๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ทั้งๆที่มันก็เป็นคนดีแท้ๆ
แล้วก็สารภาพตามตรง เรื่อง Sword Art Online ที่ผมไม่ชอบอาสึนะก็อาจจะมาจากเหตุผลนี้ก็ได้ อาจจะไร้เหตุผลไปหน่อย แต่กองอวยอาสึนะทั้งหลายก็เว้นๆผมไปคนนึงละกันนะ
วันนี้ขอระบายแค่นี้แหละครับ พอดีมันอัดอั้น ความจริงก็เคยระบายเกี่ยวกับโรงเรียนไปแล้วในกระทู้เก่า คราวนี้ขอระบายเรื่องตัวเองบ้าง แค่นี้แหละครับ ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่านเรื่องของไอ้ตัวน่ารังเกียจคนนึง ขอบคุณครับ
คนอย่างผม.. มันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอครับ? [กระทู้ระบายอารมณ์]
ตลอดมาผมเหมือนเป็นคนไร้ตัวตน จะมีตัวตนเฉพาะตอนที่เราทำประโยชน์ให้พวกมันได้ บอกตามตรง จะเรียกผมว่าเเชด็กมีปัญหาก็ไม่ผิดหรอก
อยู่ที่โรงเรียนผมก็ทำอะไรคนเดียวเป็นส่วนใหญ่ กินข้าวคนเดียว อ่านหนังสือคนเดียว นั่งเรียนคนเดียว ไม่ค่อยมีใครมาสนใจหรอก (ถึงผมจะไม่อยากให้มันสนใจอยู่แล้วก็ตาม)
ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง (ไม่รุ้ว่าเสียรึเปล่า) คือผมเป็นคนที่ชอบคิดต่างจากคนอื่น ชอบเถียง แต่การเถียงของผมมีเหตุผลที่ดีตลอด แต่ไม่มีใครเข้าใจเราเลย แม้แต่ครูก็ยังเข้าข้างพวกมัน
ยกตัวอย่างเช่น เวลาทำงานกลุ่ม พวกมันก็อยากจะทำเหมือนกันกับกลุ่มอื่น แล้วผมก็จะค้านตลอด ว่าทำไมต้องทำตาม พวกมันก็จะตอบกลับมาเสมอว่า ก็ของมันดีกว่าเรา สุดท้ายก็ลงเอบที่ว่า ผมทำคนเดียว ออกเงินคนเดียว จะบอกครูไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร ขณะที่ผมทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย พวกมันเล่น ROV กันอย่างสบายใจ พอผมจะพักเล่นเน็ตบ้าง พวกมันก็บอกว่าให้ผมปิด เพราะมันจะทำให้เน็ตช้า (ใช้ WIFI โรงเรียน)
แล้วบังเอิญว่าห้องผมมี 29 คน จะมีงานคู่ทีไร ผมก็ต้องไม่มีคู่แล้วทำคนเดียวทุกครั้ง ใจนึงมันก็โอเค แต่อีกใจนึงมันก็รู้สึกว่ามันบ้าชัดๆ
ถึงผมจะมีกลุ่มเพื่อนอยู่บ้าง แต่มันก็เหมือนไม่มี เพราะผมพึ่งย้ายโรงเรียนมา แต่พวกมันอยู่กันมานานแล้ว ผมเลยแตกแยกพอสมควร บางทีก็โดนนินทาลับหลัง ขนาดตอนไปทัศนศึกษากัน พวกมันยังทิ้งผมให้หลงอยู่ในฝุงคน ต้องเดินคนเดียวเป็นชั่วโมง
แต่ผมจะมีตัวตนทันทีเลยครับ เวลาที่พวกมันเดือดร้อนกัน ผมโดนยืมเงินหลายครั้งมาก แต่พวกมันก็ไม่คืน ผมเลยปล่อยๆไป เพราะถึงทวงก็ไม่ได้อยู่ดี
ผมเป็นโอตาคุตัวพ่อคนนึงเลยด้วย เพราะงั้นผมก็เลยเป็นตัวประหลาดอยู่พอสมควร ไปโรงเรียนแต่ละวันต้องเอามังงะกับไลท์โนเวลไปวันละสามสี่เล่ม รูปหน้าจอมือถือก็เป็นรูปอนิเมะล้วนๆ แล้วจะโดนด่าว่าบ้าอยู่ประจำ ผมเลยตีตัวออกห่างจากพวกมัน
