สวัสดีค่ะเป็นการรีวิวผลิตภัณฑ์ครั้งแรกที่ช่วยแก้ไขผิวที่พังๆ หลังจากจบ Thesis
ส่งผลมาจากการนอนดึก ความเครียด บางวันไม่ได้นอน นั่งทำงานทั้งคืน ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรเลย ล้างหน้ากับน้ำเปล่าอย่างเดียว เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีเต็มๆ! ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ทำให้เกิดผลที่ตามมาคือผิวแห้งกร้าน หน้าด่าง หน้าลอก ผิวหมองคล้ำ สิวขึ้น ที่แย่ที่สุดคือจุดด่างดำ โดยส่วนตัวปกติแล้วไม่ค่อยแต่งหน้า เดือนนึง 3-4 ครั้งได้คะ
สภาพผิวของเรา เป็นคนผิวผสม ผิวมันแต่ขาดน้ำ สิวผดขึ้นง่ายมาก ตามภาพเลยคะ
วันนี้เราจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ใช้เองเลยจริงๆของแบรนด์ DrGL ให้รู้จักกันคะ หลายคนอ่านแล้วคงคิดในใจว่าไม่เคยได้ยิน ตอนที่มีคนรู้จักแนะนำมาเราเองก็ยังไม่มีความสนใจในแบรนด์นี้ แต่เค้าบอกมาว่าเป็น Lamer ของสิงคโปร์ เลยลองๆหาข้อมูลดูเพราะเป็นคนเลือกซื้อของยากมาก และไม่ชอบลอง ถ้าใช้ดีก็นานเลย แต่รับไม่ได้กับสภาพผิวของตัวเองมากในตอนนั้น ก็เลยหาข้อมูลแบรนด์นี้ใน Pantip , Jeban ก็แทบจะไม่มีรีวิว จนได้มาหาข้อมูลเองแล้วพบว่า แบรนด์ DrGL เป็นแบรนด์ของประเทศสิงคโปร์ คิดค้น Skincare โดยด็อกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง เป็นผู้เชี่ยวชาญสำหรับปัญหาผิวของคนเอเชีย โดยเฉพาะภูมิประเทศเขตร้อนชื้น ซึ่ง อากาศบ้านเค้าคล้ายบ้านเรา พวกผลิตภัณฑ์ของเค้าทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมด อ่านมาถึงตรงนี้เลยสนใจเพราะผลิตภัณฑ์บางตัวของเค้าตอบโจทย์กับปัญหาผิวของเรา แล้วผิวหน้าเราไม่เคยใช้ Skincare ตัวไหนเลย เราเลยระวังในเรื่องของการเลือกซื้อพอสมควรคะ อีกอย่าง ราคาสูงอยู่เหมือนกัน นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เราตัดสินใจอยู่นาน ในตอนแรกไม่คิดว่าจะมารีวิว แต่ของเค้าเห็นผลจริงเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์กันคะ ภาพถ่ายอาจจะขาดๆเกินๆหน่อยนะคะ เดี๋ยวเราจะรีวิวเรียงลำดับตามที่เคยใช้กันเลยคะ

ตัวแรกที่ใช้เลยคือ Cleanser ACNE ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 2,580 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อเจลใสๆคะ ผิวสัมผัสจะหนืดๆข้นๆเล็กน้อย กลิ่นหอมธรรมชาติอ่อนๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของสิว และ ควบคุมความมัน หลังจากล้างหน้าเสร็จโดยส่วนตัวมีความรู้สึกว่าหน้านุ่มขึ้น พอใช้ไปซัก 1 อาทิตย์มีความรู้สึกว่าผิวมันน้อยลงสิวผดค่อยๆหายไป
ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 2 เดือนคะ

