ถือเชือกเข้ามาผูกเงื่อนฟั่นเฟือนฝัน
สองมือฉันเธอจูงจับราวกับจะไม่ปล่อย
กลิ่นความรักดั่งกุหลาบดอกน้อยน้อย
เก็บภักดีมาเรียงร้อยเป็นสร้อยใจ
ผ่านวันคืนตื่นอรุณอุ่นอ้อมกอด
เฝ้าพร่ำพลอดกระซิบกระซาบเสียงวาบไหว
นั่งจ้องเธอควงกระทะระเรื่อยไป
หอมแกงส้มชะอมไข่ใส่รสรัก
วันว่างเธอพาฉันไปวิ่งเล่น
เดินตลาดยามเย็นดูพืชผัก
เธอจับจ่ายข้าวของแคล่วคล่องนัก
จนตะกร้าท่าจะหนักรักทั้งนั้น
สายลมห่มฟ้าพาพระพิรุณโปรย
กรรณิการ์หอมโชยราวร่วงโรยจากสวรรค์
เธอกระชับขยับเข้ามาใกล้ลูบไล้เสาวคันธ์
สัมผัสนุ่มนวลเนียนนิรันดร์คำมั่นสัญญา...
สัญญาจะไม่ทอดไม่ทิ้ง
จงประจักษ์จะรักจริงเสียยิ่งกว่า-
อัมพรพื้นผืนสมุทรสุดนับคณา
แดนดาราทิวาตะวันบุหลันวิธู
แต่เธอก็จากไปในฤดูหนาว
ความเจ็บร้าวยังสลักปักตรึงอยู่
กลิ่นชืดเย็นนี้พุดซ้อนหรือซ่อนชู้?
ฉันไม่รู้เพราะดวงตาบอดเสียแล้ว
ทำให้เจ็บ แล้วเขาก็มีชีวิตของตัวเองต่อไป
สองมือฉันเธอจูงจับราวกับจะไม่ปล่อย
กลิ่นความรักดั่งกุหลาบดอกน้อยน้อย
เก็บภักดีมาเรียงร้อยเป็นสร้อยใจ
ผ่านวันคืนตื่นอรุณอุ่นอ้อมกอด
เฝ้าพร่ำพลอดกระซิบกระซาบเสียงวาบไหว
นั่งจ้องเธอควงกระทะระเรื่อยไป
หอมแกงส้มชะอมไข่ใส่รสรัก
วันว่างเธอพาฉันไปวิ่งเล่น
เดินตลาดยามเย็นดูพืชผัก
เธอจับจ่ายข้าวของแคล่วคล่องนัก
จนตะกร้าท่าจะหนักรักทั้งนั้น
สายลมห่มฟ้าพาพระพิรุณโปรย
กรรณิการ์หอมโชยราวร่วงโรยจากสวรรค์
เธอกระชับขยับเข้ามาใกล้ลูบไล้เสาวคันธ์
สัมผัสนุ่มนวลเนียนนิรันดร์คำมั่นสัญญา...
สัญญาจะไม่ทอดไม่ทิ้ง
จงประจักษ์จะรักจริงเสียยิ่งกว่า-
อัมพรพื้นผืนสมุทรสุดนับคณา
แดนดาราทิวาตะวันบุหลันวิธู
แต่เธอก็จากไปในฤดูหนาว
ความเจ็บร้าวยังสลักปักตรึงอยู่
กลิ่นชืดเย็นนี้พุดซ้อนหรือซ่อนชู้?
ฉันไม่รู้เพราะดวงตาบอดเสียแล้ว