ผมขอเท้าความก่อนนะครับ..
ก่อนจะได้มาเป็นแฟนกัน ผมแอบชอบน้องตั้งแต่ผมได้เข้ามาทำงานครับ ด้วยความที่น้องมีแฟนอยู่แล้ว ผมจึงได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน เวลาผ่านมาปี
กว่าน้องเลิกกับแฟน สาเหตุที่เลิกเพราะแฟนน้องบอกว่าดูแลน้องได้ไม่ดีพอ อยากให้น้องเจอคนที่ดี (เหตุผลพระเอกมากครับ)
ณ.ตอนนั้นผมควรดีใจ ที่มันเป็นโอกาสเหมาะที่ผมจะได้ลุยจีบแบบทางสะดวก แต่เปล่าเลย ผมรู้สึกสงสารน้อง รู้สึกเห็นใจ จากคนร่าเริงกลับกลายเป็นซึมเศร้า ไม่สดใสเหมือนเคย แต่ผมกับน้องก็ได้คุยกันมากขึ้น ผมคอยให้คำปรึกษา จากนั้นก็เริ่มนัดเจอกันบ่อยขึ้น จนเวลาผ่านไปเดือนกว่า เราจึงตัดสินใจคบกัน ผมรักน้องครับ รักมาก น้องเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ทำงานเก่ง ขี้อ้อนด้วยครับ เราวางแผนกันไป นั่นนู่นนี่ ด้วยกันเยอะเลย ล่าสุดเก็บเงินจะไปเที่ยวด้วยกัน แต่เสียดายครับ ทุกอย่างจบลงก่อน
ผ่านมาได้ไม่ถึงปี แฟนเก่าน้องก็กลับมา ด้วยเหตุผลที่อยากดูแลน้อง อยากขอโทษที่เคยทิ้งน้องไป (เหตุผลพระเอก)...
ก่อนน้องตัดสินใจ ผมรู้ว่าน้องก็เสียใจไม่แพ้กันกับผม โดยให้เหตุผลกับผมว่า ยังรู้สึกกับแฟนเก่า ขอโทษผม ที่เคยบอกว่าจะไม่กลับไปหาเขาคนนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ายังรู้สึกกับแฟนเก่า เลยไม่อยากทำร้ายผม... ผมเองก็เข้าใจ น้อมรับการตัดสินใจด้วยดี แม้ว่าใจผมแหลกสลายไม่มีชิ้นดีแล้ว.. รักมากย่อมเสียใจมากเป็นธรรมดา แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ผมไม่โทษน้องแม้แต่นิดเลย เข้าใจว่าความรู้สึก เป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้...
แต่... การดำเนินชีวิตของผมหลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มันยากกว่าที่คิด ผมนอนร้องไห้ทุกคืน เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ภาพน้องกับเขาคนนั้น หลอกหลอนผมทุกวันทุกคืน
อาการผมดีขึ้นตามลำดับ เริ่มอยู่ได้สบายตัวและใจมากขึ้นทุกวัน หรือพูดอีกอย่างคือ "ปลง" แต่สิ่งที่ที่มาสะกิดแผลใจของผมอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ #เรื่องราวของน้องกับเขาคนนั้น ที่ถูกนำมาพูดถึง ( ออ.. ผมลืมบอกว่า เรื่องราวระหว่างผมกับน้อง คนในที่ทำงาน ไม่มีใครรู้ครับ ว่าเราคบกัน ต้องเก็บเป็นความลับด้วยเหตุผลบางประการ ) ทุกคนรู้แค่ว่า น้องเลิกกับแฟน แล้วสักระยะนึง แล้วแฟนกลับมาขอคืนดี เป็นธรรมดาที่ก็ต้องมีแซวกัน พูดถึงกัน ตัวผมเองที่ต้องรับฟังอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญต้องฝืนยิ้มเก็บอาการที่แสนเจ็บปวดไว้ข้างใน ทุกคนไม่ผิด เพราะไม่มีใครรู้ อันนี้ผมไม่โทษใคร
ผมอยากขอคำแนะนำครับ ผมควรใช้ชีวิตแบบไหนดี ผมจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังอยู่เรื่อยๆได้ยังไงครับ มันโคตรจะเจ็บ โคตรอยากร้องไห้ ทำงานไม่มีสมาธิ หรือผมควรลาออกจากงาน ซึ่งเป็นงานในฝันของผม เป็นงานที่ผมรักเลยใช่มั๊ยครับ