แต่ผมก็มีนิสัยเสียอีกอย่างคือ ผมเป็นคนที่ขี้โมโหอยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่เคยทำร้ายใคร เวลาโมโหอะไรชอบทำร้ายตัวเอง มีครั้งนึงเพื่อนมันมาด่าผมจนผมโมโหแล้วต่อยกำแพงมือเป็นแผลเลย หลังจากนั้นพวกมันก็ชอบมาปั่นให้ผมโมโห พอผมโมโหก็หัวเราะ บางทีก็ชอบแกล้งนินทาแบบว่า "ระวังนะ เดี๋ยวมันก็ต่อยหรอก" ทั้งๆที่ผมไม่เคยต่อยใครเลยสักครั้ง
ตั้งแต่ย้ายโรงเรียนมาได้เทอมหนึ่งแล้ว ผมแทบจะๆไม่เคยยิ้มหรือหัวเราะเลย พวกมันเล่นมุขกันผมก็ไม่เคยขำ ตอนโรงเรียนพาไปเที่ยวผมก็ไม่มีรอยยิ้มโผล่มาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่เห็นอย่างนี้ผลการเรียนผมก็โอเคอยู่นะ ล่าสุดก็สอบได้ที่สี่ของห้อง เพราะก่อนหน้านี้ผมเรียนโรงเรียนเอกชนอย่างดีมา ย้ายมารัฐบาลที่ข้อสอบง่ายกว่าเยอะก็เลยดูฉลาดกว่าที่เก่ามาก
ที่ผมบอกไว้ตอนต้นว่าผมมีชีวิตที่คล้ายกับฮาจิมัง มีอีกเรื่องนึงที่ผมเหมือนมันเลย เล่นเทนนิสคนเดียวตลอด เล่นบาสก็คนเดียว
เวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยที่คนอื่นมาทำผม แทบจะไม่ได้ยินคำว่าขอโทษเลยครับ เดินชนแล้วก็ผ่านไป
มีครั้งหนึ่งที่ผมไปช่วยครูยกของหนัก แต่ร่างกายผมมันผอมแห้งมาก เวลาผมยกผมก็จะทำท่ายกไม่เหมือนลูกผู้ชายเท่าไหร่ ก็จะมีเพื่อนมาหัวเราะเยาะ ล้อเลียนจนผมโมโหอยู่หลายครั้ง แต่ก้เก็บอาการไว้ ก็คนมันยกไม่ไหว จะให้ทำยังไง พวกที่ล้อผมเห็นพวกมันเอาแต่ยืนกันเฉยๆ ทั้งๆที่ร้างกายแข็งแรงกว่าผมต้องเยอะ
อีกอย่าง ผมเป้นเหมือนกระสอบทรายเลย เวลาเพื่อนทำผิดอะไรมันก็ชอบโบ้ยมาให้ผมโดนด่าตลอด ครูก็เชื่อด้วย ผมไม่เคยทำอะไรผิดกฎโรงเรียน แต่ก็โดนตลอด ทำดีอะไรมีแต่คนทำเลวกลับมา ไม่เคยได้ดีแม้แต่ครั้งเดียว
ผมเป็นคนที่มีอุปกรณ์การเรียนครบ บางคนก็มาหาว่าผมเหมือนตุ๊ด ทั้งๆที่ผมก็ชอบผู้หญิง
แล้วผู้หญิงโรงเรียนนี้แต่ละคนมันเสื่อมสัทธาจริงๆ ทำตัวเหมือนพวกที่มาแกล้งผมเลยครับ
เพราะงั้นแหละผมถึงเป็นเด็กไม่มีเพื่อน เพราะชอบทำอะไรต่างจากคนอื่น เค้าเล่น ROV กันผมก็ไม่เล่น ไปเล่นของญี่ปุน
วันๆผมก็เอาแต่ดูการ์ตูน อ่านมังงะ อ่านไลท์โนเวล ดูข่าวการ์ตูนอยู่ในห้องสมุดเวลาพักหรือคาบว่าง บางครั้งก็นั่งพิมนิยายที่ตัวเองแต่งอยู่ แต่ก้ดดนด่าว่าไร้ประโยชน์ ปัญยาอ่อน
แม้แต่เพลงผมยังรสนิยมต่างจากพวกมันเลย พวกมันฟังเพลงไทย-ฝรั่ง แต่ผมฟังเพลงอนิเมะญี่ปุ่น เวลาพวกมันเปิดเพลงแดนซ์เต้นกันในห้อง ผมก็จะเป็นคนเดียวที่ไม่มีอารมณ์กับเพลงเลยสักนิด นั่งเฉยตลอด
ขนาดที่โรงเรียนผมยังขนาดนี้ ที่บ้านก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลยครับ มีแต่พ่อผมที่เข้าใจผมที่สุด แต่พ่อก็ไม่ค่อยได้กลับบ้าน แม่กับยายก็ทะเลาะกันประจำ ปีนึงผมจะกินข้าวร่วมกับพวกเขาประมาณสี่ครั้งได้ เพราะผมจะแยกมากินคนเดียวในห้องตลอด เหมือนเป็นเด็กขาดความอบอุ่นไปเลย ผมไม่ค่อยได้ออกจากห้องเลย เพราะในห้องมันสงบที่สุดแล้ว สบายใจที่สุดที่อยู่ในห้อง มีทั้งคอม ทีวี ตู้หนังสือ เน็ตบ้านก็มีใช้ ผมเลยไม่อยากจะออกจากห้อง วันหยุดก็เปิดแค่คอม หนังสือการ์ตูน ทีวี แล้วก็ PS4 แค่นี้แหละ หิวข้าวก็ลงไปตักแล้วกลับมากิน ชีวิตผมมันวนเวียนอยู่แค่นี้แหละ
แม่กับยายผมเวลาทำผิดอะไร เขาจะรอดตลอด เพราะจะโบ้ายความผิดมาให้ผม หาเหตุผลทุกอย่างมาให้ผมผิดให้ได้ ทั้งๆที่ผมไม่เกี่ยวอะไร จานที่ผมกินผมก็ล้างเอง แต่พอมีจานที่พวกเขาไม่ล้าง เขาก็จะมาด่าผมว่าทำไมไม่ล้าง ทั้งๆที่แม่เป็นคนบอกเองว่าจานใครจานมัน
พ่อผมก็ตามใจผมอยู่เรื่อย อยากได้อะไรก็ซื้อให้ แต่จะโดนแม่ว่าทุกครั้ง เพราะงั้นเวลาจะซื้ออะไรก็ต้องแอบๆ ต่อให้เป็นของที่เก็บเงินซื้อเองก็ต้องแอบบ้าง โดเฉพาะยาย ชอบบอกว่าเครียดเรื่องเงิน แต่บ้านผมมันไม่จำเป็นต้องเครียดเลยสักนิด ไม่เข้าใจคนแก่เหมือนกัน
เวลาญาติมาบ้านผมก็แค่ออกไปสวัสดีตามที่แม่สั่ง จากนั้นก็เข้าไปคุดในห้องตามเดิม
ถ้าญาติเอาลูกที่เด็กกว่าผมมาด้วย แม่ผมก็ให้ผมดูแล แต่เด็กที่มาแต่ละคนนี่ซนสุดๆ บางคนก็ลื้อตู้หนังสือการ์ตูนผมที่จัดไว้อย่างดีจนเล๊ะเทะ แผ่นเกมก็โดนเอาออกมาเล่น ดีนะที่ผมห้ามทัน ฟิกเกิร์ที่ผมเรียงไว้ก็กระจัดกระจาย ผมเลยไม่ชอบเด็กเท่าไหร่ แต่พอไปบอกแม่ แม่ก็จะด่าผมว่าทำไมไม่ดูแลน้องให้ดี ทั้งๆที่ผมเป็นคนเสียหายแท้ๆ
สิ่งที่ผมเจอมามันทำให้ผมเกลียดตัวเองยังไงก็ไม่รู้ คงเป็นเพราะว่าประหลาดกว่าคนอื่น แต่แปลกนะที่ผมไม่เคยคิดฆ่าตัวตายเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะกลัวตายมากๆ
สรุปได้ว่า ผมก็เป็นไอ้โอตาคุน่ารังเกียจตัวนึงในสังคม เวลาดูการ์ตูน ผมก็จะเกลียดตัวละครที่โลกสวย อย่างเรื่อง Yahari ผมเกลียดฮายาโตะสุดๆ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน ทั้งๆที่มันก็เป็นคนดีแท้ๆ
แล้วก็สารภาพตามตรง เรื่อง Sword Art Online ที่ผมไม่ชอบอาสึนะก็อาจจะมาจากเหตุผลนี้ก็ได้ อาจจะไร้เหตุผลไปหน่อย แต่กองอวยอาสึนะทั้งหลายก็เว้นๆผมไปคนนึงละกันนะ
วันนี้ขอระบายแค่นี้แหละครับ พอดีมันอัดอั้น ความจริงก็เคยระบายเกี่ยวกับโรงเรียนไปแล้วในกระทู้เก่า คราวนี้ขอระบายเรื่องตัวเองบ้าง แค่นี้แหละครับ ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่านเรื่องของไอ้ตัวน่ารังเกียจคนนึง ขอบคุณครับ