สวัสดีนี้เป็นกระทู้แรก และคงเป็นกระทู้เดียว จริงๆตั้งใจจะมาแชร์ประสบการณ์ในการคบเพื่อนและให้โอกาสคน
คนที่เราเจอประสบการณ์แย่ๆนี้ คือเพื่อนเราเองเพื่อนคนนี้ี่เรารู้จักก็รวมๆก็สิบกว่าปีได้ รู้จักกันตั้งแต่ประถม ตอนนี้เราเรียนจบและทำงานแล้ว เพื่อนของเราคนนี้เคยมีประวัติไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องเงิน เพื่อนๆคนอื่นเคยโดนมาแต่นี่ไม่เคยโดน เลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง
จนวันหนึ่งมาโดนด้วยตัวเอง ขอท้าวความไปเมื่อหลายปีที่แล้ว เพื่อนของเราคนนี้ได้หายไปจากชีวิตของเพื่อนทุกคนรวมถึงเราด้วย แล้วอยู่ๆพอเรามาอยู่กรุงเทพก็ได้ติดต่อกันอีกครั้ง เพื่อนเราติดต่อมาก็กินข้าว พูดคุยตามประสาเพื่อนเก่า ก็ยอมรับว่าไม่ได้ไว้ใจและเชื่อในคำพูดของเพื่อนมากเท่าไร ก็ฟังขำๆเพราะมันเป็นคนตลก อยู่ด้วยก็เฮฮาตามประสาเพื่อนสาว ใช่ค่ะเพื่อนของเราเป็นสาวประเภทสอง แล้วการกินข้าวเจอกันวันนั้นก็จบไป สักพักเพื่อนก็ติดต่อมาแล้วบอกว่าขอมาอยู่ด้วยสักครึ่งเดือนเพราะทำเรื่องกับคอนโดว่าจะย้ายออกแล้วไปตปท เราก็โอเคมาอยู่ด้วยกันได้ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไรในกทม มีเพื่อนมาอยู่ด้วยจะได้คลายเหงา พอคบกันไปได้สักพักมันก็ดี ดูแลเอาใจใส่ ซื้อข้าวมาให้ก่อนไปทำงานแทบทุกวัน เราเข้ากันได้ดี แฮปปี้ออยู่ด้วยกันเหมือนคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน แล้วเพื่อนก็บอกว่าจะอยู่กับเราไปเรื่อยๆ แล้วเราก็ย้ายหอ เราเป็นประเภทที่ไม่สนใจใครอยู่แล้วว่าชีวิตใครจะเป็นยังไง ถึงแม้จะเป็นเพื่อนกันก็ไม่ก้าวก่าย ไม่ค้นไม่ถาม ในเรื่องที่เพือนไม่ได้บอก เพราะคิดว่าถ้ามันมีอะไรไม่สบายใจมันก็จะเล่าให้เราฟังเอง อยู่ด้วยกันจนสนิท เราต่างก็เล่าเรื่องของเราให้กันฟัง
จนอยู่มาวันหนึ่งมีเรื่องที่ทำให้ต้องแยกกันอยู่ ซึ้งเรื่องนี้เป็นเพราะญาติเราต้องมาอยู่ด้วยเป็นระยะเวลาหกเดือน เราก็คุยกับเพื่อนเรา ว่าต้องให้เพื่อนย้ายออกไปก่อน เพราะที่บ้านไม่รู้ว่าเราอยู่กับเพื่อนคนนี้ เพื่อนเราประวัติไม่ค่อยดี พ่อเราก็เลยไม่ให้คบ แต่เราก็ยังให้โอกาส ให้ใจ ให้ทุกๆอย่างไปกันมัน เกี่ยวกับเรื่องเงินที่เราโดนคือ เราเกือบโดนไล่ออกจากหอเพราะเพื่อนเราจ่ายค่าหอช้า ตลอดระยะเวลาที่ย้ายมาอยู่ที่หอใหม่เราย้ายมาเดือนมิย ตอนที่เรารู้เรื่องว่าจ่ายช้าคือเดือนสิงหา ตลอดเวลาที่อยู่มาคือเพื่อนบอกเจ้าของหอว่าเราเงินเดือนออกช้า เลยทำให้จ่ายช้า แต่เราจ่ายให้เพื่อนก่อนวันที่ 31 ของทุกเดือนเพราะเงินเดือนเราออกทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ตอนนั้นเรารู้เลยว่าโดนเพื่อนหลอก คือทุกอย่างมันชาไปหมดยิ่งกว่าอกหัก หมดทุกอย่างความไว้ใจความรักที่มีให้มัน