ต้องบอกเลยว่าเมื่อโลกเข้าสู่ยุค Internet Of Things (คำว่าติงให้ทำลิ้นจุกปาก) หรือโลกยุค 4.0 อินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก และสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ผู้ใช้โชเชี่ยลออนไลน์มองข้ามคือความปลอดภัยเรื่องข้อมูลส่วนตัว การโพสข้อมูลส่วนตัวไม่ว่าจะเป็น ใบหน้า ที่อยู่ การเปิดเผยสถานที่ที่ตัวเองได้ไปเยือนแบบไลฟ์สดทุกฝีก้าว รวมไปถึงโชว์อวดแสดงทรัพย์สินเงินทองไม่ว่าจะเฟคเมคโชว์ขึ้นมาเองหรือโชว์รวยโจ่งครึ่มบนโลกออนไลน์สาธารณะ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสังคมวัตถุนิยมจอมปลอม หรือแม้แต่อวดเบบี้ลูกน่ารักของตัวเอง
ซึ่งมักจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะคุณกำลังเปิดเผยความเป็นส่วนตัวของคุณเองให้ตัวเองอยู่ในที่แจ้งเป็นโอกาสแกะรอยของมิจฉาชีพ หรือ แม้แต่คนที่ไม่ชอบหรือเกลียดคุณจากมุมมืด ซึ่งเข้าตำรา "ทำดีทำเด่น จะเป็นภัยถึงตัว" นั่นเอง
ซึ่งข้อมูลอะไรก็ตามที่เข้าไปสู่โลกของอินเตอร์กลายเป็นบิ๊กดาต้าสู่โลกแอนโนนิมัส ซึ่งมีความเสี่ยงที่บรรดาพวกแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงได้ขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าของข้อมูลเป็นที่สนใจมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลมีแรงจูงใจให้แฮกเกอร์เข้าไปเอาข้อมูลหรือไม่
ซึ่งแม้แต่การโพสประวัติสถานที่ วันเดือนปีเกิด เบอร์มือถือ ก็สามารถแกะรอยและเจาะข้อมูลได้ ซึ่งผู้ใช้คนไทยส่วนใหญ่ยังมองข้ามเรื่องข้อมูลความเป็นส่วนตัวอยู่มากจึงทำให้เจาะเข้าข้อมูลได้ง่ายกว่าผู้ใช้ที่ระวังตัวส่วนน้อยที่ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ตามแกะรอยและยากต่อการเจาะข้อมูลส่วนตัวได้
ซึ่งในเมืองนอกจะเห็นได้ว่าบรรดาคนดัง มักจะหวงเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงมาก มักจะปิดบังใบหน้าในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงคนทั่วไป อาทิเช่น คนที่มีเด็กน้อย ถ้าคนแปลกหน้ามาคุยเล่น หรือถ่ายรูปเด็ก เป็นเรื่องต้องห้าม ต้องได้รับการขออนุญาตจากผู้ปกครองเสียก่อน เพราะมีโอกาสเสี่ยงสูงที่เด็กอาจโดนลักพาตัวได้
และตัวอย่างจากหนังเรื่อง อเมริกันแกงค์สเตอร์ จะเห็นว่า เวนดีเซล พอได้ขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียอเมริกันแล้ว จะสั่งกำชับให้เครือญาติและลูกน้องห้ามใช้ชีวิตแบบเปิดเผยตัวเอง ให้ใช้ชีวิตแบบเงียบๆ ใช้เงินแบบเงียบๆ และบ้านครอบครัวใหญ่ไม่เปิดเผยถูกซ่อนไว้ไม่ให้รู้แหล่งที่มา เพราะจะเป็นภัยจากเอฟบีไอ และมาเฟียคู่อริ
