วันนี้เราจะขอแชร์ประสบการณ์ในการทำงานนะครับ
***จขกท.ไม่ได้มีเจตนาดูถูกเรื่องชชาติพรรณ ความสามารถ หรือเรื่องอื่นนะครับ แค่ต้องการนำเสนอให้ทุกคนเห็นความสำคัญของภาษาที่ต้องใช้ในการทำงาน***
เราได้มีโอกาสติดต่องานกับลูกค้ามาจากบริษัทดีลส่งออกไปจีน ตลอดเดือนที่ผ่านมาเราได้ขายสินค้าให้เธอเยอะมาก. เราสื่อสารกันเป็นภาษาไทย แต่หลายครั้งเหมือนเธอไม่ค่อยเข้าใจ ถามคำถามเดิมๆ ถามราคาสินค้าตัวเดิม ทั้งที่เราเคยแจ้งไปแล้ว รวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกำหนดการจัดส่ง-ติดตามสินค้า
การติดต่อเธอจะเน้นส่งรูปมา พอเราพูดชื่อผลิตภัณฑ์(ภาษาอังกฤษ) เธอก็จะถามย้ำว่ากล่องสีนี้ใช่มั้ย เวลาสั่งของก็จะใช้เรียกสีเป็นหลัก. ถามว่าเรียกได้มั้ย เรียกได้ครับ แต่ถ้าในระยะยาว คุยสินค้ากันเป็น100ชนิด จะหาสีที่ไหนมาแทนชื่อเรียกได้ครบหมด!
เมื่อตกลงสั่งสินค้าแล้ว ทางเราจะแจ้งวันจัดส่ง ซึ่งปกติจะถึงในวันรุ่งขึ้น(ถ้าไม่ติดวันหยุด) แต่เธอจะชอบถามว่าได้รับวันไหน ถามทุกรอบ ทั้งที่ตัดส่งออกจากสต็อคที่เดิม ปลายทางก็ที่อยู่เดิม
หลังจากจัดส่งสินค้าแล้ว ทางร้านเราจะแจ้ง Track NO. ให้ทราบ สำหรับให้ลูกค้าติดตามสินค้าในกรณีที่สินค้าถึงล่า ก็สามารถติดตามกับบริการขนส่ง ถามถึงปัญหาการนำจ่ายในพื้นที่ แม้กระทั่งนัดหมาย นัดรับก็สามารถทำได้ด้วยตนเองเลย. แต่โดยส่วนใหญ่ ช่วยเลยเที่ยงไปเธอก็จะทักแชทมาหาเรา ว่ายังไม่ได้รับสินค้า ทั้งที่ ทางเราก็สอนวิธี Tracking วิธีหาเบอร์โทรสาขาของบริการขนส่งให้ ไปแล้ว
วิธีการทำงานของเธอเราไม่รู้ แต่ที่อยากรู้คือเรื่องการสื่อสาร พอมีโอกาส เราเลยตัดสินใจถามไป ว่าเธอเข้าใจภาษาอังกฤษมั้ย เธอตอบว่าไม่เข้าใจ แต่ภาษาจีนได้. แต่...สินค้าเราส่วนใหญ่กว่า 95% ฉลากเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้เป็นภาษาจีนนะตะเอง 555
แต่ก็ดีที่เทคโนโลยีสมัยนี้ไปไกล ส่งข้อความ รูปภาพ ติดต่อกันได้รวดเร็ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องแนบทางอีเมล์เป็นหลัก บนมือถือก็ส่งแบบ MMS คงแย่ตามๆกันไป
แต่เราต้องขอชื่นชมในความสามารถของเธอ พยายามเข้าใจและปิดออเดอร์ได้ทุกครั้ง เป็นลูกค้าที่น่ารักคนหนึ่งเลย
“เรียนอะไรเยอะแยะ ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ของเราซักหน่อย” เป็นประโยคที่เคยได้ยินหลายครั้งจากเพื่อนๆหลังเลิกเรียนวิชาภาษาอังกฤษ สมัยเมื่อ ม.ต้น ซึ่งตอนนั้นเราเอง ก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งคนที่อ่อนภาษาอังกฤษเลยแหละ แต่ก็พยายาม
วันนั้นเราก็ไม่เคยรู้ล่วงหน้าว่าวันข้างหน้างานจะพาเราไปทางไหน จะต้องมาทำเกี่ยวกับสินค้านำเข้า จะต้องมาคุยกับลูกค้าต่างชาติ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่ได้คุยภาษาไทย. โอกาสทางธุรกิจเวลาจะเข้ามา มันจะไม่ถามเราหรอกว่าพร้อมมั้ย ถ้าวันนี้เรียนรู้ได้ เราก็ขอแนะนำให้ทุกท่านเรียนรู้ หรือส่งเสริมให้ลูกหลานท่านได้เรียน. ให้ความสำคัญกับภาษา การสื่อสาร ไม่ใช่เน้นแค่ทักษะล้วนๆ
“เรียนอะไรเยอะแยะภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ของเราซักหน่อย” คำพูดสมัยเรียน แต่ตอนนี้เราต้องนำมาใช้ในการทำงาน!
