๙ แล้ว ๖ ๖ แล้ว ๙ ตากอากาศกลางสนามรบตลาดหุ้น ภาคโกอินเตอร์

ยิ้มยิ้มยิ้มยิ้มยิ้ม

เป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยี่ยมชมบริษัทที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน

เมื่อวันอังคาร ๑๑ ตุลาคมที่ผ่านมา  
ทาง sithai  ได้จัดเยี่ยมชมโรงงานที่โฮจิมินห์ซิตี้

โดยให้ทางผู้ถือหุ้นที่อยากไป  

ออกค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งจำนวน ๔๐๐๐ บาท  และถ้าต้องการนอนห้องเดี่ยวจ่ายเพิ่ม  ๑๖๐๐ บาท


บริษัทนัดผู้ถือหุ้นที่ดอนเมืองตอนตีห้า


เลยเลือกใช้บริการตามภาพ เพื่อจะได้ตื่นตอนตีสี่ครึ่ง  แล้วค่อยเดินลงไปที่จุดนัดพบตอนตีห้า



ถึงสนามบินตันซอนนัทซ์  โฮจิมินห์ซิตี้
ก็ซื้อ sim  แบบเล่นเนตโดยเฉพาะ  ราคาซิม ๒ แสนด่อง
ใช้งานได้...กิ๊ก (จำไม่ได้แล้ว) นานสิบวัน ใช้จริงแค่สองวัน

สะดวกกว่าไทย  ตรงที่ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่ต้องยื่นพาสพอร์ต  
จ่ายเงินเสร็จพนักงานขายก็เปลี่ยนซิมในแท็บเล็ต ให้เปิดใช้งานเนตได้เลย



ซื้อซิมเสร็จ มายืนรอไกด์เช็คชื่อลูกทัวร์  
ทางศรีไทยจ้างบริษัท panorama travel เป็นคนจัดแพ็คเก็จทัวร์แบบมินิ อมยิ้ม01



ไกด์ชาวไทยชื่อเล่นว่า อาตี้  


ก่อนเยี่ยมชมโรงงานศรีไทยเวียดนามโฮจิมินห์
แวะกินข้าวเที่ยงที่ร้าน...





เสร็จจากรับประทานอาหารเที่ยง  ก็ไปเยี่ยมชมโรงงานด้านพลาสติกอุตสาหกรรม
ไม่ได้พาไปโรงงานเมลามีนซึ่งเป็นโรงงานอีกแห่งในโฮจิมินห์
เพราะถนนเข้าโรงงานเมลามีนกำลังทำทาง


บริษัทจัดการต้อนรับผู้ถือหุ้นได้ดีมาก อมยิ้ม01


คนที่ชอบถ่ายภาพไว้ดูเล่น  ผลัดกันเดินเข้าไปถ่ายกับพนักงานต้อนรับของบริษัท


ก่อนเยี่ยมชมโรงงาน  
คุณปริญญ์ กรรมการและเลขานุการศรีไทยคนซ้ายมือสุด และคุณสันติคนขวามือสุด กรรมการผู้จัดการศรีไทยเวียดนาม
ได้ให้ข้อมูลตั้งแต่ยุคศรีไทยตั้งบริษัท จนกลายมาเป็นโกอินเตอร์



ขอสรุปข้อมูลจากการฉายสไลด์ (ตามความคิดของผม)
  
๑ ปีนี้กำไรบริษัทจะสู้ปีก่อนไม่ได้ และน่าจะจ่ายเงินปันผลได้น้อยลง แต่จะพยายามจ่ายให้ได้

๒   ค่าแรงคนงานศรีไทยเวียดนาม รวมสวัสดิการต่างๆ  ประมาณวันละ ๒๔๐ บาท

๓  ธุรกิจขายตรง s natur ในไทย  ซึ่งขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี  
บริษัทยังจะทำต่อ แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ
ตอนนี้ได้ลดค่าจ่ายเรื่องเงินเดือนพนักงานระดับบริหาร  
ค่าเช่าออฟฟิศที่ถนนรัชดา  โดยการคืนพื้นที่บางส่วนที่มีค่าเช่า ๕ แสนต่อเดือนไปแล้ว
และจะคืนส่วนที่เหลือค่าเช่า ๘ แสนบาทต่อเดือน  ตอนหมดสัญญาเช่าปีหน้า

๔  โรงงานศรีไทยทุกแห่งในไทย   มีที่ดินเป็นสินทรัพย์ซ่อนเร้นที่ยังไม่ได้ประเมินราคาปัจจุบัน
ส่วนที่เวียดนาม  ไม่มีสิทธิ์ซื้อที่ดิน  ได้แต่สิทธิ์ในสัญญาเช่าที่ดิน  ซึ่งมีราคาเพิ่มขึ้นทุกปี



ทางบริษัทได้ขอความร่วมมือ  ให้งดถ่ายภาพกระบวนการผลิตสินค้า
ก็เลยได้แต่ถ่ายภาพกับพนักงานต้อนรับของศรีไทย  และถ่ายภาพสินค้าสำเร็จรูปในโชว์รูมอมยิ้ม01







