มีเรื่องมาเล่าค่ะ ดิฉัน มีสามี ตั้งแต่อายุยังน้อย ยู่แบบอดๆอยากๆ สามีก็ไม่ดีไม่มีความรับผิดชอบเท่าที่ควร เรามีลูกด้วยกัน 1คนค่ะผู้ชาย เกิด พศ 2536 พอลูกชายอายุได้ประมาณ 2-3ขวบ ตัวดิฉันก็อุ้มลูกหนีมายู่กับพ่อแม่ค่ะ ที่วิภาวดี และได้แม่ซึ่งเป็นยาย คอยช่วยเลี้ยงดูและส่งเสียให้ได้ร่ำเรียน ส่วนตัวดิฉันก็มีสามีใหม่ แต่ไม่มีลูกนะคะ ย้ายที่ยู่ไปเรื่อยๆตามสามีใหม่ไป จะมาหาลูกบ้าง ด้วยชีวิตความเป็นยู่ที่ค่อนข้างไม่ดีเพราะการศึกษามีน้อย และด้วยอายุตอนนั้น+กับไม่มีทุนรอนอะไร มีอะไรก็ทำค่ะ ต่อมาลูกชายเรียนย่างเข้า มอต้น เกเรมากถึงมากที่สุด เกรงว่าจะติดยาตามภาษาวัยรุ่น ดิฉันเลยออกจากงานมายู่กับลูก เฝ้าตามรับตามส่ง ไปโรงเรียนทุกๆวัน มีบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ดิฉันจะผลักดันเขาให้ไปบวชทุกเทอมค่ะเขาก็ยอมนะ แต่พอเขาโตขึ้น มีครอบครัว มีชีวิตที่ดีขึ้น เรียกว่า ร่ำรวยเลยก็ว่าได้ จัดงานแต่งงานที่เรือนไทยสุขุมวิท50 ก็ได้รับเชิญไปงานยู่นะคะ แต่แบบ😢กลับกลายเป็นว่า แม่คนนี้ไม่เคยยู่ในสายตาเขาเลยค่ะ จะโทหาแม่บ้างในวันแม่ ยังไม่เคย ว่าแต่ทำไมแม่ไม่โทรหาลูก แม่ไม่มีแม้แต่เบอร์โทลูกค่ะเชื่อมั้ยมีแต่โทไลน์ ซึ่งก็ไม่อยากรบกวนเขาค่ะ เหมือนกับว่า ความรวยของเขา มาปิดกั้นเราไว้ทำให้ไม่กล้า แม้แต่จะไปหา โทรหา เลยค่ะ เหตุผลคือเขาเคยบอกให้ฟังค่ะว่า พ่อ แม่ ย่า อย่ามายุ่งกับผม ผมไม่แคร์ ใครทั้งนั้น ไม่ได้เลี้ยงผมมา ผมรักยายคนเดียว ซึ่งยายเสียชีวิตไปแล้วค่ะ เสียใจเหลือเกิน ชีวิตคนเราถ้าเลือกได้ คงไม่มีคัย อยากยู่ห่างลูก หลอกนะคะ ตอนนี้เขามีความเป็นยู่ที่ดี มีบ้านมีรถ มีทุกสิ่งอย่าง เขาจะดูแลพ่อตาแม่ยาย น้องเมียพี่เมียทุกคน ดีมากค่ะ ส่วนแม่คนนี้ ไม่เคยมาเหลียวแลก็ยู่แบบจนๆนี่แหละค่ะ คงเป็นกรรมเก่าของเราเอง เสียใจคิดถึงลูกมากๆค่ะแต่ทำอะไรไม่ได้เลย
สถาณะแม่