อย่างของเมืองไทยช่องยูทูบ HRK ซึ่งมีคนติดตามหลักล้าน แต่เขาก็ไม่เคยเปิดเผยหน้าตาตัวเองซึ่งเป็นแนวทางดังแบบไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อเลี่ยงการโจมจีจากผู้ไม่ประสงค์ดีนั่นเอง
และคนดังในต่างประเทศของวงการโลกการเงิน อย่าง ซาโตชิ ผู้คิดคนระบบการเข้ารหัสสกุลเงินดิจิตอล หรือ บิทคอยน์ คนแรกของโลกและเป็นที่นิยมแพร่หลายมากสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ ในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออนไลน์ต่างๆ ในต่างประเทศที่เริ่มนิยมใช้เงินสกุล บิทคอยน์และเป็นที่นิยมในตลาดมืดในการซื้อขายแลกเปลียนอาวุธสงคราม ยาเสพติดข้ามชาติ ของเหล่าบรรดาแกงค์มาเฟียระดับโลก เพราะไม่สามารถแกะรอยเข้าถึงตัวตนผู้ถือบัญชีนอมินีที่แท้จริงเพราะสกุลเงินถูกเข้ารหัสอย่างซับซ้อนและแยบยล
ซาโตชิ คือหน่วยที่เล็กที่สุดของ บิทคอยน์ ซึ่งเป็นชื่อของผู้คิดค้นนั่นเอง และทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึ่งรู้แต่ว่าเป็นชาวญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าสกุลเงินจะดังไปทั่วโลกก็ตามแต่เขาก็ยังไม่ออกมาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา
ซึ่งเหตุที่คนส่วนใหญ่ต้องการโชว์เปิดเผยในโลกออนไลน์ คือ การยอมรับทางสังคมในวงกว้างซึ่งโลกออนไลน์ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงเพียงชั่วข้ามคืน หรือพูดเป็นภาษาบ้านๆ คือ อยากดังนั่นเอง
และเรื่องที่นิยมโชว์มากที่สุด คือ การอวดความมั่งมี อวดรวย ซึ่งมักจะเป็นกับผู้ที่ไม่เคยรวยมาก่อน และส่วนใหญ่มักจะเฟคหรือกลายเป็นสังคมวัตถุนิยมจอมปลอมนั่นเอง ซึ่งมองข้ามเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่อาจจะถูกแกะรอยจากผู้ประสงค์ร้ายจากมุมมืดได้นั่นเอง
สิ่งสุ่มเสี่ยงอันตราย ไม่ควรเปิดเผยโจ่งครึ่มบนโลกโชเชี่ยลออนไลน์ ที่คนส่วนใหญ่โชว์โอ้อวดแบบสตูปิดอาจมีภัยถึงตัว
ซึ่งมักจะมีผลเสียมากกว่าผลดี เพราะคุณกำลังเปิดเผยความเป็นส่วนตัวของคุณเองให้ตัวเองอยู่ในที่แจ้งเป็นโอกาสแกะรอยของมิจฉาชีพ หรือ แม้แต่คนที่ไม่ชอบหรือเกลียดคุณจากมุมมืด ซึ่งเข้าตำรา "ทำดีทำเด่น จะเป็นภัยถึงตัว" นั่นเอง
ซึ่งข้อมูลอะไรก็ตามที่เข้าไปสู่โลกของอินเตอร์กลายเป็นบิ๊กดาต้าสู่โลกแอนโนนิมัส ซึ่งมีความเสี่ยงที่บรรดาพวกแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงได้ขึ้นอยู่กับว่ามูลค่าของข้อมูลเป็นที่สนใจมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลมีแรงจูงใจให้แฮกเกอร์เข้าไปเอาข้อมูลหรือไม่
ซึ่งแม้แต่การโพสประวัติสถานที่ วันเดือนปีเกิด เบอร์มือถือ ก็สามารถแกะรอยและเจาะข้อมูลได้ ซึ่งผู้ใช้คนไทยส่วนใหญ่ยังมองข้ามเรื่องข้อมูลความเป็นส่วนตัวอยู่มากจึงทำให้เจาะเข้าข้อมูลได้ง่ายกว่าผู้ใช้ที่ระวังตัวส่วนน้อยที่ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ตามแกะรอยและยากต่อการเจาะข้อมูลส่วนตัวได้
