~มาลาริน~** หลอกกันไม่ได้...เช็คการใช้จ่ายสกัดพวกแกล้งจน ใช้ Big Data ดูพฤติกรรมป้องกันสิทธิรั่วไหล

นานาโอเคนานาเยี่ยมนานาชอบ


นางสาววิชสิณี วิบุลผลประเสริฐ นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่าการจัดทำฐานข้อมูลของโครงการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2560 อาจพบการรั่วไหลของผู้ใช้สิทธิ เพราะเงื่อนไขการคัดกรองสิทธิ อ้างอิงจากรายได้และการถือครองทรัพย์สินเป็นหลัก และยังไม่ได้ใช้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมอื่นๆที่รัฐจัดเก็บจากการลงทะเบียน เช่น นักเรียน นักศึกษาจากครอบครัวฐานะดี แต่ยังไม่เคยเปิดบัญชีธนาคารหรือมีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือกรณีมีการโยกย้ายบิดเบือนข้อมูลรายได้และทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการรับสิทธิ เช่น ข้าราชการเกษียณอายุไปแล้วแต่โอนทรัพย์สินให้ลูกหลาน และยังอาศัยอยู่ร่วมกันในครอบครัว

จากการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้จ่ายในมาตรการไฟฟ้าฟรีเป็นข้อมูลที่บิดเบือนได้ยากกว่าข้อมูลรายได้และทรัพย์สินดังนั้นการใช้การเชื่อมฐานข้อมูลหรือ Big Data มาใช้ร่วมคัดกรองการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย อาจเป็นสิ่งที่ดี โดยเฉพาะข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่าย เช่น การใช้น้ำการใช้ไฟฟ้าของผู้ที่มาลงทะเบียนหรือการใช้บริการทางการเงินต่างๆ เพื่อใช้เป็นเกณฑ์เพิ่มเติมในการคัดกรองจะได้ครอบคลุมและลดการรั่วไหลให้น้อยที่สุดอาจจะลดได้ถึง 2 ใน 3 จากปัจจุบัน

“มาตรการไฟฟ้าฟรีในปัจจุบันจะให้กับผู้ที่ใช้ไฟฟ้าต่ำกว่า 50 หน่วย และใช้ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน สามารถคัดกรองพฤติกรรมการใช้ของผู้มีรายได้น้อย และไม่ให้รั่วไหลไปยังครัวเรือนนอกกลุ่มเป้าหมายได้ค่อนข้างดี เพราะจะบอกว่าแต่ละเดือนการใช้จ่ายไฟฟ้าของแต่ละครัวเรือน หากมากเกินไปแล้วมีกำลังจ่าย ยังถือว่าเป็นผู้มีสิทธิรับสวัสดิการอยู่หรือไม่”

อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับการให้วงเงินในบัตรไปใช้จ่ายซื้อสินค้าที่จำเป็น 200-300 บาทต่อราย แต่ค่าเดินทางเพื่อลดภาระค่าครองชีพ อาจไม่ตอบโจทย์ในทุกครัวเรือน เพราะพฤติกรรมการใช้จ่ายและชีวิตความเป็นอยู่ต่างกัน

“ในหลักเศรษฐศาสตร์การให้เงินสดอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมากกว่าเพราะผู้มีรายได้น้อยสามารถบริหารและนำไปใช้ตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าและยังให้ผู้ผลิตสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อจูงใจผู้บริโภค”

ส่วนสวัสดิการแห่งรัฐในระยะที่ 2 ตามที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดช่วยเหลือผ่านผู้อยู่ใต้เส้นความยากจน หรือรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปีผ่านการโอนเงินภาษี หรือ Negative income tax นั้น ส่วนตัวการให้เงินเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องให้ผู้ที่มีสิทธิ ฝึกฝน เพิ่มทักษะอาชีพของตนเอง และให้เข้ามาในระบบบัญชีของสถาบันการเงิน เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลจะได้ดูแลชีวิตความเป็นอยู่ได้ดีขึ้นในอนาคต

จากสถิติของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ระบุว่าปี 2559 มีประชากรอยู่ใต้เส้นความยากจน 5.8 ล้านคนขณะที่ข้อมูลการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยในปี 2560 มีผู้ที่มีรายได้และทรัพย์สินอยู่ใต้เส้นความยากจนถึง 8.4 ล้านคนซึ่งไม่สอดคล้องของตัวเลข อาจมีการรั่วไหลของสิทธินำไปสู่ความบิดเบือนของกลไกและภาระอุดหนุนที่สูงเกินความจำเป็น


http://www.naewna.com/business/298287

อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ..ว่าจะมีมาตรการตรวจสอบพฤติกรรมแกล้งจนป้องกันสิทธิรั่วไหล
สบายใจขึ้นมากค่ะที่ทราบว่ามีการตรวจสอบ...เยี่ยม

ขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่ดูแลเรื่องนี้นะคะ.. นานาขอบคุณ

ฝากให้ทุกคนอ่านค่ะ...เรื่องดีๆก่อนนอน

นานานอน คร่อกฟี้คร่อกฟี้คร่อกฟี้


ปล. ล็อกอินนี้ใช้เวลาตั้งกระทู้เกิน 4 กระทู้ค่ะ...ดาว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่