ต่อมาตัวที่สองเราใช้ Toner Oil Control ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 2,250 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำใสๆคล้ายน้ำเปล่าเลยคะ กลิ่นธรรมชาติอ่อนๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของ ควบคุมความมัน พอใช้อย่างต่อเนื่องต่อมไขมันใต้ผิวหนังจะถูกควบคุมทำให้ผิวไม่มัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้ผิวใส อยากจะบอกว่าโทนเนอร์นี่เป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมผิวก่อนลงครีมบำรุงเลยนะคะ เพราะการล้างหน้าด้วย Makeup Remover กับ Cleanser ยังไม่พอจริงๆ ตัวนี้หยดบนสำลีแล้วเช็ดย้อนแนวผิวขึ้นไปปกติเลยคะ ความรู้สึกส่วนตัว คือรู้สึกผิวสะอาดสดชื่นขึ้น รูขุมขนระชับ ใช้แล้วผิวไม่แห้งตึง ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนคะ

ต่อมาตัวสปอตครีมเราใช้เป็นของ Hiruscar POSTACNE
ขนาด 5 กรัม ราคา 190 บาท (อันนี้ราคาขึ้นอยู่กับสถานที่ซื้อและโปรโมชั่นนะคะ)
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเจลสีเหลืองอ่อนๆใสๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการรักษา รอยแผลเป็นจากสิว ตัวนี้เราใช้ทาลงบนสิว แผลเป็นจากสิว ทาบางๆลงบนสิวกับรอยแผลเป็นคะ เนื้อเจลซึมเข้าผิวเร็วมาก ใช้เวลา 2-4 อาทิตย์รู้สึกว่ารอยสิวจางลง ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนคะ

ต่อมาลงเป็นตัว Skin Repair ของ DrGL
ขนาด 10 ML. ราคา 3,500 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเซรั่มเหมือนน้ำเปล่าเลย ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการรักษาสิว ซ่อมแซมผิวเก่าและช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ ใช้ทาทันทีหลังจากทำเลเซอร์ก็ได้นะคะ ช่วยให้เกิดผิวใหม่ที่กระชับและแข็งแรงขึ้น สามารถใช้เซรั่มนี้แทนมอยซ์เจอไรเซอร์ได้ ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้คะ
ตัวนี้ใช้แล้วสิวผดเม็ดสิวใหญ่ๆหายอย่างเห็นได้ชัด ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเลยคะ ดีมากๆตัวนี้
วิธีใช้ส่วนตัวคือหยดลงบนผิวที่เป็นสิวแล้วลูบเบาๆเพื่อให้เซรั่มซึมเข้าผิว
ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนคะ
มาดูภาพกันคะ หลังจากใช้ไป 4 ตัวแรกได้ประมาณ เกือบ 2 เดือน สิวที่อยู่บนหน้า
หายไปเยอะเลยคะ รู้สึกว่าผิวแข็งแรงและกระชับขึ้นมาก แต่ปัญหาหน้าหมองคล้ำ ผิวด่างๆยังอยู่คะ เราเลยเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ สูตรที่ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น แต่ยังคงติดใจในแบรนด์เดิมนะคะ มาลองดูกันคะ

หลังจากปัญหาเรื่องสิว กับ ผิวหน้ามัน ดีขึ้นแล้ว เราก็เลยเปลี่ยนมาใช้ ตัวที่ช่วยในเรื่องแก้ไขปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวด่าง สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ตัวที่เปลี่ยนคือตัวล้างหน้าเราเปลี่ยนมาเป็นตัว Cleanser Lightening ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 2,850 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคย เคยถามBAว่าทำไมผลิตภัณฑ์เป็นน้ำเยอะจัง เค้าบอกมาว่า สิงคโปร์มีภุมิอากาศที่ร้อนชื้น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำจะซึมเข้าผิวอย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้ผิวหน้าเยิ้ม ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูบำรุงลึกตั้งแต่เซลล์ผิว ทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ทางแบรนด์เคลมมาว่าใช้วิตามินซีระดับพรีเมี่ยมเข้าไปในส่วนผสม เพราะฉะนั้นคนที่ผิวหน้าแพ้วิตามินซีใช้ไม่ได้นะคะ หลังจากใช้รู้สึกว่าผิวสะอาด แข็งแรงขึ้น หน้านิ่ม รอยหน้าด่าง เริ่มเนียนๆ ผิวกลับมาสม่ำเสมอ ตัวนี้ตอนถูจะมีฟองเล็กน้อยนะคะ ใช้ได้ประมาณเกือบ 2 เดือนคะ

