18 ต.ค. 60 วันนี้เมื่อปีที่แล้ว เป็นวันที่เราได้พบกับผู้ชายคนนึง โดยการนัดเจอกัน หลังจากที่คุยกันผ่านเฟสบุ๊คได้ 3 เดือน ซึ้งเราเคยรู้จักกัน เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราคุยกันแบบคนรู้จัก พี่เขาเป็นญาติของเพื่อนที่เรียน ป. ตรี ด้วยกัน ตอนนั้นเรามีแฟนอยู่แล้ว ที่หมั้นกันด้วยวาจาของผู้ใหญ่ ไม่ได้มีพิธีอะไร ตอนจบ ม.ปลาย พอพี่เขารู้จากเพื่อนของเราว่า เรามีคู่หมั้นอยู่แล้ว พี่เขาก็หายไป 5 ปีกว่า จน เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว พี่เขาแอดเฟสมาแล้วเราก็ได้คุยกันอีกครั้ง ในตอนนั้นเราบอกบอกเลิกแฟนเราด้วยหลายเหตุผลก่อนที่พี่เขาจะแอดเฟสมาประมาณ เดือนนึง คือ ช่วงนั้นความรู้สึกเราก็แย่อยู่ รู้สึกดีที่พี่เค้าแอดมา แต่เราก็ไม่ได้ทักไปก่อน จนวันนึงพี่เขาทักมา แล้วเราก็คุยกันมาเรื่อยๆจนถามถึงเรื่องแฟน พี่เขาบอกว่า เขาไม่มีใคร เราเองก็ไม่มีใคร เราก็เริ่มคุยกันเรื่อยๆจนความรู้สึกดีๆมีมากขึ้น เราบอกเล่าทุกๆอย่างในชีวิตให้พี่เขาฟัง ให้รับรู้ทุกเรื่อง รวมไปถึงเรื่องที่แฟนเก่าเรายังตามเราไม่เลิก และขู่จะฆ่าเรา ถ้าเราหายไป เราพยายามลอกแฟนเก่าตลอดว่าเป็นเพื่อนได้ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมแล้ว เขาก็โอเคตามนั้นแต่เขาบอกเราว่า ขออยู่ใกล้ๆ ขอมานอนที่บ้านหน้าทีวีก็ได้ เราก็ตกลงด้วยคิดว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆ และเราก็เล่าให้พี่เขาฟังทุกอย่าง จนวันนึงแฟนเก่าเรารู้ว่า เราคุยกับพี่เขาอยู่ เราเลยโดนกระชากมือถือ โดนทุบที่มือเพราะเราเผลอเปิดคอมทิ้งไว้แล้วมีแชทพี่เขาเด้งขึ้นมา วันนั้นมือเราช้ำเขียวมาก เราก็เล่าให้พี่เขาฟังพร้อมส่งรูปให้ดู พี่เขาถามว่าให้ลงมาไหม คือเรากับพี่เขาอยู่กันคนละจังหวัด เราบอกไม่ต้องเดี๋ยวเราจัดการเอง แล้วแฟนเก่าก็ยังคงมาวนเวียนเรื่อยๆ เรายืนยันคำเดิม และแฟนเก่าเราก็เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน แต่ยังคงมานอนหน้าทีวีบ้านเราบ้าง ไปเฝ้าที่ทำงานบ้างเป็นพักๆ ในตอนนั้นทั้งใจเรามีแต่พี่เขาไปแล้ว ด้วยคำที่พี่เขาบอกเราว่า เขาชอบเราตั้งแต่ตอนเรานั่งคุยโทรศัพท์อยู่ในกล้องของเพื่อนเราแล้ว และความรู้สึกชอบในตัวพี่เขาหลายๆอย่าง พี่เขาคล้ายพ่อเรามาก ทั้งนิสัย คำพูด ความอ่อนโยน ซึ่งเราก็รักพ่อมาก ไม่แปลกที่เราจะรักพี่มาก มากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนพึ่งรู้จักคำว่า ตกหลุมรัก ในตอนอายุ 20 กว่าๆ เราเริ่มเข้าถึงชีวิตของอีกฝ่ายด้วยการ ถ่ายรูปทุกอย่างที่กิน ทุกที่ที่ไปให้กัน คุยกันทุกๆเรื่อง จนช่วงที่เราว่าง เราตกลงจะเจอกันในกลางเดือน ต.