คุณหลานคนนี้ อยู่แผนกโชว์รูมสินค้าพลาสติก   เธอบอกว่าเงินเดือนก็พอใช้ได้อย่างประหยัด
แต่อยากจะได้ไอโฟน ๗  มาแทนไอโฟน ๔  ที่ใช้อยู่  ก็คงต้องรอซื้อเงินผ่อน อมยิ้ม16


หนุ่มวิศวะมข. ผู้ถือหุ้นจากไทย ถ่ายกับสาวโรงงานชาวเวียดนาม

ภาพจากโขว์รูมผลิตภัณฑ์เมลามีน   คนซ้ายมือพูดสำเนียงไทยได้ชัดเจนจนน่าแปลกใจ
ตอนแรกนึกว่า เป็นพนักงานมาจากไทยซะอีก

ก่อนเยี่ยมชมโรงงาน ได้ถ่ายรูปหมู่กันหน้าโรงงาน

และทางบริษัทได้สร้างความประทับใจให้ผู้ถือหุ้น  ด้วยการพิมพ์ภาพลงในจานเมลามีน
แจกให้เป็นที่ระลึกในวันรุ่งขึ้น




ก่อนออกจากโรงงาน คุณปริญญ์ได้แจกของที่ระลึกให้กับผู้ถือหุ้นทุกคน

ผอบในภาพ  เป็นที่ใส่หัวหอมสดที่ใช้ไม่หมด  ผลิตให้ผู้ว่าจ้างจากอเมริกา


ก่อนกลับโรงแรมที่พัก the palace saigon
ไกด์พาชมย่านการค้าของไซง่อน   
ซึ่งเดินดูแล้ว  ยังไงก็สู้สยามพารากอน เอมควอเทียร์ไม่ได้



จากเดินห้าง  ก็พาไปกินอาหารค่ำ

ขอชมความเอื้ออาทรของบริษัท  
ความจริงไวน์ไม่ได้อยู่ในรายการอาหาร  แต่มีผู้ถือหุ้นเรียกร้อง
คุณสันติ กรรมการผู้จัดการศรีไทยเวียดนาม เลยจัดให้ตามคำขอ  
โดยจ่ายค่าไวน์เพิ่มไปอีกประมาณ ๖ พันบาท  เยี่ยม


มาถึงโรงแรมที่พัก   ผมคิดถูกมากๆ  ที่ยอมจ่ายเพิ่มอีก ๑๖๐๐ บาท
เพื่อได้นอนกรนดังๆคนเดียว  ไม่ต้องรบกวนเพื่อนผู้ถือหุ้นท่านอื่นอมยิ้ม16

สภาพห้อง และสภาพภายนอกห้อง  ดีมากๆ  
ถ้าจะไปโฮจิมินห์อีกครั้ง  ขอจองห้อง 204  ของโรงแรม the palace saigon










สภาพลานคนเมืองแถวศาลาว่าการกรุงโฮจิมินห์  มองจากหน้าต่างห้องพักตอนค่ำ



ภาพตอนเช้า



ก่อนเวลากินบุฟเฟต์ตอนเช้า   ไปเดินเล่นตามลำพังย่านใกล้ๆโรงแรม

ได้ภาพถ่ายที่รู้สึกสะดุดตา จากมือถือมาหลายภาพ


ภาพคนขับมอเตอร์ไซด์  จอดเลือกเลขเด็ดจากล็อตเตอร่ที่แม่ค้าเอามานั่งขายริมถนน
แม่ค้าจะใส่เสื้อเฉพาะตัว  ให้นักล่าฝันจำได้ง่ายๆ


ใครว่าโฮจิมินห์ไม่มีหมาจรจัด ?
เห็นตัวนี้วิ่งนำหน้ามอเตอร์ไซด์นับสิบคัน ที่ตามมาข้างหลัง






เนื่องจากกระทู้ค่อนข้างยาว  มีภาพประกอบมาก  
ถ้าอยากแยกอ่านส่วนที่เหลือ  
การเยี่ยมฟังบรรยายที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาโฮจิมินห์
อ่านเพิ่มได้ในความคิดเห็นที่ 7   ครับ  
ได้ข้อมูลที่ดีมากๆเกี่ยวกับเศรษฐกิจของเวียดนาม




ขอฝากขอบคุณ คุณวินัยนักลงทุนแนววีไอ  ที่ขากลับ กรุณาขับรถจากดอนเมืองมาส่งให้ถึงบ้านด้วยครับ อมยิ้ม17