หลังจากนั้นด่ามันไม่เลี้ยง แล้วรู้ทีหลังว่ามันเอาเงินไปหมุน แล้วเราต้องรับผิดชอบหาเงินมาจ่ายค่าหออีกหมื่นกว่าบาท รอจนกว่าเพื่อนเราจะหาเงินมาคืน แล้วมีเงินที่เราร่วมลงทุนกับมันอีก ตอนนี้เงินที่เรายังไม่ได้จากเพื่อนยังมีอีกเป็นหมื่น คือตอนนั้นมันแย่มาก ตอนที่เรารู้ว่าคนที่เราไว้ใจโกหกเราซ้ำๆแล้วเราก็ดันเชื่อ ยังหวังว่ามันจะปรับตัวได้รอแล้วรออีก นี่รอมาสิบกว่าวันแล้ว บอกว่าจะคืนเงินวันนี้ ตอนนี้ยังไม่ได้เงินเลย
ขอเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ให้โอกาสคนแบบโง่ๆ ไม่ดูประเภทของคนที่กำลังยื่นความไว้ใจให้ เหมือนทำดีกับบัวใต้น้ำ ดีกับคนที่ไม่ควรดีด้วยมันก็จะเดือดร้อนถึงตัวเองแบบนี้ บทเรียนนี้คงจำไปจนตาย หวังว่าจะไม่มีใครเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้อีก เพื่อนที่ดีก็คบไว้ เพื่อนไม่ดีก็ไม่ต้องให้โอกาสตัดมันออกไปจากชีวิตไปได้เลย ปล.แน่นอนเรื่องร้ายๆมันก็มีเรื่องดี คือทำให้เรารู้ว่าธาตุแท้ของคน และใครที่รักเราจริง(ประโยคคลาสสิค)แต่มันเป็นเรื่องจริงเสมอ ขอให้เชื่อในประสบการณ์ของผู้ใหญ่ที่มองโลกได้ไกลกว่า ถ้าเชื่อคำพูดของพ่อก็อาจจะไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ช่วยให้ผ่านเรื่องนี้มาได้ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น เวรกรรมมีจริงนะเออ สุดท้ายนี้ธรรมจะจัดสรรให้คนไม่ดีออกไปจากชีวิต สวัสดี..
อุทาหรณ์ของการให้โอกาสคน
คนที่เราเจอประสบการณ์แย่ๆนี้ คือเพื่อนเราเองเพื่อนคนนี้ี่เรารู้จักก็รวมๆก็สิบกว่าปีได้ รู้จักกันตั้งแต่ประถม ตอนนี้เราเรียนจบและทำงานแล้ว เพื่อนของเราคนนี้เคยมีประวัติไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องเงิน เพื่อนๆคนอื่นเคยโดนมาแต่นี่ไม่เคยโดน เลยไม่รู้ว่าเป็นยังไง
จนวันหนึ่งมาโดนด้วยตัวเอง ขอท้าวความไปเมื่อหลายปีที่แล้ว เพื่อนของเราคนนี้ได้หายไปจากชีวิตของเพื่อนทุกคนรวมถึงเราด้วย แล้วอยู่ๆพอเรามาอยู่กรุงเทพก็ได้ติดต่อกันอีกครั้ง เพื่อนเราติดต่อมาก็กินข้าว พูดคุยตามประสาเพื่อนเก่า ก็ยอมรับว่าไม่ได้ไว้ใจและเชื่อในคำพูดของเพื่อนมากเท่าไร ก็ฟังขำๆเพราะมันเป็นคนตลก อยู่ด้วยก็เฮฮาตามประสาเพื่อนสาว ใช่ค่ะเพื่อนของเราเป็นสาวประเภทสอง แล้วการกินข้าวเจอกันวันนั้นก็จบไป สักพักเพื่อนก็ติดต่อมาแล้วบอกว่าขอมาอยู่ด้วยสักครึ่งเดือนเพราะทำเรื่องกับคอนโดว่าจะย้ายออกแล้วไปตปท เราก็โอเคมาอยู่ด้วยกันได้ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไรในกทม มีเพื่อนมาอยู่ด้วยจะได้คลายเหงา พอคบกันไปได้สักพักมันก็ดี ดูแลเอาใจใส่ ซื้อข้าวมาให้ก่อนไปทำงานแทบทุกวัน เราเข้ากันได้ดี แฮปปี้ออยู่ด้วยกันเหมือนคู่รักที่เพิ่งแต่งงาน แล้วเพื่อนก็บอกว่าจะอยู่กับเราไปเรื่อยๆ แล้วเราก็ย้ายหอ เราเป็นประเภทที่ไม่สนใจใครอยู่แล้วว่าชีวิตใครจะเป็นยังไง ถึงแม้จะเป็นเพื่อนกันก็ไม่ก้าวก่าย ไม่ค้นไม่ถาม ในเรื่องที่เพือนไม่ได้บอก เพราะคิดว่าถ้ามันมีอะไรไม่สบายใจมันก็จะเล่าให้เราฟังเอง อยู่ด้วยกันจนสนิท เราต่างก็เล่าเรื่องของเราให้กันฟัง
จนอยู่มาวันหนึ่งมีเรื่องที่ทำให้ต้องแยกกันอยู่ ซึ้งเรื่องนี้เป็นเพราะญาติเราต้องมาอยู่ด้วยเป็นระยะเวลาหกเดือน เราก็คุยกับเพื่อนเรา ว่าต้องให้เพื่อนย้ายออกไปก่อน เพราะที่บ้านไม่รู้ว่าเราอยู่กับเพื่อนคนนี้ เพื่อนเราประวัติไม่ค่อยดี พ่อเราก็เลยไม่ให้คบ แต่เราก็ยังให้โอกาส ให้ใจ ให้ทุกๆอย่างไปกันมัน เกี่ยวกับเรื่องเงินที่เราโดนคือ เราเกือบโดนไล่ออกจากหอเพราะเพื่อนเราจ่ายค่าหอช้า ตลอดระยะเวลาที่ย้ายมาอยู่ที่หอใหม่เราย้ายมาเดือนมิย ตอนที่เรารู้เรื่องว่าจ่ายช้าคือเดือนสิงหา ตลอดเวลาที่อยู่มาคือเพื่อนบอกเจ้าของหอว่าเราเงินเดือนออกช้า เลยทำให้จ่ายช้า แต่เราจ่ายให้เพื่อนก่อนวันที่ 31 ของทุกเดือนเพราะเงินเดือนเราออกทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ตอนนั้นเรารู้เลยว่าโดนเพื่อนหลอก คือทุกอย่างมันชาไปหมดยิ่งกว่าอกหัก หมดทุกอย่างความไว้ใจความรักที่มีให้มัน หลังจากนั้นด่ามันไม่เลี้ยง แล้วรู้ทีหลังว่ามันเอาเงินไปหมุน แล้วเราต้องรับผิดชอบหาเงินมาจ่ายค่าหออีกหมื่นกว่าบาท รอจนกว่าเพื่อนเราจะหาเงินมาคืน แล้วมีเงินที่เราร่วมลงทุนกับมันอีก ตอนนี้เงินที่เรายังไม่ได้จากเพื่อนยังมีอีกเป็นหมื่น คือตอนนั้นมันแย่มาก ตอนที่เรารู้ว่าคนที่เราไว้ใจโกหกเราซ้ำๆแล้วเราก็ดันเชื่อ ยังหวังว่ามันจะปรับตัวได้รอแล้วรออีก นี่รอมาสิบกว่าวันแล้ว บอกว่าจะคืนเงินวันนี้ ตอนนี้ยังไม่ได้เงินเลย
ขอเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่ให้โอกาสคนแบบโง่ๆ ไม่ดูประเภทของคนที่กำลังยื่นความไว้ใจให้ เหมือนทำดีกับบัวใต้น้ำ ดีกับคนที่ไม่ควรดีด้วยมันก็จะเดือดร้อนถึงตัวเองแบบนี้ บทเรียนนี้คงจำไปจนตาย หวังว่าจะไม่มีใครเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้อีก เพื่อนที่ดีก็คบไว้ เพื่อนไม่ดีก็ไม่ต้องให้โอกาสตัดมันออกไปจากชีวิตไปได้เลย ปล.แน่นอนเรื่องร้ายๆมันก็มีเรื่องดี คือทำให้เรารู้ว่าธาตุแท้ของคน และใครที่รักเราจริง(ประโยคคลาสสิค)แต่มันเป็นเรื่องจริงเสมอ ขอให้เชื่อในประสบการณ์ของผู้ใหญ่ที่มองโลกได้ไกลกว่า ถ้าเชื่อคำพูดของพ่อก็อาจจะไม่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ช่วยให้ผ่านเรื่องนี้มาได้ ใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น เวรกรรมมีจริงนะเออ สุดท้ายนี้ธรรมจะจัดสรรให้คนไม่ดีออกไปจากชีวิต สวัสดี..