ต่อมาขั้นตอนที่สองเราเปลี่ยนมาใช้เป็นตัว Toner Lightening ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 5,400 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคย ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูบำรุงและขจัดความหมองคล้ำ ลดเลือนจุดด่างดำจากรังสี UV ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และยังช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำซ้ำซ้อน ทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ทางแบรนด์เคลมมาว่าใช้วิตามินซีระดับพรีเมี่ยมอีกเช่นเคย คนที่แพ้วิตามินซีใช้ไม่ได้นะคะ ตอนเช็ดรู้สึกผิวเย็นๆ หน้าเด้งตึงขึ้นมาเลย รูขุมขนกระชับ เราจะเช็ดย้อนขึ้นไปนะคะกลัวผิวย่น ดูจากภาพนี่คือไม่ได้แต่งหน้านะคะ ล้างหน้ามาเรียบร้อยแล้วด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเช็ดแล้วสำลีจะดำขนาดนี้ โทนเนอร์สำคัญจริงๆคะ ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 1 เดือนคะ

มาถึงขั้นตอนบำรุงกันเลยดีกว่าคะ
ขั้นตอนบำรุงขั้นตอนแรกเราเปลี่ยนจาก Skin Repair มาใช้เป็นตัว
Collagen Essence
ขนาด 30 ML. ราคา 6,400 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคยแต่มีความหนืดๆหน่อย ช่วยในเรื่องของการทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี กระชับ และเรียบเนียนขึ้น ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว หลังจากใช้ตัวนี้ความรู้สึกคือผิวฟูอิ่มน้ำมากๆ ผิวหน้านิ่ม แข็งแรงขึ้นจริงๆคะ รูขุมขนแทบจะมองไม่เห็นเลย ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 1 เดือนคะ

ต่อมาลงเป็นตัว Moisturiser All Skin Types จาก DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 6,400 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคย ช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวเสียจากแสงแดด เพิ่มความนุ่มชุ่มชื่น เข้าฟื้นฟูลึกถึงขั้นเซลล์ผิว ผิวหน้านิ่ม คนแพ้วิตามินซีใช้ไม่ได้นะคะ ตัวนี้หลังจากใช้แล้วรู้สึกผิวเต่งตึง เด้ง มากคะ สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอหน้าเนียนขึ้นมาก หน้าอิ่มน้ำชุ่มชื่นแข็งแรงขึ้นจริงๆคะ รูขุมขนแทบจะมองไม่เห็นเลย ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 3 เดือนคะ

ตัวสุดท้ายที่ลงคือตัว Restore Gel Mask
ขนาด 240 ML ราคา 2,650 บาท
ตัวนี้จะเห็นได้เยอะตามรีวิว เราเลยลองซื้อมาใช้ เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเจลสีน้ำเงินอ่อนใสๆ กลิ่นธรรมชาติอ่อนๆ ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้าน กลับมานุ่มชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญตอนเราไปทะเลหลังจากเล่นน้ำทะเลมา เราใช้ตัวนี้มากส์ทับทันที ไม่น่าเชื่อว่าผิวหน้าไม่ไหม้ไม่แสบเลย ใช้ดีมากๆ หน้าอิ่มน้ำชุ่มชื่นแข็งแรงขึ้นจริงๆคะ หน้านิ่ม ลื่นมากๆคะ จะใช้ทาบางๆก่อนนอนทุกวัน หรือมากส์ 3 วันครั้งก็ได้คะ ตัวนี้คือต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้จริงๆ ขาดไม่ได้เลย
ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 3 เดือนคะ

หมดแล้วคะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ ตั้งแต่หน้าพังจนถึงปัจจุบัน ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนกว่า จนตอนนี้ก็ยังใช้อยู่คะ รีวิวนี้เป็นครั้งแรก มาจากความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้แล้วเห็นผลจริงอยากจะแบ่งปันกันนะคะ ผลลัพธ์และระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนคะ

[CR] (CR) Review Skincare ที่ใช้กู้หน้าพังหลังจากที่ไม่ดูแลมาเป็นเวลานานเกือบปี !
ส่งผลมาจากการนอนดึก ความเครียด บางวันไม่ได้นอน นั่งทำงานทั้งคืน ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์อะไรเลย ล้างหน้ากับน้ำเปล่าอย่างเดียว เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปีเต็มๆ! ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย ทำให้เกิดผลที่ตามมาคือผิวแห้งกร้าน หน้าด่าง หน้าลอก ผิวหมองคล้ำ สิวขึ้น ที่แย่ที่สุดคือจุดด่างดำ โดยส่วนตัวปกติแล้วไม่ค่อยแต่งหน้า เดือนนึง 3-4 ครั้งได้คะ
สภาพผิวของเรา เป็นคนผิวผสม ผิวมันแต่ขาดน้ำ สิวผดขึ้นง่ายมาก ตามภาพเลยคะ
วันนี้เราจะมารีวิวผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ที่ใช้เองเลยจริงๆของแบรนด์ DrGL ให้รู้จักกันคะ หลายคนอ่านแล้วคงคิดในใจว่าไม่เคยได้ยิน ตอนที่มีคนรู้จักแนะนำมาเราเองก็ยังไม่มีความสนใจในแบรนด์นี้ แต่เค้าบอกมาว่าเป็น Lamer ของสิงคโปร์ เลยลองๆหาข้อมูลดูเพราะเป็นคนเลือกซื้อของยากมาก และไม่ชอบลอง ถ้าใช้ดีก็นานเลย แต่รับไม่ได้กับสภาพผิวของตัวเองมากในตอนนั้น ก็เลยหาข้อมูลแบรนด์นี้ใน Pantip , Jeban ก็แทบจะไม่มีรีวิว จนได้มาหาข้อมูลเองแล้วพบว่า แบรนด์ DrGL เป็นแบรนด์ของประเทศสิงคโปร์ คิดค้น Skincare โดยด็อกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง เป็นผู้เชี่ยวชาญสำหรับปัญหาผิวของคนเอเชีย โดยเฉพาะภูมิประเทศเขตร้อนชื้น ซึ่ง อากาศบ้านเค้าคล้ายบ้านเรา พวกผลิตภัณฑ์ของเค้าทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมด อ่านมาถึงตรงนี้เลยสนใจเพราะผลิตภัณฑ์บางตัวของเค้าตอบโจทย์กับปัญหาผิวของเรา แล้วผิวหน้าเราไม่เคยใช้ Skincare ตัวไหนเลย เราเลยระวังในเรื่องของการเลือกซื้อพอสมควรคะ อีกอย่าง ราคาสูงอยู่เหมือนกัน นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เราตัดสินใจอยู่นาน ในตอนแรกไม่คิดว่าจะมารีวิว แต่ของเค้าเห็นผลจริงเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์กันคะ ภาพถ่ายอาจจะขาดๆเกินๆหน่อยนะคะ เดี๋ยวเราจะรีวิวเรียงลำดับตามที่เคยใช้กันเลยคะ
ตัวแรกที่ใช้เลยคือ Cleanser ACNE ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 2,580 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเนื้อเจลใสๆคะ ผิวสัมผัสจะหนืดๆข้นๆเล็กน้อย กลิ่นหอมธรรมชาติอ่อนๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของสิว และ ควบคุมความมัน หลังจากล้างหน้าเสร็จโดยส่วนตัวมีความรู้สึกว่าหน้านุ่มขึ้น พอใช้ไปซัก 1 อาทิตย์มีความรู้สึกว่าผิวมันน้อยลงสิวผดค่อยๆหายไป
ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 2 เดือนคะ
ต่อมาตัวที่สองเราใช้ Toner Oil Control ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 2,250 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำใสๆคล้ายน้ำเปล่าเลยคะ กลิ่นธรรมชาติอ่อนๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของ ควบคุมความมัน พอใช้อย่างต่อเนื่องต่อมไขมันใต้ผิวหนังจะถูกควบคุมทำให้ผิวไม่มัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้ผิวใส อยากจะบอกว่าโทนเนอร์นี่เป็นสิ่งสำคัญในการเตรียมผิวก่อนลงครีมบำรุงเลยนะคะ เพราะการล้างหน้าด้วย Makeup Remover กับ Cleanser ยังไม่พอจริงๆ ตัวนี้หยดบนสำลีแล้วเช็ดย้อนแนวผิวขึ้นไปปกติเลยคะ ความรู้สึกส่วนตัว คือรู้สึกผิวสะอาดสดชื่นขึ้น รูขุมขนระชับ ใช้แล้วผิวไม่แห้งตึง ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนคะ
ต่อมาตัวสปอตครีมเราใช้เป็นของ Hiruscar POSTACNE
ขนาด 5 กรัม ราคา 190 บาท (อันนี้ราคาขึ้นอยู่กับสถานที่ซื้อและโปรโมชั่นนะคะ)
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเจลสีเหลืองอ่อนๆใสๆ ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการรักษา รอยแผลเป็นจากสิว ตัวนี้เราใช้ทาลงบนสิว แผลเป็นจากสิว ทาบางๆลงบนสิวกับรอยแผลเป็นคะ เนื้อเจลซึมเข้าผิวเร็วมาก ใช้เวลา 2-4 อาทิตย์รู้สึกว่ารอยสิวจางลง ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนคะ
ต่อมาลงเป็นตัว Skin Repair ของ DrGL
ขนาด 10 ML. ราคา 3,500 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเซรั่มเหมือนน้ำเปล่าเลย ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการรักษาสิว ซ่อมแซมผิวเก่าและช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวใหม่ ใช้ทาทันทีหลังจากทำเลเซอร์ก็ได้นะคะ ช่วยให้เกิดผิวใหม่ที่กระชับและแข็งแรงขึ้น สามารถใช้เซรั่มนี้แทนมอยซ์เจอไรเซอร์ได้ ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้คะ
ตัวนี้ใช้แล้วสิวผดเม็ดสิวใหญ่ๆหายอย่างเห็นได้ชัด ใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเลยคะ ดีมากๆตัวนี้
วิธีใช้ส่วนตัวคือหยดลงบนผิวที่เป็นสิวแล้วลูบเบาๆเพื่อให้เซรั่มซึมเข้าผิว
ตัวนี้ใช้ได้ประมาณ 1 เดือนคะ
มาดูภาพกันคะ หลังจากใช้ไป 4 ตัวแรกได้ประมาณ เกือบ 2 เดือน สิวที่อยู่บนหน้า
หายไปเยอะเลยคะ รู้สึกว่าผิวแข็งแรงและกระชับขึ้นมาก แต่ปัญหาหน้าหมองคล้ำ ผิวด่างๆยังอยู่คะ เราเลยเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ สูตรที่ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น แต่ยังคงติดใจในแบรนด์เดิมนะคะ มาลองดูกันคะ
หลังจากปัญหาเรื่องสิว กับ ผิวหน้ามัน ดีขึ้นแล้ว เราก็เลยเปลี่ยนมาใช้ ตัวที่ช่วยในเรื่องแก้ไขปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวด่าง สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ตัวที่เปลี่ยนคือตัวล้างหน้าเราเปลี่ยนมาเป็นตัว Cleanser Lightening ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 2,850 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคย เคยถามBAว่าทำไมผลิตภัณฑ์เป็นน้ำเยอะจัง เค้าบอกมาว่า สิงคโปร์มีภุมิอากาศที่ร้อนชื้น ผลิตภัณฑ์ที่เป็นน้ำจะซึมเข้าผิวอย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้ผิวหน้าเยิ้ม ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูบำรุงลึกตั้งแต่เซลล์ผิว ทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ทางแบรนด์เคลมมาว่าใช้วิตามินซีระดับพรีเมี่ยมเข้าไปในส่วนผสม เพราะฉะนั้นคนที่ผิวหน้าแพ้วิตามินซีใช้ไม่ได้นะคะ หลังจากใช้รู้สึกว่าผิวสะอาด แข็งแรงขึ้น หน้านิ่ม รอยหน้าด่าง เริ่มเนียนๆ ผิวกลับมาสม่ำเสมอ ตัวนี้ตอนถูจะมีฟองเล็กน้อยนะคะ ใช้ได้ประมาณเกือบ 2 เดือนคะ