***จขกท.ไม่ได้มีเจตนาดูถูกเรื่องชชาติพรรณ ความสามารถ หรือเรื่องอื่นนะครับ แค่ต้องการนำเสนอให้ทุกคนเห็นความสำคัญของภาษาที่ต้องใช้ในการทำงาน***
เราได้มีโอกาสติดต่องานกับลูกค้ามาจากบริษัทดีลส่งออกไปจีน ตลอดเดือนที่ผ่านมาเราได้ขายสินค้าให้เธอเยอะมาก. เราสื่อสารกันเป็นภาษาไทย แต่หลายครั้งเหมือนเธอไม่ค่อยเข้าใจ ถามคำถามเดิมๆ ถามราคาสินค้าตัวเดิม ทั้งที่เราเคยแจ้งไปแล้ว รวมทั้งมีปัญหาเกี่ยวกับการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกำหนดการจัดส่ง-ติดตามสินค้า
การติดต่อเธอจะเน้นส่งรูปมา พอเราพูดชื่อผลิตภัณฑ์(ภาษาอังกฤษ) เธอก็จะถามย้ำว่ากล่องสีนี้ใช่มั้ย เวลาสั่งของก็จะใช้เรียกสีเป็นหลัก. ถามว่าเรียกได้มั้ย เรียกได้ครับ แต่ถ้าในระยะยาว คุยสินค้ากันเป็น100ชนิด จะหาสีที่ไหนมาแทนชื่อเรียกได้ครบหมด!
เมื่อตกลงสั่งสินค้าแล้ว ทางเราจะแจ้งวันจัดส่ง ซึ่งปกติจะถึงในวันรุ่งขึ้น(ถ้าไม่ติดวันหยุด) แต่เธอจะชอบถามว่าได้รับวันไหน ถามทุกรอบ ทั้งที่ตัดส่งออกจากสต็อคที่เดิม ปลายทางก็ที่อยู่เดิม
หลังจากจัดส่งสินค้าแล้ว ทางร้านเราจะแจ้ง Track NO. ให้ทราบ สำหรับให้ลูกค้าติดตามสินค้าในกรณีที่สินค้าถึงล่า ก็สามารถติดตามกับบริการขนส่ง ถามถึงปัญหาการนำจ่ายในพื้นที่ แม้กระทั่งนัดหมาย นัดรับก็สามารถทำได้ด้วยตนเองเลย. แต่โดยส่วนใหญ่ ช่วยเลยเที่ยงไปเธอก็จะทักแชทมาหาเรา ว่ายังไม่ได้รับสินค้า ทั้งที่ ทางเราก็สอนวิธี Tracking วิธีหาเบอร์โทรสาขาของบริการขนส่งให้ ไปแล้ว
วิธีการทำงานของเธอเราไม่รู้ แต่ที่อยากรู้คือเรื่องการสื่อสาร พอมีโอกาส เราเลยตัดสินใจถามไป ว่าเธอเข้าใจภาษาอังกฤษมั้ย เธอตอบว่าไม่เข้าใจ แต่ภาษาจีนได้. แต่...สินค้าเราส่วนใหญ่กว่า 95% ฉลากเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ได้เป็นภาษาจีนนะตะเอง 555
แต่ก็ดีที่เทคโนโลยีสมัยนี้ไปไกล ส่งข้อความ รูปภาพ ติดต่อกันได้รวดเร็ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องแนบทางอีเมล์เป็นหลัก บนมือถือก็ส่งแบบ MMS คงแย่ตามๆกันไป
แต่เราต้องขอชื่นชมในความสามารถของเธอ พยายามเข้าใจและปิดออเดอร์ได้ทุกครั้ง เป็นลูกค้าที่น่ารักคนหนึ่งเลย
“เรียนอะไรเยอะแยะ ไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ของเราซักหน่อย” เป็นประโยคที่เคยได้ยินหลายครั้งจากเพื่อนๆหลังเลิกเรียนวิชาภาษาอังกฤษ สมัยเมื่อ ม.ต้น ซึ่งตอนนั้นเราเอง ก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งคนที่อ่อนภาษาอังกฤษเลยแหละ แต่ก็พยายาม
วันนั้นเราก็ไม่เคยรู้ล่วงหน้าว่าวันข้างหน้างานจะพาเราไปทางไหน จะต้องมาทำเกี่ยวกับสินค้านำเข้า จะต้องมาคุยกับลูกค้าต่างชาติ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่ได้คุยภาษาไทย. โอกาสทางธุรกิจเวลาจะเข้ามา มันจะไม่ถามเราหรอกว่าพร้อมมั้ย ถ้าวันนี้เรียนรู้ได้ เราก็ขอแนะนำให้ทุกท่านเรียนรู้ หรือส่งเสริมให้ลูกหลานท่านได้เรียน. ให้ความสำคัญกับภาษา การสื่อสาร ไม่ใช่เน้นแค่ทักษะล้วนๆ