JJNY : "เพื่อนแท้"ดี๊ดี..ซี้จุกสูญ 12 ชาติรุมจ่อขึ้น! ภาษีสินค้าไทย ใช้ 'AD-SG'กีดกัน 23 รายการ ชี้ 2 นโยบายทรัมป์ทุบซ้ำ

กระทู้คำถาม
ไทยอ่วม 12 คู่ค้า สั่งเปิดไต่สวนใช้มาตรการเอดีและเซฟการ์ดสินค้า 23 รายการ นักวิชาการสั่งจับตากฎหมาย Buy American-ทรัมป์จี้รื้อกฎแหล่งกำเนิดสินค้าในนาฟต้า กระทบส่งออกไทยไปสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา

แม้การส่งออกของไทยจะขยายตัวได้ดี ช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 8.8% แต่อีกด้านหนึ่งตรวจสอบพบคู่ค้าอยู่ระหว่างการเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน(AD/CVD) รวมถึงภาษีปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (SG หรือเซฟการ์ด) กับสินค้าไทยจำนวนมาก

จากการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์พบว่า ณ ปัจจุบันมี 12 ประเทศที่อยู่ระหว่างการเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการข้างต้นกับสินค้าไทยรวมทั้งสิ้น 12 ประเทศ รวม 23 รายการ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ตูนิเซีย แซมเบีย ยูเครน ตุรกี จีน อินเดีย ปากีสถาน เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย โดย 5 อันดับแรกที่อยู่ระหว่างการไต่สวนเพื่อใช้มาตรการกับสินค้าไทย ได้แก่ ตุรกี, สหรัฐฯ, อินเดีย, ตูนิเซีย และจีน ตามลำดับ (กราฟิกประกอบ)



สินค้าไทยที่อยู่ระหว่างถูกเปิดไต่สวน อาทิ แปรงสีฟัน, เครื่องซักผ้าในบ้านขนาดใหญ่, กระดาษพิมพ์, ขวดแก้ว, อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์, เส้นใยโพลีเอสเตอร์สังเคราะห์สั้น, เหล็กเสริมคอนกรีต, ท่อเหล็กกล้าไร้สนิม,ไฟเบอร์บอร์ด, PET film และโลหะซิลิคอน เป็นต้น

นายบัณฑูร วงศ์สีลโชติ รองประธานคณะกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบมาตรการของคู่ค้าที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกของไทยรอบ 9 เดือนแรกปีนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นมาตรการเดิมๆ เช่น มาตรการที่เป็นอุปสรรคเทคนิคทางการค้า (TBT) มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (SPS) มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและอื่นๆ

อย่างไรก็ดีมี 2 สถานการณ์ที่ต้องติดตามเพราะอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยในอนาคตได้ กรณีแรก นโยบาย Buy American ซึ่งเป็นกฎหมายเชิงนโยบายที่กำหนดให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องจัดซื้อจัดจ้างและเลือกซื้อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศเป็นอันดับแรก ล่าสุดสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) อยู่ระหว่างการเปิดขอรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากผู้ประกอบการของสหรัฐฯ เพื่อใช้ประกอบการศึกษาผลกระทบ อย่างไรก็ดีหากกฎหมายมีผลบังคับใช้จะมีผลกระทบกับสินค้าไทยไม่มากก็น้อย เพราะต่อไปบริษัทอเมริกันที่ร่วมประมูลจัดซื้อจัดจ้างให้กับรัฐบาลจะต้องซื้อสินค้าที่ผลิตในสหรัฐฯเป็นอันดับแรก จากที่ผ่านมาสามารถซื้อจากที่ใดก็ได้

กรณีต่อมา ทรัมป์อยู่ระหว่างการเจรจากับเม็กซิโกและ แคนาดา เพื่อขอแก้ไขกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin:ROO) ในข้อตกลงเขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟต้า) เป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้า จากเดิมกำหนดให้สินค้าที่ค้าขายและจะได้รับการยกเว้นภาษีระหว่างกันต้องใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ผลิตใน 3 ประเทศสัดส่วน 62.5% ให้เพิ่มเป็น 85% (ในจำนวนนี้ต้องเป็นวัตถุดิบจากสหรัฐฯ สัดส่วน 50% และอีก 35% จากเม็กซิโกหรือแคนาดา)

“ขณะนี้เม็กซิโกและแคนาดา ยังไม่ยอมรับตามที่สหรัฐฯเสนอในเรื่องกฎแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ต้องติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพราะจะมีผลกระทบกับการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา เช่นในกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์อย่างแน่นอน”

ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า นโยบาย Buy American คงไม่ส่งผลกระทบกับสินค้าไทยทุกสินค้า เพราะหลายรายการสหรัฐฯไม่สามารถผลิตได้เองทั้งหมด จากค่าแรงสูง ที่ยังจำเป็นต้องมีการนำเข้า เช่น ผัก ผลไม้ สินค้าเกษตรแปรรูป รองเท้า เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องแต่งกายต่างๆ เป็นต้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่