ผมควรทำยังไงดี เมื่อยังต้องทำงานร่วมกับแฟนเก่า
ก่อนจะได้มาเป็นแฟนกัน ผมแอบชอบน้องตั้งแต่ผมได้เข้ามาทำงานครับ ด้วยความที่น้องมีแฟนอยู่แล้ว ผมจึงได้เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน เวลาผ่านมาปี
กว่าน้องเลิกกับแฟน สาเหตุที่เลิกเพราะแฟนน้องบอกว่าดูแลน้องได้ไม่ดีพอ อยากให้น้องเจอคนที่ดี (เหตุผลพระเอกมากครับ)
ณ.ตอนนั้นผมควรดีใจ ที่มันเป็นโอกาสเหมาะที่ผมจะได้ลุยจีบแบบทางสะดวก แต่เปล่าเลย ผมรู้สึกสงสารน้อง รู้สึกเห็นใจ จากคนร่าเริงกลับกลายเป็นซึมเศร้า ไม่สดใสเหมือนเคย แต่ผมกับน้องก็ได้คุยกันมากขึ้น ผมคอยให้คำปรึกษา จากนั้นก็เริ่มนัดเจอกันบ่อยขึ้น จนเวลาผ่านไปเดือนกว่า เราจึงตัดสินใจคบกัน ผมรักน้องครับ รักมาก น้องเป็นคนน่ารัก นิสัยดี ทำงานเก่ง ขี้อ้อนด้วยครับ เราวางแผนกันไป นั่นนู่นนี่ ด้วยกันเยอะเลย ล่าสุดเก็บเงินจะไปเที่ยวด้วยกัน แต่เสียดายครับ ทุกอย่างจบลงก่อน
ผ่านมาได้ไม่ถึงปี แฟนเก่าน้องก็กลับมา ด้วยเหตุผลที่อยากดูแลน้อง อยากขอโทษที่เคยทิ้งน้องไป (เหตุผลพระเอก)...
ก่อนน้องตัดสินใจ ผมรู้ว่าน้องก็เสียใจไม่แพ้กันกับผม โดยให้เหตุผลกับผมว่า ยังรู้สึกกับแฟนเก่า ขอโทษผม ที่เคยบอกว่าจะไม่กลับไปหาเขาคนนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ายังรู้สึกกับแฟนเก่า เลยไม่อยากทำร้ายผม... ผมเองก็เข้าใจ น้อมรับการตัดสินใจด้วยดี แม้ว่าใจผมแหลกสลายไม่มีชิ้นดีแล้ว.. รักมากย่อมเสียใจมากเป็นธรรมดา แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ผมไม่โทษน้องแม้แต่นิดเลย เข้าใจว่าความรู้สึก เป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้...
แต่... การดำเนินชีวิตของผมหลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มันยากกว่าที่คิด ผมนอนร้องไห้ทุกคืน เจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ภาพน้องกับเขาคนนั้น หลอกหลอนผมทุกวันทุกคืน
อาการผมดีขึ้นตามลำดับ เริ่มอยู่ได้สบายตัวและใจมากขึ้นทุกวัน หรือพูดอีกอย่างคือ "ปลง" แต่สิ่งที่ที่มาสะกิดแผลใจของผมอย่างเลี่ยงไม่ได้คือ #เรื่องราวของน้องกับเขาคนนั้น ที่ถูกนำมาพูดถึง ( ออ.. ผมลืมบอกว่า เรื่องราวระหว่างผมกับน้อง คนในที่ทำงาน ไม่มีใครรู้ครับ ว่าเราคบกัน ต้องเก็บเป็นความลับด้วยเหตุผลบางประการ ) ทุกคนรู้แค่ว่า น้องเลิกกับแฟน แล้วสักระยะนึง แล้วแฟนกลับมาขอคืนดี เป็นธรรมดาที่ก็ต้องมีแซวกัน พูดถึงกัน ตัวผมเองที่ต้องรับฟังอย่างเลี่ยงไม่ได้ ที่สำคัญต้องฝืนยิ้มเก็บอาการที่แสนเจ็บปวดไว้ข้างใน ทุกคนไม่ผิด เพราะไม่มีใครรู้ อันนี้ผมไม่โทษใคร
ผมอยากขอคำแนะนำครับ ผมควรใช้ชีวิตแบบไหนดี ผมจะทำใจยอมรับกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังอยู่เรื่อยๆได้ยังไงครับ มันโคตรจะเจ็บ โคตรอยากร้องไห้ ทำงานไม่มีสมาธิ หรือผมควรลาออกจากงาน ซึ่งเป็นงานในฝันของผม เป็นงานที่ผมรักเลยใช่มั๊ยครับ