ซึ่งในเมืองนอกจะเห็นได้ว่าบรรดาคนดัง มักจะหวงเรื่องความเป็นส่วนตัวสูงมาก มักจะปิดบังใบหน้าในชีวิตประจำวัน รวมไปถึงคนทั่วไป อาทิเช่น คนที่มีเด็กน้อย ถ้าคนแปลกหน้ามาคุยเล่น หรือถ่ายรูปเด็ก เป็นเรื่องต้องห้าม ต้องได้รับการขออนุญาตจากผู้ปกครองเสียก่อน เพราะมีโอกาสเสี่ยงสูงที่เด็กอาจโดนลักพาตัวได้
และตัวอย่างจากหนังเรื่อง อเมริกันแกงค์สเตอร์ จะเห็นว่า เวนดีเซล พอได้ขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อมาเฟียอเมริกันแล้ว จะสั่งกำชับให้เครือญาติและลูกน้องห้ามใช้ชีวิตแบบเปิดเผยตัวเอง ให้ใช้ชีวิตแบบเงียบๆ ใช้เงินแบบเงียบๆ และบ้านครอบครัวใหญ่ไม่เปิดเผยถูกซ่อนไว้ไม่ให้รู้แหล่งที่มา เพราะจะเป็นภัยจากเอฟบีไอ และมาเฟียคู่อริ
อย่างของเมืองไทยช่องยูทูบ HRK ซึ่งมีคนติดตามหลักล้าน แต่เขาก็ไม่เคยเปิดเผยหน้าตาตัวเองซึ่งเป็นแนวทางดังแบบไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อเลี่ยงการโจมจีจากผู้ไม่ประสงค์ดีนั่นเอง
และคนดังในต่างประเทศของวงการโลกการเงิน อย่าง ซาโตชิ ผู้คิดคนระบบการเข้ารหัสสกุลเงินดิจิตอล หรือ บิทคอยน์ คนแรกของโลกและเป็นที่นิยมแพร่หลายมากสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ ในโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าออนไลน์ต่างๆ ในต่างประเทศที่เริ่มนิยมใช้เงินสกุล บิทคอยน์และเป็นที่นิยมในตลาดมืดในการซื้อขายแลกเปลียนอาวุธสงคราม ยาเสพติดข้ามชาติ ของเหล่าบรรดาแกงค์มาเฟียระดับโลก เพราะไม่สามารถแกะรอยเข้าถึงตัวตนผู้ถือบัญชีนอมินีที่แท้จริงเพราะสกุลเงินถูกเข้ารหัสอย่างซับซ้อนและแยบยล
ซาโตชิ คือหน่วยที่เล็กที่สุดของ บิทคอยน์ ซึ่งเป็นชื่อของผู้คิดค้นนั่นเอง และทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึ่งรู้แต่ว่าเป็นชาวญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าสกุลเงินจะดังไปทั่วโลกก็ตามแต่เขาก็ยังไม่ออกมาเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเขา
ซึ่งเหตุที่คนส่วนใหญ่ต้องการโชว์เปิดเผยในโลกออนไลน์ คือ การยอมรับทางสังคมในวงกว้างซึ่งโลกออนไลน์ข้อมูลข่าวสารสามารถเข้าถึงเพียงชั่วข้ามคืน หรือพูดเป็นภาษาบ้านๆ คือ อยากดังนั่นเอง
และเรื่องที่นิยมโชว์มากที่สุด คือ การอวดความมั่งมี อวดรวย ซึ่งมักจะเป็นกับผู้ที่ไม่เคยรวยมาก่อน และส่วนใหญ่มักจะเฟคหรือกลายเป็นสังคมวัตถุนิยมจอมปลอมนั่นเอง ซึ่งมองข้ามเรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่อาจจะถูกแกะรอยจากผู้ประสงค์ร้ายจากมุมมืดได้นั่นเอง