ค. 59 แล้วอยู่ๆพี่เขาบอกเราว่าต้องไปทำงานที่ ตจว.น่ะ ไม่มีสัญญาณและพี่เขาก็ส่งแผนที่ ตรงที่ที่ต้องไปมาให้ดู เห็นแล้วว่ามีแต่ภูเขาอาจจะไม่มีสัญาณจริงๆ พี่เขาบอกว่าไม่ได้คุยประมาณหนึ่งอาทิตย์ เราก้บอกไปว่า เวลาคิดถึงจะพิมพ์ข้อความฝากไว้ในเฟส น่ะ มีสัญญาณเมื่อไรก็ค่อยอ่ายเอา เราฝากข้อความไว้ทุกๆวันและเปิดดูจุดสีแดงในแผนที่ที่พี่เขาส่งมาให้ดูบ่อยๆ เวลาคิดถึง จนวันสุดท้ายก่อนครบหนึ่งอาทิตย์ เราเปิดดูหน้าเฟสหลักของพี่เขา เห็นรูปที่มีคนแท็กมาให้เราเลยกดเข้าไปดู คืออยากรู้ว่าเป็นไงบ้าง ในแท็กนั้นมีผู้ถูกแท็กประมาณ 5 คน เราก็คิดว่าอาจเป็นเพื่อนที่ทำงาน เลยดูชื่อแท็กเรื่อย เป็น ผญ.คนนึง เลยเปิดเข้าไปดูภาพที่มีร่วมกันอ่านคอมเม้นเลยรู้ว่า มันไม่ใช่ที่เราคิดแล้ว ไม่ใช่ที่พี่เขาบอกแล้ว เราจึงหยุดพิมพ์ทุกอย่างแล้วรอฟังวันที่พี่เขากลับมาว่าพี่เขาจะบอกว่ายังไง แล้วคำแรกก็คือ พี่ขอโทษน่ะเมื่อคืนกลับมาแล้วไม่ได้โทรหา พี่ต้องขับรถ เราตอบไปว่าไม่เป็นไรค่ะ พี่ขับรถจริงหรอค่ะ ไม่ใช่นั่งรถไฟผ่านมาทางนี้(เราพูดมั่วๆไปถ้านั่งรถำฟไปบ้านพี่ต้องผ่านบ้านเรา)เหมือนเห็นแวบๆ แล้วเราก็เงียบสักพัก แล้วส่งรูปที่เราแคปไว้ให้ดู ถามว่า ผญ.ในรูปคือใคร พี่เขาตอบว่าแฟนเก่า เลิกไปนานแล้ว พี่ก็คุยกับน้องอยู่ตลอด ไม่มีใครโทรมา พี่ก็อยู่คนเดียวนิ เราถามต่อว่าแล้วพี่ไปไหนมา พี่เขาตอบว่าไปบ้านที่ ตจว.มาบ้านที่มีแฟนคนนั้นอยู่ด้วย ไปทำธุระ คือเราอึ้งเงียยแล้วน้ำตาไหล ในใจคิดว่าจะไม่คุยอีกแล้ว แล้วพี่เขาก็ตอบมาว่าไม่มีอะไรนั่นแฟนเก่า พี่ไปทำธุระเฉยๆไม่มีอะไร แล้วเราก็คุยต่อ พยายามเชื่อตามที่พี่เขาบอกแต่ในใจเราคิดอยู่ว่าพี่เขาโกหกแน่ๆ จนถึงวันที่เรานัดเจอกัน เราไปหาพี่เขาด้วยความคิดที่ว่า ขอเจอหน้าคนที่เรารักสักครั้งแล้วจะหายไป วันนั้นเราลังเลอยู่ว่าจะไปหาเพื่อนก่อนหรือหาพี่เขาก่อนดี และเราก็เลือกที่จะเจอพี่เขาก่อน ด้วยความรู้กสึกปวดหัวมาก นั่งรถมาเหนื่อยมาก เรานัดเจอกันที่ตลาดแห่งนึง พี่เขารีบมาหาเราเพราะเราปวดหัวมาก พอพี่เขามาถึงก็จับมือเราทันทีบอกว่ากลัวเราล้มเพราะปวดหัว ขึ้นรถไปห้องพี่เขาเราซบไหล่พี่เขาทันทีที่ขึ้นรถแล้วหลับตา พอไปถึงห้องพี่เขาเราก็พูดถึงสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยซึ้งเขาก้รับปาก
คนรักคนเดิมหายไป อยากรู้เหตุผล รอฟังคำตอบ แต่ไม่ขอให้กลับมา