ข้อมูลเพิ่มเติม จากความคิดเห็นที่ ๗  

ได้นำข้อความ ไปต่อท้ายไว้ตรงหัวกระทู้แล้ว


อมยิ้ม16วันพฤหัสที่ ๑๒ ตุลาคม

หลังกินบุฟเฟต์เช้า   ก็ไปเยี่ยมธนาคารกรุงเทพ  สาขาโฮจิมินห์ซิตี้  
ฟังการบรรยายสรุปสภาพเศรษฐกิจเวียดนาม  จากคุณธราบดี  กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงเทพเวียดนามซึ่งมีหลายสาขา
ตอนแรกผู้ถือหุ้นงงๆ  พามาแบงค์กรุงเทพทำไม น่าจะพาไปชมตลาดหุ้นเวียดนาม
แต่พอฟังบรรยายจบ  เปลี่ยนความคิดทันทีเลยว่า  
ดีแล้วที่พามาธนาคารกรุงเทพสาขาโฮจิมินห์


เพื่อความสะดวก  ขอเล่าข้อมูลเป็นภาพประกอบ ที่ถ่ายจากสไลด์ประกอบคำบรรยาย


จุดแข็ง และจุดอ่อนของเวียดนาม


ค่าเงินด่อง



เคล็ดลับเกี่ยวกับเวียดนาม  ที่ไม่ได้ระบุในสไลค์ก็คือ
know  who   สำคัญพอๆกับ  know  how



นักลงทุนต่างชาติ  พิจารณาข้อไหนเป็นอันดับแรก ในการลงทุนในเวียดนาม ?



หลังฟังการบรรยาย  คนฟังทั้งห้องตบมือในกับข้อมูลของเอ็มดีบัวหลวงสาขาเวียดนาม  

และทางศรีไทย  ได้ให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
ซึ่งถือหุ้นเป็นจำนวน 58 ล้านหุ้น  เป็นผู้มอบของที่ระลึกให้
อยากรู้ว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ท่านนี้คือใคร  ลองไปหาใน share holder  จากเวบของตลาดดูครับ



ผมเตรียมหมวกใบนี้ไปจากไทย  เพื่อถ่ายกับป้ายหน้าธนาคารโดยเฉพาะ  อมยิ้ม16


เป็นเจ้าหนี้ ก็เพราะมีเงินฝากออมทรัพย์ไว้ก้อนใหญ่พอสมควร



จากธนาคารกรุงเทพ   ไกด์พาไปชมอาคารไปรษณีย์กลางของโฮจิมินห์

กลายเป็นจุดที่  ผู้ถือหุ้นท่านหนึ่งหมดสนุกกับทริปนี้ไปเลย
เพราะเธอไม่ได้ระวังคำเตือนของไกด์ที่ว่า

ในเวียดนาม   
กระเป๋าเอาไว้ด้านหน้า เป็นของเรา   
กระเป๋าเอาไว้ด้านข้างอาจจะเป็นของเราหรือของคนอื่นก็ได้
กระเป๋าเอาไว้ด้านหลัง  เป็นของคนอื่น

ปรากฏว่า  ระหว่างที่กำลังถ่ายเซลฟี่กับเพื่อนๆนักลงทุนอย่างสนุกสนานหน้าไปรษณีย์กลาง
ผู้ถือหุ้นท่านนั้น  โดนล้วงไอโฟน ๗  ซึ่งเสียบไว้ตรงกระเป๋าหลังไปอย่างไร้ร่องรอย  เศร้า

ต้องเป็นธุระของพนักงานศรีไทย  ช่วยตามเรื่องบล็อกเครื่องให้

* คุณวินัย ได้แจ้งมาทางหลังไมค์ว่า  คุณสันติ กรรมการผู้จัดการศรีไทยเวียดนามได้แจ้งผ่านไลน์กลุ่มว่า
ไอโฟน ๗ ที่ถูกล้วงเอาไป  ได้คืนแล้วครับ  
เยี่ยมเยี่ยมเยี่ยม






ก่อนกลับสนามบินเพื่อรอขึ้นเครื่องนกแอร์  ซึ่งดีเลย์เป็นปกติ
ไกด์พาแวะตลาดเบนทันห์  ซึ่งเป็นตลาดไม่ติดแอร์ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม

ผมเดินดูซักพัก  ก็เลิกเดิน  เพราะยังไงก็สู้ จตุจักรกับ ตลาด อตก.ของไทยไม่ได้

จบการคัมปานีวิซิทเวียดนาม ด้วยการฆ่าเวลา  รอคนอื่นช็อบปิ้ง

แวบเข้าไปนวดฝ่าเท้า   ครึ่งชั่วโมงหนึ่งแสนแปดหมื่นด่อง  อมยิ้ม16


ครบเวลา  ออกมาเจอฝนตกค่อนข้างแรง  พนักงานสาวๆ เลยบอกว่า ยูแคนเวทเฮียร์
เลยตอบไปว่า   แท็งกิ้ว  ไอเฟียร์ทูมิสมายบัส  อมยิ้ม06

แล้วก็รีบเดินตากฝนข้ามถนนมาฝั่งตลาดเบนทันห์  มาขึ้นรถที่จอดรออยู่

เออผมก็กลัว "ตกรถ"  เหมือนรายย่อยจำนวนมากตอนนี้ อมยิ้ม16

[img]https://f.ptcdn.info/195/054/000/oxytuclahwdTeSd3zn8-o.jpg[/img
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่