ต่อมาขั้นตอนที่สองเราเปลี่ยนมาใช้เป็นตัว Toner Lightening ของ DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 5,400 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคย ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูบำรุงและขจัดความหมองคล้ำ ลดเลือนจุดด่างดำจากรังสี UV ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน และยังช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำซ้ำซ้อน ทำให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ ทางแบรนด์เคลมมาว่าใช้วิตามินซีระดับพรีเมี่ยมอีกเช่นเคย คนที่แพ้วิตามินซีใช้ไม่ได้นะคะ ตอนเช็ดรู้สึกผิวเย็นๆ หน้าเด้งตึงขึ้นมาเลย รูขุมขนกระชับ เราจะเช็ดย้อนขึ้นไปนะคะกลัวผิวย่น ดูจากภาพนี่คือไม่ได้แต่งหน้านะคะ ล้างหน้ามาเรียบร้อยแล้วด้วย ไม่น่าเชื่อว่าเช็ดแล้วสำลีจะดำขนาดนี้ โทนเนอร์สำคัญจริงๆคะ ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 1 เดือนคะ
มาถึงขั้นตอนบำรุงกันเลยดีกว่าคะ
ขั้นตอนบำรุงขั้นตอนแรกเราเปลี่ยนจาก Skin Repair มาใช้เป็นตัว
Collagen Essence
ขนาด 30 ML. ราคา 6,400 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคยแต่มีความหนืดๆหน่อย ช่วยในเรื่องของการทำให้ผิวแข็งแรง สุขภาพดี กระชับ และเรียบเนียนขึ้น ช่วยรักษาระดับความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว หลังจากใช้ตัวนี้ความรู้สึกคือผิวฟูอิ่มน้ำมากๆ ผิวหน้านิ่ม แข็งแรงขึ้นจริงๆคะ รูขุมขนแทบจะมองไม่เห็นเลย ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 1 เดือนคะ
ต่อมาลงเป็นตัว Moisturiser All Skin Types จาก DrGL
ขนาด 100 ML. ราคา 6,400 บาท
ตัวนี้เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นน้ำคล้ายน้ำเปล่าอีกเช่นเคย ช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวเสียจากแสงแดด เพิ่มความนุ่มชุ่มชื่น เข้าฟื้นฟูลึกถึงขั้นเซลล์ผิว ผิวหน้านิ่ม คนแพ้วิตามินซีใช้ไม่ได้นะคะ ตัวนี้หลังจากใช้แล้วรู้สึกผิวเต่งตึง เด้ง มากคะ สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอหน้าเนียนขึ้นมาก หน้าอิ่มน้ำชุ่มชื่นแข็งแรงขึ้นจริงๆคะ รูขุมขนแทบจะมองไม่เห็นเลย ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 3 เดือนคะ
ตัวสุดท้ายที่ลงคือตัว Restore Gel Mask
ขนาด 240 ML ราคา 2,650 บาท
ตัวนี้จะเห็นได้เยอะตามรีวิว เราเลยลองซื้อมาใช้ เนื้อผลิตภัณฑ์จะเป็นเจลสีน้ำเงินอ่อนใสๆ กลิ่นธรรมชาติอ่อนๆ ช่วยให้ผิวที่แห้งกร้าน กลับมานุ่มชุ่มชื้นอย่างเห็นได้ชัด ที่สำคัญตอนเราไปทะเลหลังจากเล่นน้ำทะเลมา เราใช้ตัวนี้มากส์ทับทันที ไม่น่าเชื่อว่าผิวหน้าไม่ไหม้ไม่แสบเลย ใช้ดีมากๆ หน้าอิ่มน้ำชุ่มชื่นแข็งแรงขึ้นจริงๆคะ หน้านิ่ม ลื่นมากๆคะ จะใช้ทาบางๆก่อนนอนทุกวัน หรือมากส์ 3 วันครั้งก็ได้คะ ตัวนี้คือต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้จริงๆ ขาดไม่ได้เลย
ตัวนี้ใช้ได้ประมาณเกือบ 3 เดือนคะ
หมดแล้วคะสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ ตั้งแต่หน้าพังจนถึงปัจจุบัน ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนกว่า จนตอนนี้ก็ยังใช้อยู่คะ รีวิวนี้เป็นครั้งแรก มาจากความรู้สึกส่วนตัวที่ใช้แล้วเห็นผลจริงอยากจะแบ่งปันกันนะคะ ผลลัพธ์และระยะเวลาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคนคะ